
คปภ.สรุปผลเสียหายจากเหตุจลาจลต้นมิ.ย.
คปภ.คาดต้นเดือน มิ.ย.สรุปผลเสียหายไฟไหม้จากเหตุจลาดจลได้ จัดระบบสืบค้นผ่านอินเตอร์เน็ตเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเอาประกันจากเหตุการณ์ไม่สงบ
คปภ.คาดต้นเดือน มิ.ย.สรุปผลเสียหายไฟไหม้จากเหตุจลาดจลได้ จัดระบบสืบค้นผ่านอินเตอร์เน็ตเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการเอาประกันจากเหตุการณ์ไม่สงบ
นางจันทรา บูรณฤกษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย เปิดเผยว่า กรณีเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบจากการชุมนุมบริเวณพื้นที่ราชประสงค์และบริเวณใกล้เคียงในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา ส่งผลให้สถานประกอบการ อาคาร ศูนย์การค้า และธนาคาร ฯลฯ ในกรุงเทพมหานครได้รับความเสียหาย จำนวนทั้งสิ้น 35 แห่ง สำนักงาน คปภ. ได้มีการประชุมหารือร่วมกับสมาคมประกันชีวิตไทย และสมาคมประกันวินาศภัย เพื่อวางกรอบและหาแนวทางการให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยในเบื้องต้นพอสรุปได้ดังนี้
1. สำนักงาน คปภ. ได้มีการกำหนดเขตการรับประกันภัยในกรุงเทพมหานคร โดยจัดเป็นบล็อกประกันภัย จำนวนทั้งสิ้น 1,610 บล็อก ซึ่งแต่ละบล็อกจะมีข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับการประกันภัย สามารถสืบค้นได้โดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ จากสถานการณ์ความไม่สงบดังกล่าว ที่มีผลกระทบต่อพื้นที่รับประกันภัย แยกออกเป็นรายใหญ่และรายย่อยรวม 7 บล็อกหลัก และสามารถระบุการเอาประกันภัยของทรัพย์สินหรืออาคารที่ได้รับความเสียหายได้ นอกจากนี้ยังได้มอบหมายให้บริษัทประกันภัยสำรวจผลกระทบทั้งหมดจากเหตุการณ์ความไม่สงบดังกล่าวอีกครั้งหนึ่ง
2. ทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ความไม่สงบครั้งนี้ ที่ได้รับรายงานมีการทำประกันภัยคุ้มครองทรัพย์สินไว้กับบริษัทประกันภัย จำนวน 30 บริษัท แต่มีผู้ประกอบการรายใหญ่ซื้อประกันภัยคุ้มครองภัยก่อการร้ายไว้เพียง 6 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการประเมินความเสียหายโดยบริษัทผู้สำรวจภัยรายใหญ่จากต่างประเทศร่วมกับผู้สำรวจภัยในประเทศของบริษัท ทั้งนี้ข้อมูลความเสียหายทั้งหมดจะสรุปได้ภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2553 นี้
ทั้งนี้สำหรับบริษัทเซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) /ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ได้มีทำประกันภัยธุรกิจหยุดชะงักไว้ด้วย
3. ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ได้รับความเสียหาย ได้มีการทำประกันอัคคีภัย และประกันความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน(IAR)ไว้ แต่ไม่ซื้อความคุ้มครองสำหรับภัยก่อการร้าย ดังนั้น สำนักงาน คปภ.จึงได้ขอความร่วมมือกับสมาคมประกันวินาศภัย และบริษัทประกันวินาศภัย ให้ความช่วยเหลือผู้เอาประกันภัยโดยพิจารณาเป็นรายๆไป โดยสรุปการดำเนินการ ดังนี้
3.1 สำรวจความเสียหาย โดยเน้นกลุ่มรายย่อย (ทุนประกันภัยไม่เกิน 5 ล้านบาท)ก่อน โดยดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 3 มิถุนายน 2553 และจะสรุปรวบรวมความเสียหายทั้งหมดได้ภายในวันที่ 10 มิถุนายน 2553 เพื่อพิจารณาการให้ความช่วยเหลือ
3.2 ความช่วยเหลือจะพิจารณาเป็นรายๆไป โดยมีหลักเกณฑ์ให้บริษัทพิจารณาจำนวนผู้เอา ประกันภัยที่ได้รับความเสียหายของแต่ละบริษัท ทั้งนี้ให้คำนึงถึงความสามารถและฐานะการเงินของบริษัทประกันภัยด้วย
3.3 บริษัทจะเจรจากับบริษัทรับประกันภัยต่อในต่างประเทศเพื่อขอความช่วยเหลือในกรณีที่
มิได้ซื้อความคุ้มครองภัยก่อการร้าย
3.4 ขอให้รัฐบาลใช้มาตรการทางภาษีเพื่อเป็นแรงจูงใจให้กับบริษัทประกันภัยในการ ให้ความช่วยเหลือ โดยสามารถนำไปหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณเงินได้ เพื่อเสียภาษีประจำปี
4. ในกรณีของการประกันชีวิต จากการสำรวจพบว่า ผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้มีการทำประกันภัยไว้กับบริษัทประกันชีวิต จำนวน 9 บริษัท รวมทั้งสิ้น 17 กรมธรรม์ มูลค่าผลประโยชน์มรณกรรมรวม 2.3 ล้านบาท
ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ สายด่วนประกันภัย 1186







