posttoday
ราคาพันธบัตรลดลงเล็กน้อยตามแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ

ราคาพันธบัตรลดลงเล็กน้อยตามแรงขายของนักลงทุนต่างชาติ

01 กรกฎาคม 2557

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (23-25 มิ.ย. 2557) มีมูลค่ารวม 438,415 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 87,683 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 12%

ปริมาณการซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (23-25 มิ.ย. 2557) มีมูลค่ารวม 438,415 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 87,683 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 12%

ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้ว จะพบว่ากว่า 63% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 274,821 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 89,155 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 7,001 ล้านบาท หรือคิดเป็น 20% และ 2% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB196A (อายุ 5.0 ปี) LB176A (อายุ 3.0 ปี) และ LB155A (อายุ 0.9 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 23,286 ล้านบาท 12,192 ล้านบาท และ 12,021 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่นที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น CB14715A (อายุ 13 วัน) CB14925B (อายุ 91 วัน) และ BOT161A (อายุ 1.6 ปี) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 29,222 ล้านบาท 22,454 ล้านบาท และ 15,444 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของ บริษัท นิติบุคคลเฉพาะกิจ บตท. (6) รุ่น MBSC16DA (AA) มูลค่าการซื้อขาย 705 ล้านบาท หุ้นกู้ของ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ รุ่น GLOBAL172A (A) มูลค่าการซื้อขาย 704 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท บ้านปู รุ่น BANPU195A (AA) มูลค่าการซื้อขาย 415 ล้านบาท

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในช่วงประมาณ +1 ถึง +8 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%)

ทั้งนี้ เงินทุนต่างชาติยังคงไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการขายทำกำไรในตราสารหนี้ระยะยาวอยู่บ้างก็ตาม สำหรับการประมูลพันธบัตรในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่าตั๋วเงินคลังและพันธบัตร ธปท. อายุ 6 เดือน ได้รับความสนใจจากนักลงทุนค่อนข้างน้อย โดยมีความต้องการประมูลในจำนวนที่ต่ำกว่าปริมาณพันธบัตรที่ออกขาย 0.75 และ 0.57 เท่า (BCR Ratio) ตามลำดับ ส่งผลให้ Yield ของการประมูลสูง (ราคาต่ำ) และทำให้ Yield ของพันธบัตรรุ่นใกล้เคียงเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย จากผลการประมูลดังกล่าวบวกกับแรงขายในพันธบัตรระยะยาวของนักลงทุนต่างชาติ มีส่วนทำให้ราคาตราสารหนี้ปรับตัวลดลง (Yield เพิ่มขึ้น)

ทางด้านของ ธปท. ได้ปรับลดประมาณการผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ในปี 2557 ของไทยลงจาก 2.7% มาอยู่ที่ 1.5% พร้อมคาดการณ์ตัวเลขการส่งออกว่าจะเติบโตลดลงจาก 4.5% เหลือเพียง 3% แต่ประเด็นดังกล่าวไม่ได้ส่งผลต่อตลาดตราสารหนี้ไทยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามากนัก

นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตราสารหนี้ทุกประเภท (ทั้งระยะสั้นและระยะยาว) รวมกัน 3,023 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือน้อยกว่า 1 ปี) 7,260 ล้านบาท แต่ขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 4,236 ล้านบาท ทางด้านนักลงทุนรายย่อยมียอดขายสุทธิ 86 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า

“ปากคลองไม่มีวันตาย” LINE MAN MART ดันยอดขายดอกไม้โต 1.5 เท่า