
ทีวีดิจิตอลหวัง3ช่องทางกรุทุ้งโฆษณาปีหน้า
จากคาดการณ์ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาปีหน้า 2558 จะโตมากกว่า 5% ตามเศรษฐกิจไทยปีหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ
โดย...จะเรียม สำรวจ
จากคาดการณ์ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาปีหน้า 2558 จะโตมากกว่า 5% ตามเศรษฐกิจไทยปีหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติ คาดการณ์ปัจจัยที่ดีดังกล่าว น่าจะส่งผลดีมาถึงผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่จะมีเม็ดเงินโฆษณาไหลเข้าช่องมากขึ้นจากปีนี้ ที่คาดว่าจะมี 4,900 ล้านบาท
แม้ว่าแนวโน้มจะสดใสเม็ดเงินโฆษณาเริ่มไหลเข้า แต่ยังมีปัจจัยอีกหลายอย่างให้น่าเป็นห่วง เพราะเอเยนซียังคงเลือกใช้งบโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ โดยวัดจากความนิยมของจำนวนผู้ชมหรือเรตติ้ง ทว่าทีวีดิจิทัลที่ยังไม่สามารถเข้าถึงผู้ชมทั่วประเทศได้ จึงทำให้เป็นจุดอ่อนที่ผู้ประกอบการต้องดิ้นสู้ในช่วงเริ่มต้น
วรรณี รัตนพล นายกสมาคมมีเดียเอเยนซีและธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย หรือ MAAT เปิดเผยว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องเร่งทำคือ การช่วยเหลือตัวเอง เพราะปัจจุบันผู้ชมส่วนใหญ่ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจว่าทีวีดิจิทัลคืออะไร และจะสามารถรับชมทีวีดิจิทัลผ่านช่องทางไหนได้บ้าง
ปัญหาที่เกิดขึ้นดังกล่าวผู้ประกอบการควรเร่งทำการแก้ไข ด้วยการออกมาประชาสัมพันธ์ช่องของตัวเองให้มากขึ้น เช่น การโฆษณาให้ผู้ชมได้ทราบว่าช่องของ ตนเองมีรายการอะไร สามารถรับชมผ่านช่องทางไหน อยู่หมายเลขอะไร วางโพซิชั่นนิ่งของช่องเป็นอย่างไร มีใครเป็นกลุ่มเป้าหมาย ผังรายการเป็นอย่างไร
แนวทางการทำตลาดในรูปแบบดังกล่าว ปัจจุบันยังไม่มีผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลออกมาทำตลาดอย่าง จริงจัง จึงทำให้ผู้ชมเข้าใจเรื่องทีวีดิจิทัลน้อย หาก ผู้ประกอบการสามารถสร้างการจดจำแบรนด์ช่องของตัวเองในกลุ่มผู้ชมเป้าหมายได้ก็จะทำให้เกิดการรับชม และนำมาซึ่งเม็ดเงินโฆษณาที่ไหลเข้าสู่ทีวีดิจิทัล
วรรณี กล่าวว่า เม็ดเงินโฆษณาผ่านทีวีดิจิทัลปี 2558 แนวโน้มดีจะโตกว่าปี 2557 พอสมควร แต่จะมีมูลค่าเท่าไหร่ยังประเมินไม่ได้ เนื่องจากผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลยังไม่ออกมาทำตลาดครบทั้ง 24 ช่อง ประกอบกับการเข้าถึงทีวีดิจิทัลยังไม่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพราะยังมีปัญหาสัญญาณการรับชม
อย่างไรก็ตาม จากการขยายตัวของ 1.ทีวีดาวเทียม 2.เคเบิลทีวี และ 3.ทรูวิชั่นส์ ทั้ง 3 แพลตฟอร์มน่าจะเป็น 3 ทหารเสือหลัก ที่จะผลัดกันให้การรับชมทีวีดิจิทัลครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายเร็วขึ้น เห็นได้จาก ผลสำรวจช่องทางการรับชม 13% รับชมผ่านกล่อง รับสัญญาณทีวีดิจิทัล และอีก 87% รับชมผ่านแพลตฟอร์มทีวีดาวเทียม เคเบิลทีวี และทรูวิชั่นส์
กนกกาญน์ ประจงแสงศรี ผู้อำนวยการสมทบแผนก อินเวสเม้นท์ แอนด์ โนวเลจ ไอพีจี มีเดียแบรนด์ กล่าวว่า จากการสอบถามกลุ่มตัวอย่างจำนวน 974 คน เกี่ยวกับการรับรู้ทีวีดิจิทัลในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.ที่ผ่านมา 40% มีความสนใจเปลี่ยนการติดตั้งอุปกรณ์รับชมทีวี ส่วนอีก 60% ยังไม่ยอมติดตั้งหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ เพราะยังสับสนและไม่รู้ว่าเปลี่ยนไปแล้วจะได้อะไร
ขณะที่ผู้ชมส่วนหนึ่งซึ่งหันไปเปลี่ยนอุปกรณ์รับสัญญาณชมทีวีดิจิทัล จากผลสำรวจพบว่า 70% ตอบว่ามีช่องดูมากขึ้น 55% มีรายการหลากหลายประเภท และ 60% รับทีวีชัดมากขึ้น ด้านกลุ่ม 60% ที่ยังไม่ยอมติดตั้งหรือเปลี่ยนอุปกรณ์ 78% ให้เหตุผลว่าสับสนจำเลขช่องไม่ได้ 46% หาช่องประจำที่ดีไม่เจอ 32% มีช่องมากเกินไปไม่รู้จะดูช่องไหน 5% มีปัญหาสัญญาณ และ 2% รายการไม่น่าสนใจ ไม่มีคุณภาพ
นอกจากนี้ ยังพบว่าหลังจากติดตั้งการรับชมทีวีดิจิทัลแล้ว 51% ยังคงดูช่อง 3 7 5 และ 9 เหมือนเดิม เพราะมีความคุ้นเคย ชอบ และติดรายการต่างๆ 44% ดูช่องอะนาล็อกและทีวีดิจิทัลในสัดส่วนที่เท่ากัน เพราะเลือกดูตามรายการที่ชอบ ที่สนใจ ส่วนที่เหลืออีก5% เป็นการดูทีวีดิจิทัลเป็นหลัก เพราะมีความหลากหลายน่าสนใจ
เมื่อสอบถามถึงความสนใจใช้คูปองซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล 74% มีความสนใจใช้เป็นส่วนลดในการซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลอีก 26% ไม่สนใจ เพราะปัจจุบันนติดตั้งทรูวิชั่นส์ ทีวีดาวเทียม และเคเบิลทีวีอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็มองว่ายังไม่มีความจำเป็นต้องซื้อ เนื่องจากไม่มั่นใจคุณภาพและปกติดูออนไลน์
ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทางแก้ที่ดีคือออกมาโฆษณาประชาสัมพันธ์ตัวเอง เพราะปัจจุบันผู้ชมยังขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องนี้ แม้ว่าขณะนี้จะเริ่มมีเม็ดเงินโฆษณาไหลเข้าสู่ระบบของทีวีดิจิทัล แต่ก็ถือว่าเป็นสัดส่วนอันน้อยนิดเมื่อเทียบกับภาพรวมของอุตสาหกรรม
รัฐกร สิบสุข กรรมการสมาคมมีเดียเอเยนซีและธุรกิจสื่อแห่งประเทศไทย กล่าวว่า จากปัจจัยลบที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกส่งผลให้การปรับค่าโฆษณาปีนี้จะขึ้นแค่ 2% ถือว่าน้อยมาก เพราะสถานการณ์ไม่เอื้อทำตลาด แต่จากจำนวนผู้ชมทีวีดิจิทัลที่เพิ่มต่อเนื่อง เชื่อว่านับจากนี้ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณาน่าจะให้ความสนใจสื่อนี้มากขึ้น







