
เปิดวิสัยทัศน์"สมชัย-กฤษฏา"
สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้กลับมาเป็นอธิบดีกรมศุลกากรสมัยที่ 2 ตามคำสั่งโยกย้ายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้กลับมาเป็นอธิบดีกรมศุลกากรสมัยที่ 2 ตามคำสั่งโยกย้ายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
อธิบดีกรมศุลกากรคนล่าสุด เปิดแผนการบริหารงาน ว่า จะมีการหารือร่วมกับผู้บริหารของกรมเกี่ยวกับแนวทางและวิธีการทำงาน โดยเฉพาะเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตตามนโยบายของ คสช. เพื่อให้ภาพลักษณ์ของกรมศุลกากรซึ่งเป็นประตูการค้าของประเทศ ดูดีขึ้นในสายตาของนักลงทุนต่างชาติจากที่ผ่านมาถูกมองในแง่ลบ
นอกจากนี้ จะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับแผนงานของกรม ว่ามีโครงการใดบ้างที่ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีโครงการใดที่ยังคงติดค้างอยู่ ก็ต้องเร่งเข้าไปสานต่อเพื่อให้เกิดประโยชน์โดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกันจะเข้าไปดูเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของกรม เพื่อให้ได้ตามเป้าที่ได้รับมอบหมายที่ 1.31 แสนล้านบาท โดยยอมรับว่าปัจจัยที่มีผลกดดันการทำงานที่สำคัญ ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ซึ่งมีผลต่อการนำเข้าสินค้าของผู้ประกอบการ และส่งผลกดดันการทำงานของกรมศุลกากรมากที่สุด แต่ก็ต้องมีการปรับตัวและเพิ่มประสิทธิภาพในส่วนที่สามารถดำเนินการได้
สมชัย ระบุว่า กรณีเป้ารายได้เมื่อ สศค.ไม่ได้มีการปรับลดเป้าหมายให้ ก็ต้องเดินหน้าตามเป้าหมายเดิมให้ดีที่สุด ต้องไปดูว่าส่วนไหนยังมีอะไรให้ทำได้บ้าง เพราะการจัดเก็บภาษีเป็นหน้าที่ของกรมจัดเก็บที่ต้องดำเนินการอยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่หลายคนจับตาการประมูลรถยนต์หรู 300 คัน ในวันที่ 4 ก.ค.นี้ ว่าจะมีความโปร่งใสหรือไม่ ในฐานะที่เพิ่งเข้ามาทำงานก็อาจจะยังไม่มีการปรับหลักเกณฑ์อะไร เพราะยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะเข้าไปรื้อเกณฑ์ของคนที่เคยทำอยู่แล้ว แต่เรื่องนี้จะมีการพิจารณาในระยะต่อไป เมื่อมีการหารือและมีข้อมูลที่ชัดเจนเพียงพอ







