
ผลวิจัยชี้SMEขนาดเล็กขาดสภาพคล่องมากสุด
ผลสำรวจ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ เผยเอสเอ็มอีกว่า 2 แสนราย ขาดสภาพคล่องทางธุรกิจหนัก หันกู้เงินนอกระบบ
ผลสำรวจ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ เผยเอสเอ็มอีกว่า 2 แสนราย ขาดสภาพคล่องทางธุรกิจหนัก หันกู้เงินนอกระบบ
นายเกียรติอนันต์ ล้วนแก้ว ผู้อำนวยการศูนย์วิจัย มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เปิดเผยว่า ผลการสำรวจธุรกิจเอสเอ็มอีในช่วงเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา รวม 12 จังหวัดทั่วประเทศ พบว่า เอสเอ็มอีมีปัญหาขาดสภาพคล่องทางธุรกิจมากที่สุด ในจำนวน 207,133ราย โดยเฉพาะเอสเอ็มอีขนาดเล็กที่มีแรงงานไม่ถึง 5 คน และผู้ประกอบการรายย่อย เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงแหล่งกู้เงินในระบบได้
ทั้งนี้ผลการสำรวจระบุว่า การเข้าถึงแหล่งทุนเพื่อนำมาใช้ทำธุรกิจในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เอสเอ็มอีขนาดเล็กจึงจะใช้วิธีหาเงินทุนผ่านการใช้บัตรเครดิต กู้เงินผ่านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และใช้การจำนำหรือ จำนอง แทน
ขณะที่ผลการสำรวจของเอสเอ็มอีถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง พบว่า เอสเอ็มอี ในสัดส่วน 81.6% มองว่าดีขึ้น เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรกที่ผ่านมา เพราะสถานการณ์ในประเทศมีความชัดเจนมากขึ้น สัดส่วน 10.2% บอกว่าใกล้เคียงกัน และ 8.2% บอกว่าแย่ลง สำหรับความคิดเห็นต่อยอดขายของบริษัทในครึ่งปีหลัง คาดว่า จะปรับตัวดีขึ้น ในสัดส่วน 40.2% ใกล้เคียงกัน 38.7% และแย่ลง 21.1% ส่วนความคิดเห็นยอดขายนั้น คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 19.6%
ด้านปัจจัยที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการในช่วง 6 เดือนข้างหน้าได้แก่ 1.การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ หากเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลัง ขยายตัวได้ 2% จะส่งผลให้เอสเอ็มอี กลับมาฟื้นตัวได้ช้าในช่วงต้นปี 2558 แทน แต่หากครึ่งปีหลังเศรฐกิจไทยขยายตัวได้ 3-4% เอสเอ็มอีจะกลับมาฟื้นตัวได้ในช่วงไตรมาส 3 หรือ ไตรมาส 4 นี้ 2.ความเชื่อเชื่อมั่นของผู้บริโภค 3.เข้าถึงแหล่งเงินทุน 4. เสถียรภาพทางการเมือง
“แม้ว่าในปัจจุบันสภาพคล่องของเอสเอ็มอี แม้เริ่มดีขึ้นมาบ้าง แต่ก็อยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง โดยเฉพาะรายเล็กที่ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งในการฟื้นตัว และการชิงตลาดที่เสียไปในช่วงเศรษฐกิจชะลอตัวนั้น ไม่สามารถทำได้รวดเร็ว ในเวลานี้เป็นช่วงที่ผู้ประกอบรายเล็กมีความอ่อนไหวมากที่สุด จำเป็นต้องช่วยเหลือให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนที่เหมาะสมอย่างทันท่วงที เพื่อให้กิจการเดินหน้าไปได้ต่อไป”นายเกียรติอนันต์ กล่าว







