
ปัญหาแรงงานต่างด้าว ถึงเวลาต้องสะสาง
สัปดาห์ที่ผ่านมากระแสข่าวด้านแรงงานดูจะมาแรงที่สุด เนื่องจากประเทศสหรัฐปรับลดระดับไทยเป็นประเทศที่มีการค้ามนุษย์ในระดับเลวร้ายที่สุด หรือระดับ Tier 3 ลดจากระดับก่อนหน้านั้นที่ติดอยู่ในกลุ่มจับตาด้านการค้ามนุษย์มานานกว่า 3 ปี โดยให้เวลาชี้แจงภายใน 90 วัน ก่อนที่จะมีมาตรการกดดันทางการค้าตั้งแต่ระดับอ่อนที่สุด เช่น การระงับความช่วยเหลือต่างๆ ทั้งผ่านธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ จนไปถึงมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอื่นๆ
สัปดาห์ที่ผ่านมากระแสข่าวด้านแรงงานดูจะมาแรงที่สุด เนื่องจากประเทศสหรัฐปรับลดระดับไทยเป็นประเทศที่มีการค้ามนุษย์ในระดับเลวร้ายที่สุด หรือระดับ Tier 3 ลดจากระดับก่อนหน้านั้นที่ติดอยู่ในกลุ่มจับตาด้านการค้ามนุษย์มานานกว่า 3 ปี โดยให้เวลาชี้แจงภายใน 90 วัน ก่อนที่จะมีมาตรการกดดันทางการค้าตั้งแต่ระดับอ่อนที่สุด เช่น การระงับความช่วยเหลือต่างๆ ทั้งผ่านธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ จนไปถึงมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอื่นๆ
ซึ่งผลกระทบอาจจะมีต่อสินค้าส่งออกไทยไปสหรัฐ ซึ่งปีที่แล้วมีมูลค่าประมาณ 7.4 แสนล้านบาท สินค้าที่มีความอ่อนไหว เช่น อาหารทะเลบรรจุกระป๋องและแปรรูปจากผลิตภัณฑ์ประมงแช่แข็ง ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 4.4 หมื่นล้านบาท รวมทั้งการส่งออกเครื่องนุ่งห่มไปสหรัฐ ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 3.3 หมื่นล้านบาท อาจได้รับผลกระทบเพราะอุตสาหกรรมเหล่านี้มีการใช้แรงงานต่างด้าวในอัตราที่สูง และถูกกล่าวหาว่ามีการใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับผิดกฎหมาย มีการกดขี่ค่าจ้าง รวมทั้งด้านความเป็นอยู่ของแรงงานว่าต่ำกว่าเกณฑ์
โดยข้อเท็จจริงประเทศไทยขาดแคลนแรงงานพื้นฐาน การว่างงานอยู่ในระดับต่ำของโลก คือ ประมาณ 0.7% ปัญหาใหญ่ของภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และภาคเกษตร คือ หาแรงงานมาทำงานให้ครบจำนวนที่ต้องการไม่ได้ จึงมีการนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศพม่าและกัมพูชา
ซึ่งในทางปฏิบัตินายจ้างต่างแข่งขันกันดูแลแรงงานของตนทั้งด้านค่าจ้างและความเป็นอยู่ ขณะที่แรงงานต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยก็มีการเลือกนายจ้าง มีการสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านโซเชียลมีเดีย หากนายจ้างดูแลไม่ดีก็มีการเปลี่ยนงาน ปัญหาใหญ่ของนายจ้างที่มีอยู่ในปัจจุบันหรือพูดให้ง่ายก็คือ เป็นยุคที่นายจ้างต้องเอาใจลูกจ้าง เพราะ แรงงานหายาก ข้อมูลที่สหรัฐนำมาใช้อาจเป็นข้อมูลเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมาหรือได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง เป็นเรื่องที่ต้องเร่งทำความเข้าใจต่อทางสหรัฐ รวมทั้งกลุ่มอนุรักษ์สิทธิมนุษยชน และกลุ่มเอ็นจีโออย่าให้ขยายผลไปจนถึงต่อต้านสินค้าไทย
อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าปัญหาแรงงานต่างด้าวของไทยมีปัญหาเชิงระบบ เพราะส่วนใหญ่เข้ามาอย่างไม่ถูกกฎหมาย ประมาณว่ามีแรงงานต่างด้าวทั้งประเทศไม่น้อยกว่า 4 ล้านคน แต่มีการขึ้นทะเบียนกับกระทรวงแรงงานประมาณ 1.3 ล้านคน ปัญหาสำคัญคือ ข้อจำกัดเกี่ยวกับการพิสูจน์สัญชาติจากการไม่มีบัตรประชาชน การไม่มีทะเบียนบ้าน รวมถึงข้อจำกัดของประเทศของแรงงานเหล่านั้น ทำให้ไม่สามารถออกหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต ซึ่งส่งผลต่อการขึ้นทะเบียนแรงงานให้ถูกต้อง เป็นช่องว่างให้เกิดการทำมาหากินกับแรงงานต่างด้าว ซึ่งปัญหาดังกล่าวเรื้อรังมานานหลายรัฐบาล
ขณะที่หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องประมาณ 14 หน่วยงาน แทบ ไม่มีการประสานงานกัน อีกทั้งการที่ไม่มีการบริหารจัดการการบ่งชี้ตัวตนของแรงงานต่างด้าว รวมทั้งการไม่สามารถควบคุมแรงงานให้อยู่กับ นายจ้างที่จดทะเบียน และการไม่มีการควบคุมพื้นที่หรือโซนนิ่ง ทำให้แรงงานกระจัดกระจายไปอยู่ในภาคส่วนต่างๆ ซึ่งควบคุมแทบไม่ได้ เช่น ในภาคเกษตร ภาคประมง และกระจัดกระจายทำงานอยู่ในครัวเรือน ทั่วประเทศ บางส่วนก็เข้าไปค้าประเวณีหรือไปทำงานอิสระต่างๆ ทำให้ ไม่สามารถควบคุมแรงงานเหล่านี้ได้
ดังนั้น การที่ คสช.ได้กำหนดมาตรการชั่วคราวในการแก้ปัญหา แรงงานต่างด้าว ถือเป็นเรื่องที่ถูกต้อง โดยให้นายจ้างจัดทำรายชื่อ แรงงานต่างด้าวทั้งที่ถูกต้องตามกฎหมายและผิดกฎหมายภายใน 15 วัน เพื่อให้มีการผ่อนผันให้สามารถทำงานในประเทศได้เป็นการชั่วคราว และมีการจัดตั้งศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ อีกทั้ง คสช.ควรพิจารณา แก้ปัญหาบุตรของแรงงานต่างด้าว ซึ่งมีอยู่ในประเทศหลายแสนคนว่าจะทำอย่างไร เพราะหากเด็กเหล่านี้ไม่มีที่เรียนหรือที่เลี้ยงดู ก็จะ ป้วนเปี้ยนอยู่กับพ่อแม่ในโรงงาน กลายเป็นการใช้แรงงานเด็ก และเด็กที่โตก็จะกลายเป็นปัญหาของประเทศทั้งในด้านสัญชาติ การส่งตัวกลับ ด้านความมั่นคง และด้านยาเสพติด
ปัญหาแรงงานต่างด้าวเป็นเรื่องใหญ่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจของประเทศ มีผลประโยชน์แอบแฝงมหาศาล เกี่ยวข้องกับกลุ่มอิทธิพลทั้งนักการเมือง ข้าราชการ และเอกชนจำนวนมากมาย มีความซับซ้อนในการจัดสรรส่งส่วยแบ่งผลประโยชน์อย่างเป็นระบบ แต่ก็เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขเพราะเรื้อรังมาช้านาน จึงขอเอาใจช่วย คสช. แต่ขอให้แก้ปัญหาให้ได้ทั้งระบบ ไม่ใช่เฉพาะปลดล็อกกับประเทศสหรัฐเท่านั้น เพราะหากรัฐบาลทหารยังแก้ไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าจะไปพึ่งใครอีกต่อไปแล้ว...จริงไหมครับ







