posttoday
คสช.ดัดหลัง กสทช.ดึงคืนคลื่นความถี่ 4จี

คสช.ดัดหลัง กสทช.ดึงคืนคลื่นความถี่ 4จี

30 มิถุนายน 2557

ความพยายามของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.)

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

ความพยายามของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ที่จะขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เดินหน้าอีก 3 โครงการที่เหลือ คือ การประมูลใบอนุญาตให้บริการคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ รวม 4 ใบ มูลค่า 4.29 หมื่นล้านบาท และโครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึงและบริการเพื่อสังคม (USO) มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง แม้จะถูกสั่งเบรกไว้

ด้วยความหวังว่า หาก คสช.อนุมัติ จะส่งสัญญาณบวกให้กับธุรกิจโทรคมนาคมกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ 3 โครงการเดินหน้าต่อไปได้

ความหวังแรกอยู่ที่การแจกเงินประชาชน 2.5 หมื่นล้านบาท ในโครงการแจกคูปองทีวีดิจิทัลแก่ประชาชน 22.525 ล้านครัวเรือน ขณะนี้กำลังจะนำไปเปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) ว่า ราคาจะอยู่ที่กล่องละเท่าไหร่ ระหว่าง 690 บาท กับ 1,000 บาท ที่จะเริ่มวันแรก 4 ก.ค.นี้แล้ว

ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า ในสัปดาห์นี้จะเข้าชี้แจงรายละเอียดกับ คสช.อีกครั้ง เพื่อให้ คสช.ไฟเขียวให้เดินหน้าทั้ง 3 โครงการต่อได้ โดยเฉพาะการประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องให้ใบอนุญาตรายใหม่ภายในวันที่ 1 ก.ย.นี้ เพื่อป้องกัน ไม่ให้เกิดปัญหาซิมดับ

เนื่องจากประกาศเรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการกรณีสิ้นสุดสัมปทาน หรือสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. 2556 หรือ ประกาศคุ้มครองซิมดับ จะสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการในวันที่ 15 ก.ย. 2557

กสทช.ได้หยิบยกประเด็นเรื่องการประมูลคลื่น ความถี่ ว่าจะช่วยกระตุ้นมูลค่าทางเศรษฐกิจให้เติบโตขึ้นได้มากกว่า 1 แสนล้านบาท เห็นได้ชัดเจนการประมูลคลื่นความถี่ 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ เมื่อปลายปี 2555 ที่ผ่านมา ข้อมูลจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจของธนาคารไทยพาณิชย์ และศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้วิเคราะห์มูลค่าเพิ่มของธุรกิจโทรคมนาคมและเศรษฐกิจไทย จากการให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3จี คลื่น 2.1 กิกะเฮิร์ตซ ว่า ผลทางตรงที่ได้รับจากการประมูลดังกล่าวได้สร้างรายได้ให้ประเทศ 4.1 หมื่นล้านบาท จากค่าประมูลและได้รับค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจากผู้ให้บริการทั้ง 3 ราย เฉลี่ยปีละ 3,000 ล้านบาท

ขณะที่ผลทางอ้อม แบ่งเป็น การลงทุนรวมในอุปกรณ์โครงข่าย ทั้งโครงข่ายหลัก (Core Network) และสายเคเบิลอีกปีละ 6.7 หมื่นล้านบาท ในช่วง 35 ปีแรก การเติบโตของมูลค่าตลาดสมาร์ทโฟนและการใช้งานอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือ มูลค่า 7.5 หมื่นล้านบาท เม็ดเงินโฆษณาผ่านมือถือและโฆษณาผ่านสื่อดิจิทัล รวมมูลค่าเกือบ 7,000 ล้านบาท รวมไปถึงมูลค่าการทำธุรกรรมผ่านมือถือ (Mobile Banking) เช่น การโอนเงิน ชำระค่าบริการต่างๆ ประมาณ 7 แสนล้านบาท

ทว่า ประเด็นเรื่องเศรษฐกิจที่ กสทช.หยิบยกมาดูจะไม่เป็นผลมากนัก ด้วยว่าสาเหตุที่ คสช.เข้าควบคุมอำนาจการบริหารของ กสทช.ในครั้งนี้มีหลายสาเหตุ หนึ่งในนั้นเป็นไปได้ว่า ก่อนหน้านี้ กสทช.มีความพยายามที่จะทวงคืนคลื่นความถี่ในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์จากกองทัพ ที่มีคลื่นอยู่ในครอบครองมากมาย โดยเฉพาะคลื่นวิทยุที่ได้ให้บริษัทเอกชนเช่าช่วงเวลา แม้รายได้จากการให้เอกชนเช่าจะมีไม่มากนัก แต่คลื่นความถี่ถือเป็นทรัพยากรล้ำค่าที่ไม่ว่าหน่วยงานใดก็ต้องการมีอยู่ในครอบครองให้นานที่สุด

นอกจากนี้ อาจเกิดจากปัญหาที่ต้องมีการสะสางให้ชัดเจนกับรัฐวิสาหกิจโทรคมนาคมของประเทศ 2 แห่ง คือ ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม ที่กำลังเผชิญกับภาวะวิกฤตดิ่งลงของรายได้

เพราะหลังจาก พ.ร.บ. กสทช. 2553 กำหนดให้ต้องนำส่งรายได้จากสัมปทานให้ กสทช. ส่งผลให้ ทั้งสององค์กรรายได้หายไปเกือบปีละ 5 หมื่นล้านบาท และต้องเผชิญวิกฤตซ้ำสอง เมื่อ กสทช.ดึงคลื่นความถี่ที่สิ้นสุดสัมปทานนำกลับไปเปิดประมูลทั้งคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ของ กสทฯ และคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ของทีโอที

ดังนั้น ความพยายามในการช่วยประคับประคองรัฐวิสาหกิจโทรคมนาคมทั้งสองแห่งของประเทศ จึงเป็นภารกิจสำคัญของ คสช.เช่นกัน และการเข้าควบคุม กสทช.จะเป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้ทีโอที และ กสทฯ มีรายได้เลี้ยงตัวเอง ผ่านรูปแบบการยับยั้งประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ ที่ยังไม่หมดสัมปทานเพื่อต่อลมหายใจให้กับทีโอที และการวาง ให้ กสทฯ เข้ามาทำหน้าที่บริหารคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ หากไม่สามารถประมูลคลื่นความถี่ได้ทันที่ประกาศคุ้มครองซิมดับจะหมดอายุ เพราะตามสัมปทานกำหนดให้ กสทฯ มีสิทธิในคลื่นนี้ต่อไปอีก 2 ปี แม้ว่าสัมปทานจะสิ้นสุดแล้วก็ตาม

อีกประเด็นคือ การทำหน้าที่ของ กสทช.ในระยะ ที่ผ่านมาได้ทำเต็มที่หรือไม่ และได้พยายามรักษาผลประโยชน์ของประเทศแค่ไหน

ทั้ง 3 ประเด็น จึงกลายเป็นคมหอกปลายดาบที่ คสช.จับพุ่งเข้าใส่ กสทช.

ฐากร กล่าวว่า มีความเป็นไปได้สูงมาก ที่ พ.ร.บ. กสทช. 2553 จะถูกแก้ไขในหลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็นที่กำหนดให้คลื่นความถี่ต้องเปิดประมูลเพียงอย่างเดียว ซึ่งถือเป็นข้อจำกัดที่มากเกินไป และกลายเป็นเงื่อนผูกมัดมาจนถึงขณะนี้ ทั้งที่บางคลื่นไม่จำเป็นต้องนำมาประมูลก็ได้

นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของรายได้ที่ได้จากการประมูลทีวีดิจิทัล แต่เดิมกำหนดให้เป็นของกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทปส.) ให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินเช่นเดียวกับการประมูลคลื่นความถี่โทรคมนาคม

อย่างไรก็ตาม การประมูลใบอนุญาต 3จี ที่เกิดขึ้นนั้น ถูกตั้งคำถามถึงความไม่โปร่งใสจากเงื่อนไขการประมูลที่กำหนดให้ผู้เข้าประมูลถือครองคลื่นความถี่สูงสุดได้รายละ 15 เมกะเฮิรตซ์ จากใบอนุญาตที่มีทั้งหมด 9 ใบ ใบละ 5 เมกะเฮิรตซ์ รวม 45 เมกะเฮิรตซ์ ขณะที่ผู้เข้าประมูลมีเพียง 3 ราย เท่ากับว่าแบ่งผลประโยชน์ลงตัวทุกราย จนเป็นเหตุให้ขณะนี้กำลังถูกสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบ เพื่อพิจารณาว่าจะชี้มูลความผิดครั้งนี้หรือไม่

สำหรับการประมูลใบอนุญาต 1800 เมกะเฮิรตซ์นั้น ได้ข้อสรุปเงื่อนไขเบื้องต้นว่าหากมีผู้เข้าประมูลน้อยกว่าหรือเท่ากับจำนวนใบอนุญาต 2 ใบ จะขยายเวลาออกไปอีก 30 วัน แต่หากขยายเวลาแล้วยังไม่มีผู้สนใจเพิ่มก็จะเดินหน้าการประมูลต่อ จากเดิมที่กำหนดเงื่อนไขว่าหากมีผู้เข้าประมูลน้อยกว่าหรือเท่ากับใบอนุญาตจะต้องยกเลิกการประมูลแล้วเริ่มใหม่

การปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในภายหลังนี้เอง ก็เป็นประเด็นที่ คสช.ต้องการให้ กสทช.ชี้แจงให้ชัดว่า เหตุใด จึงเปิดให้การประมูลเกิดขึ้นแม้มีผู้เข้าประมูลเท่ากับใบอนุญาต ทั้งที่การประมูล 3จี ก็ชี้ชัดแล้วว่าไม่โปร่งใสและกำลังถูกตรวจสอบอยู่

ขณะที่ผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ต้องการให้การประมูล 4จี เกิดขึ้น เพราะไม่เพียงแต่จะทำให้เศรษฐกิจของประเทศเติบโตจากเม็ดเงินที่จะสะพัดในอุตสาหกรรม โทรคมนาคมถึง 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเชื่อมประชาชนทั้งประเทศให้มีโลกการสื่อสารอย่างเท่าเทียมกัน และประชาชนในยุคดิจิทัลจะมีการสื่อสารที่มีคุณภาพเต็มศักยภาพทั้งเสียงและดาต้า ซึ่งเป็นที่มาของการเติบโตทางธุรกิจและ ผลประโยชน์ทางธุรกิจ

จึงต้องการให้การประมูลเกิดขึ้นให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี