
ทิพยประกันเบรกรับรถหรู
ยอดจ่ายเคลมสินไหมพุ่งเกิน70%เตรียมออกสินค้าใหม่เจาะรายย่อยดันเบี้ย
ยอดจ่ายเคลมสินไหมพุ่งเกิน70%เตรียมออกสินค้าใหม่เจาะรายย่อยดันเบี้ย
ทิพยประกันภัยหยุดรับรถหรู รถเช่า สินไหมสูงเกิน 70% เตรียมออกสินค้าใหม่รุกตลาดรายย่อย
นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย เปิดเผยว่า บริษัทได้พิจารณาหยุดรับประกันภัยรถหรู รถขนาดใหญ่ และรถเช่า เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงค่าสินไหมทดแทนรวมกันเกิน 70% แม้อุบัติเหตุไม่ได้เกิดบ่อยแต่เมื่อเกิด 1 ครั้ง เสียหายมูลค่าสูง เช่น ล่าสุดรถหรูคันหนึ่งมีมูลค่าความเสียหาย 15 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ยังมีการพิจารณารับประกันในบางกรณี แต่ผู้ที่จะมีอำนาจตัดสินใจในการรับประกันรถหรูจะต้องเป็นระดับผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการขึ้นไป
สำหรับกลยุทธ์ครึ่งปีหลังจะเน้นออกสินค้าใหม่ที่มุ่งทำตลาดรายย่อยเป็นหลัก และจะทำการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ให้ลูกค้าโทรเข้ามาซื้อโดยตรงกับบริษัท ที่จะให้สิทธิประโยชน์แก่ประชาชนเป็นหลัก โดยจะเปิดตัวเร็วๆ นี้
“การขายตรงผ่านสื่อเพื่อประกาศว่า เรากำลังรุกเข้าสู่ตลาดรายย่อยอย่างจริงจัง จากเดิมที่ไม่เคยมีการโฆษณาเลย” นายสมพร กล่าว
นอกจากนี้ จะรุกตลาดประกันขนส่งภายในประเทศให้มากขึ้น เพื่อชดเชยประกันภัยขนส่งทางทะเลระหว่างประเทศที่อัตราเบี้ยประกันภัยลดลงตามตลาดประกันภัยต่อ และการส่งออกของไทยไปต่างประเทศลดลงมาก
นายสมพร กล่าวว่า คาดว่าการประกันการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่ชะลอในช่วง 6 เดือนแรก จะเข้ามาในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้บริษัทยังไม่ปรับเป้าหมายเบี้ยรับรวมที่วางไว้ 2.8 หมื่นล้านบาท ในปีนี้ ซึ่ง 6 เดือนแรกมีเบี้ยเข้ามาต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนเล็กน้อย แต่หวังว่ามาตรการกระตุ้นการลงทุนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะทำให้โครงการขนาดใหญ่ เช่น การก่อสร้างรถไฟรางคู่จะเดินหน้าต่อไปได้ และมั่นใจว่าผู้รับเหมาจะเรียกใช้บริษัท ทิพยประกันภัย เพราะเคยให้บริการกันมาตลอด
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในประเทศลาวได้จัดตั้งบริษัท ทิพยประกันภัย (ลาว) โดยมีกลุ่มทิพย กลุ่มพานิชชีวะ และกลุ่มอาคเนย์ประกันภัยถือหุ้นรวมกัน 80% นักลงทุนท้องถิ่นในลาวถือ 20% ด้วยทุนจดทะเบียน 60 ล้านบาท เริ่มขายประกันการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่แล้วเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากบริษัท ทิพยประกันภัย ถือหุ้นเพียง 10% จึงไม่ต้องรวมงบการเงินกับบริษัท ทิพยประกันภัย (ลาว) ส่วนที่กัมพูชาอยู่ระหว่างการเจรจาแต่จะดำเนินการให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งรูปแบบจะเป็นอย่างไรนั้นอยู่ระหว่างการศึกษา







