
เมย์แบงก์บุกไอพีโอดึงขาใหญ่เทรดหุ้น
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ลั่นบุกตลาดไอพีโอหลังหยุดมา 2 ปี เพิ่มรายได้และแจกลูกค้าประเดิม “พรอดดิจิ”
เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ลั่นบุกตลาดไอพีโอหลังหยุดมา 2 ปี เพิ่มรายได้และแจกลูกค้าประเดิม “พรอดดิจิ”
นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) หรือ MBKET เปิดเผยว่า แผนงานในปี 2557 จะกลับมาให้ความสำคัญกับงานที่ปรึกษาการเงินในการเสนอขายหุ้นให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) มากขึ้น หลังจากชะลอไปในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา เจาะลูกค้าทุกขนาด ไอพีโอหุ้นใหญ่เพื่อสร้างรายได้ ส่วนไอพีโอขนาดเล็กเพื่อรองรับความต้องการของฐานลูกค้าด้วย
ที่ผ่านมายอมรับว่าหลังเมย์แบงก์จากมาเลเซียเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ต้องการให้ไทยปรับกลยุทธ์รับดีลไอพีโอใหญ่มากขึ้นและสนับสนุนงานในต่างประเทศ ทำให้งานไอพีโอในประเทศเงียบไป
ล่าสุด บริษัทเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัท พรอดดิจิ (PDG) ขายจำนวน 70 ล้านหุ้น จะสรุปราคาพร้อมเปิดจองและเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในเดือนหน้า และยังมีลูกค้าอีกอย่างน้อย 23 ราย เช่น บริษัท วิจิตรภัณฑ์ปาล์มออยล์ บริษัท เน็ตเบย์
นอกจากนั้น กำลังทำดีลไอพีโอขนาดใหญ่ให้กับธุรกิจมาเลเซียที่มีบริษัทลูกมีฐานธุรกิจในไทยราว 10 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าของธนาคารเมย์แบงก์ มาเลเซีย โดยมีโอกาสที่เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)
สำหรับธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลัก ทรัพย์ ซึ่ง บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง เป็นแชมป์โบรกเกอร์มาหลายปี ในปี 2557 ตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาดไว้ที่ 11-12% จากช่วงปลายไตรมาสแรกลดลงไปอยู่ที่ 910% ในปี 2556 อยู่ที่ 11.5%
นายธงชัย ตันสุทัตต์ กรรมการผู้จัดการ PDG ผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์ กล่าวว่า จุดเด่นของหุ้น PDG คือ ธุรกิจเติบโตมั่นคงแม้ในภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ เพราะเชื่อมโยงกับธุรกิจเครื่องดื่มและอาหารที่มีการเติบโตต่อเนื่องทำให้มีกำไรดี จ่ายเงินปันผลสูง ซึ่งที่ผ่านมาจ่ายสม่ำเสมอ 2 ครั้ง/ปี ตามนโยบายไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ ปีนี้ตั้งเป้ารายได้เติบโต 15-20% จากปีก่อนที่ 694.21 ล้านบาท
“หลังใช้เครื่องจักรผลิตแทนคน อัตรากำไรขั้นต้นจะดีขึ้นเป็นประมาณ 20% ในปี 2558 จากตอนนี้ 18% ส่วนอัตรากำไรสุทธิก็ดีขึ้นจาก 8.88%” นายธงชัย กล่าว
ด้านผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท พรอดดิจิ คือ บริษัท น้ำมันพืชไทย (TVO) และตระกูลวิทยฐานกรณ์ ถือหุ้นสัดส่วน 67% หลังไอพีโอจะลดเหลือ 50%







