
ดัชนีคอร์รัปชั่นไทยครึ่งปี57ดีขึ้นสูงสุดในรอบ5ปี
หอการค้าไทยเผยดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันครึ่งปีแรกดีขึ้นสูงสุดในรอบ 5 ปีนัแถมเปอร์เซ็นจ่ายใต้โต๊ะยังลดลงเหลือ 15-20%
หอการค้าไทยเผยดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันครึ่งปีแรกดีขึ้นสูงสุดในรอบ 5 ปีนัแถมเปอร์เซ็นจ่ายใต้โต๊ะยังลดลงเหลือ 15-20%
เมื่อวันที่ 26 มิ.ย. นายธนวรรธน์ พลวิชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีสถานการณ์คอร์รัปชันไทยครึ่งปีแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย.2557) อยู่ที่ 46 คะแนนจากคะแนนเต็ม 100 เพิ่มขึ้นจากการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อเดือนธ.ค.2556 ที่อยู่ 39 คะแนน ซึ่งเป็นการเพิ่มสูงสุดในรอบ 5 ปีนับตั้งแต่ทำการสำรวจมาตั้งแต่ปี 2553
“ตัวเลขที่เพิ่มขึ้นนี้ต้องบอกว่าเป็นสถานการณ์เฉพาะกิจ เพราะเป็นการสำรวจในช่วงที่มีการทำปฎิวัติโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีการเข้ามาจัดระเบียบต่างๆ ทั้งเรื่องวินรถตู้ จัดระเบียบแรงงานต่างด้าว รวมทั้งการเข้มงวดในการตรวจสอบการทุจริตในโครงการต่างๆ จึงทำให้ความรู้สึกของประชาชนในช่วงนี้ที่มีต่อการคอร์รัปชันปรับตัวดีขึ้น”นายธนวรรธน์ กล่าว
นอกจากนี้ ยังพบว่า เปอร์เซ็นที่ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจกับภาครัฐจะต้องจ่ายเงินเพิ่มพิเศษ (เงินสินบนใต้โต๊ะ) แก่ข้าราชการ นักการเมืองที่ทุจริตเพื่อให้ได้งานนั้นมีสัดส่วนที่ลดลงด้วย โดยพบว่า ส่วนใหญ่เฉลี่ยอยู่ที่ 15-25% ของวงเงินงบประมาณ 1 ล้านล้านบาท ลดจากช่วงที่ผ่านมาที่จะเฉลี่ยอยู่ที่ 25-35% ซึ่งช่วยประหยัดงบประมาณลดได้ 1 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 0.5-0.7% ของจีดีพี
นายธนวรรธน์ กล่าวว่า หากยังรักษาระดับดัชนีคอร์รัปชันให้อยู่ที่ระดับ 40 คะแนนได้ถึงสิ้นปีนี้ เชื่อว่าน่าจะช่วยทำให้ภาพลักษณ์คอร์รัปชันของประเทศไทย (ซีพีไอ) ของไทยที่จัดอันดับโดยธนาคารโลกที่จะมีการประเมินในช่วงต้นปี 2558 มีการปรับตัวดีขึ้นหรือมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปี 2555 จากปัจจุบันที่ไทยตกลงมาอยู่ที่อันดับ 102 จากปี 2555 ที่ไทยอยู่อันดับที่ 88 จาก 177 ประเทศทั่วโลก
ด้าน นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า จากการสำรวจ 2,400 ตัวอย่าง พบว่า ส่วนใหญ่ 54% มองว่าความรุนแรงของปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในปัจจุบันมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น สาเหตุสำคัญมาจากกฎหมายเปิดโอกาสให้สามารถใช้ดุลยพินิจที่เอื้อต่อการทุจริตได้มากที่สุด รองลงมาคือ กระบวนการทางการเมืองขาดความโปร่งใสและตรวจสอบได้ยาก ความไม่เข้มงวดของการบังคับใช้กฎหมายและกฎระเบียบ และการปฎิบัติที่ขาดจริยธรรมของบริษัท
ทั้งนี้ รูปแบบการทุจริตคอร์รัปชันที่เกิดขึ้นบ่อยในสังคมไทยพบว่า 20.8% เป็นการให้สินบน ของกำนัลหรือรางวัลต่างๆ รองลงมาคือ การจ่ายเงินเพื่อให้ได้ผลประโยชน์ภายหลัง 13.8% การเอื้อประโยชน์แก่ญาติและพรรคพวก 13.7% การใช้ตำแหน่งทางการเมืองเอื้อประโยชน์แก่พรรคพวก 13.2% และการทุจริตเชิงนโยบาย โดยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 9.2%
“จากการสำรวจพบว่าทัศนคติและจิตำนึกต่อการทุจริตคอร์รัปชันของคนไทยมีการปรับตัวดีขึ้นมาก เพราะส่วนใหญ่ตอบว่ายอมรับไม่ได้กับการทุจริตคอร์รัปชัน และจะไม่ทนต่อการคอร์รัปชัน ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี”นางเสาวณีย์ กล่าว
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจยังพบว่าประชาชนให้ความเชื่อมั่นต่อประสิทธิภาพการทำงานในการต่อต้านการคอร์รัปชันของ ป.ป.ช.และองค์อิสระต่างๆ เพิ่มขึ้น โดยอยู่ที่ 5.2 คะแนนเต็ม 10 จากเดือนธ.ค.2556 ที่ได้ 4.6 คะแนน ขณะที่ความเชื่อมั่นต่อการทำงานของสมาคมภาคธุรกิจต่างๆ อยู่ที่ 5.25 คะแนน เพิ่มขึ้นจาก 5.08 คะแนน ความเชื่อมั่นต่อผู้ประกอบการอยู่ที่ 5.10 คะแนน จาก 5.07 คะแนน ความเชื่อมั่นต่อสื่อมวลชนอยู่ที่ 5.54 จาก 5.49 คะแนน และความเชื่อมั่นต่อภาคประชาชนอยู่ที่ 5.70 จาก 5.64 คะแนน







