
เพิ่มโทษขับขี่
กรมการขนส่งทางบกเตรียมออกระเบียบเพิ่มโทษผู้ขับขี่รถยนต์โดยสารสาธารณะที่ฝ่าฝืนและกระทำความผิดซ้ำซากตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 โดยระเบียบดังกล่าวจะบังคับใช้กับผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.รถหมวด 10 หรือรถขนส่งประจำทางทั้งรถตู้และรถบัส 2.รถหมวด 30 หรือรถโดยสารที่ไม่ประจำทางทั้งรถตู้และรถบัสแบบเช่าเหมา และ 3.รถบรรทุกวัตถุอันตราย
กรมการขนส่งทางบกเตรียมออกระเบียบเพิ่มโทษผู้ขับขี่รถยนต์โดยสารสาธารณะที่ฝ่าฝืนและกระทำความผิดซ้ำซากตาม พ.ร.บ.การขนส่งทางบก พ.ศ.2522 โดยระเบียบดังกล่าวจะบังคับใช้กับผู้ขับขี่รถโดยสารสาธารณะ 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.รถหมวด 10 หรือรถขนส่งประจำทางทั้งรถตู้และรถบัส 2.รถหมวด 30 หรือรถโดยสารที่ไม่ประจำทางทั้งรถตู้และรถบัสแบบเช่าเหมา และ 3.รถบรรทุกวัตถุอันตราย
สำหรับฐานความผิดและบทลงโทษเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย 1.ความผิดทั่วไปหรือความผิดไม่ร้ายแรง คือขับรถขณะร่างกายไม่มีความพร้อม อาทิ อดนอน หรือขับขี่รถเกินชั่วโมงที่กฎหมายกำหนด หากตรวจพบกระทำผิดครั้งที่ 1 ยังไม่มีโทษ แต่ถ้ากระทำผิดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 จะลงโทษปรับเป็นเงิน หากกระทำความผิดครั้งที่ 3 จะถูกพักใบอนุญาต 7 วัน ครั้งที่ 4 พักใบอนุญาต 15 วัน ครั้งที่ 5 พักใบอนุญาต 30 วัน ทั้งนี้ ความผิดประเภทนี้จะไม่มีโทษเพิกถอนใบอนุญาต
2.ความผิดที่กระทบต่อความปลอดภัยสาธารณะหรือความผิดระดับกลาง เช่น กรณีตรวจพบว่ารถตู้โดยสารสาธารณะมีการบรรทุกผู้โดยสารเกิน หรือขับรถเร็วเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด หากตรวจพบทำผิดครั้งที่ 1 จะยังไม่มีโทษ แต่หากกระทำความผิดซ้ำเป็นครั้งที่ 2 จะลงโทษปรับเป็นเงิน ครั้งที่ 3 พักใบอนุญาต 15 วัน ครั้งที่ 4 พักใบอนุญาต 30 วัน และครั้งที่ 5 จะถูกเพิกถอนใบอนุญาตทันที
และ 3.ความผิดร้ายแรง คือ ผู้ขับขี่มีการเสพยาเสพติดทุกชนิด ดื่มสุรา หรือของมึนเมาแล้วขับรถ หากตรวจพบครั้งที่ 1 จะถูกพักใช้ใบอนุญาตทันที 30 วัน ครั้งที่ 2 ถูกพักใช้ใบอนุญาต 60 วัน และครั้งที่ 3 จะถูกเพิกถอนใบอนุญาต
กรมการขนส่งทางบก ระบุว่า สาเหตุที่กรมต้องออกระเบียบเพิ่มบทลงโทษครั้งนี้ เนื่องจากพบว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบนท้องถนนมาจาก 3 สาเหตุหลัก คือ ขับขี่ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ง่วงนอนขณะขับรถ และเมาสุราในขณะขับรถ โดยในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเฉลี่ยปีละกว่า 1 หมื่นราย
ทั้งนี้ กรมคาดว่าร่างระเบียบฉบับใหม่จะมีผลบังคับใช้ภายใน 2 เดือน หรือประมาณเดือน ก.ย. และมีแผนนำมาตรการดังกล่าวมาบังคับใช้กับผู้ขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลด้วย แต่ต้องออกแบบระบบจัดเก็บฐานข้อมูลความผิดให้ครอบคลุมทั้งหมดให้แล้วเสร็จก่อน







