
บอร์ดกสทช.เคาะราคาคูปองTVดิจิตอล690บาท
บอร์ดกสทช. พลิกมติบอร์ดกองทุนกทปส. หั่นราคาคูปองทีวีดิจตอลเหลือ 690 บาท เริ่มประชาพิจารณ์ 5 ก.ค.
บอร์ดกสทช. พลิกมติบอร์ดกองทุนกทปส. หั่นราคาคูปองทีวีดิจตอลเหลือ 690 บาท เริ่มประชาพิจารณ์ 5 ก.ค.
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมบอร์ดกสทช. วันที่ 25 มิ.ย. มีมติเห็นชอบราคาเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ทีวีดิจิตอล ที่ราคา 690 บาท ซึ่งเป็นราคาเดิมคำนวณจากราคาเริ่มต้นประมูลใบอนุญาต 24 ช่อง และ เป็นราคาตามที่กฎหมายกำหนด
ทั้งนี้ คณะกรรมการกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ได้เห็นชอบราคาคูปองที่ 1,000 บาท เพื่อให้ครอบคลุมราคากล่องรวมค่าธรรมเนียมนำเข้าที่ 1,019 บาท แต่โครงการแจกคูปองก็ถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) สั่งชะลอ และเพิ่งมีอนุมัติให้เดินหน้าอีกครั้งเมื่อวันที่ 23 มิ.ย. โดยให้เปิดรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) 4 ภาค
สำหรับการประชาพิจารณ์ทั้ง 4 ภาค บอร์ดได้เห็นชอบให้ดำเนินการเร่งด่วนภายใน 15 วัน เริ่มจาก เชียงใหม่ วันที่ 5 ก.ค. ขอนแก่น 5 ก.ค. สงขลา (หาดใหญ่) 8 ก.ค. และ กทม. 10 ก.ค. โดยประเด็นที่จะประชาพิจารณ์ คือ ราคาคูปองจำนวนครัวเรือนที่จะแจก วงเงินทั้งหมด การแจกคูปองจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่ และ คูปองสามารถแลกอะไรได้บ้าง
"มีบอร์ดบางท่านเสนอว่า คูปองที่แจกไม่ควรกำหนดว่าให้แลกอุปกรณ์รับชมทีวีอย่างเดียว เพราะหลายบ้านซื้อกล่องไปแล้ว จึงให้นำไปแลกซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคได้ เช่น กะปิ น้ำปลา แต่เสียงส่วนใหญ่ในบอร์ดไม่เห็นด้วย เพราะควรแลกรับที่เกี่ยวข้องกับทีวีดิจิตอล" นายฐากรกล่าว
นอกจากนี้ คสช. เตรียมอนุญาตให้สถานีวิทยุชุมชน 377 สถานี ที่ผ่านการตรวจสอบเงื่อนไขจาก กสทช. กลับมาออกอากาศได้ตามปกติ ส่วนอีกกว่า 4,000 สถานีที่เหลืออยู่ระหว่างการตรวจสอบด้านเทคนิค คาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 30 วัน เพื่อให้กลับมาออกอากาศได้เร็วที่สุด
นายฐากร กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้า จะเข้าชี้แจงคสช. ให้เดินหน้าอีก 3 โครงการที่ยังถูกชะลอ คือ การประมูลใบอนุญาตคลื่นความถี่ 1800 และ 900 เมกะเฮิร์ตซ รวมมูลค่ากว่า 4 หมื่นล้านบาท และโครงการบริการโทรคมนาคมพื้นฐานโดยทั่วถึง (USO) มูลค่า 2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ เห็นได้ชัดเจนจากการประมูล 3 จี 2.1 กิกะเฮิร์ตซที่ผ่านมา สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้เกือบ 2 แสนล้านบาท







