
ปัญหาแรงงานตลอด
2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเรื่องแรงงานเป็นข่าวใหญ่พาดหัวหนังสือพิมพ์ทั้งในและนอกประเทศ เริ่มจากข่าวการกลับบ้านของแรงงานชาวกัมพูชา ซึ่งกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติในอัตราสูง
2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเรื่องแรงงานเป็นข่าวใหญ่พาดหัวหนังสือพิมพ์ทั้งในและนอกประเทศ เริ่มจากข่าวการกลับบ้านของแรงงานชาวกัมพูชา ซึ่งกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติในอัตราสูง
ในเรื่องแรงงานทาส เราถูกต่างชาติโจมตีอย่างมาก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมประมง ข้อมูลจาก Global Slavery Index 2013 ระบุว่า ไทยมีการใช้แรงงานทาสเป็นอันดับ 24 ของโลก อันดับ 4 ของเอเชีย และอันดับ 1 ของอาเซียน
และเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐก็ได้ประกาศลดอันดับสถานการณ์การค้ามนุษย์ของไทยเข้าสู่ระดับ 3 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุด พร้อมมาเลเซียและเวเนซุเอลา โดยระบุว่าไทยใช้ความพยายามน้อยมากในการแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ การลดระดับดังกล่าวย่อมนำไปสู่การขยายผลว่าอุตสาหกรรมของไทย มีการค้ามนุษย์ ใช้แรงงานเด็ก แรงงานทาส ซึ่งจะมีผลกระทบด้านจิตวิทยาต่อผู้บริโภคและคู่แข่งทางการค้า
ข้อมูลจากหลายแหล่งประมาณการว่าเรามีแรงงาน 3 สัญชาติทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมายอยู่ในประเทศรวมกว่า 4 ล้านคน แม้ตัวเลขจากสำนักบริหารแรงงานต่างด้าวจะระบุว่าจำนวนแรงงานผิดกฎหมายลดลงอย่างมากในช่วงหลังนี้ แต่ก็ยังเหลืออีกจำนวนมาก
กลับมากรณีแรงงานกัมพูชากลับประเทศ เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นก็เพราะแรงงานบางส่วนทราบว่าตัวเองไม่ได้เข้ามาอย่างถูกต้อง จึงกังวลว่าจะถูกกวาดล้าง คำถามคือ เหตุใดจึงมีแรงงานผิดกฎหมายอยู่ในประเทศไทยจำนวนมาก
เหตุผลคงหนีไม่พ้นเรื่องอุปสงค์และอุปทาน เมื่อมีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับขั้นตอนทางกฎหมายที่ไม่สะดวก รวดเร็ว จึงเปิดโอกาสให้ธุรกิจใต้ดินขยายตัวอย่างรวดเร็ว และนำไปสู่ปัญหาอื่นๆ อีกมาก
ในวาระที่เรากำลังเผชิญปัญหาแรงงานครั้งใหญ่ ประกอบกับเรากำลังจะก้าวเป็นประชาคมอาเซียนในปีหน้า ดิฉันเห็นว่านี่เป็นโอกาสอันดีที่จะผลักดันให้ทุกภาคส่วนดำเนินการต่างๆ ตามกฎหมาย พร้อมทั้งปฏิรูประเบียบที่เคยเป็นอยู่เสียใหม่
1.สร้างกระบวนการทำให้แรงงานต่างชาติที่เข้ามาแบบผิดกฎหมายถูกกฎหมาย (Legalization) ต้องยอมรับค่ะว่าแรงงานข้ามชาติเข้ามามหาศาลขนาดนี้ เพราะมีความต้องการจากภาคเอกชนของเรา สิ่งที่ต้องทำจึงเป็นการยอมรับกลุ่มที่เข้ามาแล้ว เพื่อมาจัดระบบระเบียบกันต่อ นำเขาเข้ามาช่วยงานที่คนไทยไม่อยากทำ รวมถึงในอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนแรงงานอย่างรุนแรง ทางกระทรวงแรงงานได้ดำเนินการไปบ้างแล้ว แต่ควรเร่งรัดให้ครอบคลุมมากขึ้น
2.ปฏิรูปกฎหมายและระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับแรงงานข้ามชาติ ลดระเบียบขั้นตอนเอกสารที่ไม่เป็นประโยชน์และเอื้อต่อ “กระบวนการใต้โต๊ะ” ขณะเดียวกันผลักดันให้ผู้ประกอบการเป็นผู้ทำสัญญาจ้างกับแรงงานข้ามชาติของตัวเองโดยตรง เพื่อให้ผู้ประกอบการมั่นใจได้ว่าเมื่อดำเนินการตามกฎหมายแล้ว แรงงานจะทำงานกับเขาต่อไป ตามระยะเวลาตามสัญญา และลดกระบวนการนายหน้าลง
3.ผลักดันให้ใช้แรงงานข้ามชาติถูกกฎหมายตลอดห่วงโซ่อุปทาน ในภาวะที่ตลาดโลกผลักดันให้ใช้แรงงานถูกกฎหมาย ภาคธุรกิจจำเป็นต้องทราบค่ะว่าเกิดอะไรขึ้นในห่วงโซ่การผลิตของตัวเอง ผู้ประกอบการรายใหญ่จำเป็นต้องช่วยกันผลักดันรายเล็กที่ยังคงใช้แรงงานผิดกฎหมาย ให้หันมาดำเนินการให้ถูกกฎหมาย
หากเราดำเนินการทั้ง 3 เรื่อง จะทำให้เราสามารถเก็บข้อมูลแรงงานข้ามชาติในประเทศได้ง่ายขึ้น สามารถทำทะเบียน รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน อย่างไร จำนวนเท่าใดด้วย
แล้วเราจะสามารถแก้ทั้งปัญหายาเสพติด ปัญหาอาชญากรรม ปัญหาการดูแลด้านสาธารณสุข ปัญหาขาดแคลนแรงงาน ตลอดจนปัญหาคอร์รัปชั่นไปได้พร้อมกัน







