
แนะบุกมาเลย์ตีตลาดอาหารฮาลาล
ตลาดอาหารฮาลาลโลกมีมูลค่ากว่า 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จากประชากรชาวมุสลิมทั่วโลกที่มีกว่า 1,800 ล้านคน
โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน
ตลาดอาหารฮาลาลโลกมีมูลค่ากว่า 7 แสนล้านเหรียญสหรัฐ จากประชากรชาวมุสลิมทั่วโลกที่มีกว่า 1,800 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนหนึ่งในสี่ของประชากรทั่วโลก ถือเป็นตลาดใหญ่ที่มีความสำคัญและเติบโตสูง
หากมองในอาเซียน มีประเทศหลักที่ส่งออกอาหารฮาลาลติดอันดับ 6 ของโลก คือ มาเลเซีย มูลค่า 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ และไทยมีมูลค่าการส่งออกประมาณ 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 1.9 แสนล้านบาท ซึ่งยังน้อยมาก ทั้งที่ไทยมีศักยภาพและเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบคุณภาพสูง
อรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการไทยในกลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ควรเข้าไปเจาะตลาดอาหารฮาลาลในมาเลเซียเพิ่มขึ้น เพราะมีศักยภาพเป็นฐานการผลิตสำคัญในโลก รวมทั้งมีมาตรฐานสินค้าอาหารฮาลาลที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลก การเข้าไปในตลาดมาเลเซียจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการไทยในการทดลองตลาด ศึกษาพฤติกรรมลูกค้า หาผู้แทนจำหน่ายสินค้า และหาคู่ค้าทางธุรกิจ
ทั้งนี้ กรมได้นำผู้ประกอบการไทย 15 ราย เข้าร่วมงาน Thailand Sourcing Trade Mission จัดขึ้นที่ Technology Park Malaysia (TPM) ในวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อให้เอสเอ็มอีไทยได้พบปะกับคู่ค้าในมาเลเซีย เพื่อให้ได้เรียนรู้ตลาดและพฤติกรรมผู้บริโภคว่าชื่นชอบสินค้าแบบใด รวมถึงรสชาติและราคา
สำหรับเอสเอ็มอีที่เข้ามาร่วมงานในครั้งนี้มีหลากหลายกลุ่ม ตั้งแต่ธุรกิจบะหมี่เกี๊ยวแผ่น สินค้าอาหารแปรรูปจากข้าวและผลไม้ ผลิตภัณฑ์เบาะอุ้มเด็กและที่นอนเด็กตามใบสั่งซื้อ เครื่องประดับ สินค้าเกษตรแปรรูป อาทิ กล้วยตาก มะขาม มะม่วงหยี
โดยบริษัทมาเลเซียที่เข้าร่วมงานแสดงสินค้าครั้งนี้ให้ความสนใจสินค้าไทยหลายรายการ ซึ่งต้องเจรจากันต่อไป เพราะเป็นการพบปะกันครั้งแรกของหลายบริษัท จึงต้องพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ลูกค้ามากที่สุด
วิชาดา ภาบรรเจิดกิจ อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ กล่าวว่า ผู้บริโภคชาวมาเลเซียชื่นชอบสินค้าไทยอย่างมาก เพราะคนมาเลเซียชอบซื้อสินค้าที่มีราคาสมเหตุสมผล ดังนั้นการกำหนดราคาขายต้องพอเหมาะ ไม่สูงเกินไป หากปรับขึ้นราคาจะมีผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าทันที
ขณะเดียวกัน รัฐบาลและผู้ประกอบการมาเลเซียต้องการให้ไทยเข้าไปลงทุนมากขึ้น เพราะมาเลเซียไม่มีวัตถุดิบ แต่มีจุดเด่นด้านเทคโนโลยี เครือข่ายการตลาดในประเทศมุสลิม มีศูนย์ฮาลาลพาร์กทั่วประเทศ 21 แห่ง รวมทั้งมีสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จูงใจนักลงทุนมากมาย รวมทั้งมีมาตรฐานอาหารฮาลาลที่ได้รับการยอมรับในตลาดโลกและในโลกมุสลิม ตลาดอาหารฮาลาลในมาเลเซียจึงเป็นโอกาสที่ดีมากของไทย
กลุ่มสินค้าที่มีโอกาสเข้าไปทำตลาดในมาเลเซีย คือ กลุ่มอาหาร แต่สินค้าที่แข่งขันได้อย่างลำบากจะเป็นกลุ่มเสื้อผ้า รองเท้า และสินค้าแฟชั่น เพราะมาเลเซียนำเข้าสินค้าราคาถูกจากจีนเป็นจำนวนมาก ผู้บริโภคบางกลุ่มจึงเข้ามาซื้อสินค้าแฟชั่นในไทยแทน
หากผู้ประกอบการไทยต้องการหาคู่ค้าหรือขยายตลาดไปในมาเลเซีย สามารถเข้าไปปรึกษากับสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หรือกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
นาทีนี้ ตลาดมาเลเซียกำลังเบ่งบานทั้งกำลังซื้อในประเทศที่เติบโต พื้นฐานเศรษฐกิจแข็งแกร่ง เทคโนโลยีในระดับสูง ขณะที่ไทยมีจุดเด่นด้านวัตถุดิบและมีสินค้าที่โดดเด่น แต่ยังไม่เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคมาเลเซียมากนัก การร่วมมือและหาโอกาสใหม่ระหว่างไทยและมาเลเซีย จึงเป็นทางที่ดีสุดที่จะเติบโตไปพร้อมกัน







