
โฆษณาทีวีดิจิทัลวูบกว่า50%
พีพีทีวีชี้เม็ดเงินรวมทั้งปีเหลือแค่2พันล.เร่งปรับผังเน้นวาไรตี้ซีรีส์ดังดูดคนดู
พีพีทีวีชี้เม็ดเงินรวมทั้งปีเหลือแค่2พันล.เร่งปรับผังเน้นวาไรตี้ซีรีส์ดังดูดคนดู
พีพีทีวี ระบุ ปัจจัยลบฉุดโฆษณาทีวีดิจิทัลหดวูบเหลือ 2,000 ล้าน เร่งปรับผังชูวาไรตี้ซีรีส์ชิงฐานผู้ชม
นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง ผู้บริหารทีวีดิจิทัลช่องพีพีทีวี เอชดี เปิดเผยว่า จากปัจจัยลบ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณามีอัตราการเติบโตติดลบต่อเนื่องมาจนถึงเดือน พ.ค. ติดลบอยู่ที่ประมาณ 67% เนื่องจากเจ้าของสินค้าและเอเยนซี่ยังชะลอการใช้จ่ายงบเพื่อซื้อโฆษณาในสื่อทีวี
ทั้งนี้ จากผลกระทบที่เกิดขึ้นส่งผลให้ภาพรวมโฆษณาทีวีดิจิทัลถึงสิ้นปีนี้อาจมีมูลค่าอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายเดิมที่คาดการณ์ว่าจะมีเม็ดเงินในสื่อโฆษณาทีวีดิจิทัลอยู่ที่ 4,0005,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลส่วนใหญ่ต้องปรับเป้าหมายรายได้ลง
อย่างไรก็ดี ในส่วนของบริษัทขณะนี้ อยู่ระหว่างการปรับแผนการดำเนินธุรกิจช่องพีพีทีวี เอชดี พร้อมกับเป้าหมายรายได้ สิ้นปีนี้ให้ลดลง จากเดิมได้วางเป้าหมายรายได้ในสิ้นปีนี้ไว้ที่กว่า 700 ล้านบาท แต่จากผลกระทบที่เกิดขึ้นส่งผลให้ต้องปรับเป้ารายได้เหลือไม่ถึง 700 ล้านบาท
สำหรับแผนการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ล่าสุดบริษัทได้มีการปรับผังรายการใหม่เฟส 2 ด้วยการหันมาเน้นรายการ วาไรตี้บันเทิงมากขึ้น ภายใต้คอนเซปต์ โฮม ออฟ เดอะ เบสท์ ซีรีส์ แอนด์ วาไรตี้ โชว์ หรือการสร้างแบรนด์ช่องพีพีทีวี เอชดี ผ่านซีรีส์ที่ได้รับความนิยมสูงจากประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น และอเมริกา
นอกจากนี้ ยังมีรายการวาไรตี้บันเทิงของไทยและต่างประเทศนำมาออกอากาศ ซึ่งจากแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทกลายเป็นช่องทีวีดิจิทัลที่มีรายการสดมากที่สุด คิดเป็นอัตราส่วน 70% ส่วนที่เหลืออีก 30% เป็นรายการรีรัน และในปี 2558 บริษัทคาดว่าจะเพิ่มรายการสดมาอยู่ในอัตราส่วน 90%
“ปัจจัยที่ทำให้บริษัทยังไม่ใส่รายการใหม่ไปเต็ม 100% เพราะตอนนี้เม็ดเงินโฆษณาที่จะเข้ามายังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เพราะยังไม่มีการวัดเรตติ้งในด้านของจำนวนผู้ชมเฉพาะช่องทีวีดิจิทัล ประกอบกับช่วงที่ผ่านมามีปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจและการเมืองเกิดขึ้น จึงทำให้เกิดการชะลอใช้เม็ดเงินผ่านสื่อโฆษณา” นายเขมทัตต์กล่าว
ด้านอัตราค่าโฆษณาของช่องพีพีทีวี เอชดี ขณะนี้ยังไม่ได้มีการปรับค่าโฆษณาขึ้น โดยยังคงคิดในอัตราเดิมคือ 1 หมื่น2.5 แสนบาท/นาที แต่จะมีการปรับรูปแบบของการขายเป็นแพ็กเกจมากขึ้น และเน้นการขายระยะยาวตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป
นายเขมทัตต์ กล่าวว่า หลังจากบริษัทออกมาปรับผังรายการเฟส 2 บริษัทมั่นใจว่าสิ้นปีนี้น่าจะมีเรตติ้งเป็นอันดับ 3 ในช่องทีวีดิจิทัลได้อย่างแน่นอน จากปัจจุบันมีเรตติ้งอยู่ในอันดับ 10 กว่า จากทีวีดิจิทัล 24 ช่อง เพราะนอกจากจะมีการปรับผังรายการใหม่แล้วบริษัทยังเจรจาผู้ประกอบการทีวีดาวเทียม เช่น ซันบอกซ์ จีเอ็มเอ็มแซท ซีทีเอช และพีเอสไอ เพื่อนำช่องพีพีทีวี เอชดี ไปออกอากาศผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าว เพื่อขยายฐานผู้ชมเพิ่ม ก่อนปรับผังรายการในเฟส 3 ช่วงเดือน ม.ค. 2558
รายงานจากเอซี นีลเส็น แจ้งว่าเรตติ้งทีวีล่าสุดอันดับแรกคือ ช่อง 7 รองลงไปคือ ช่อง 3 ช่อง 9 ช่อง 5 ช่องเวิร์คพอยท์ และช่อง 8 อาร์เอส







