
ท่องเที่ยวเดินสายคุยทูตลดคำเตือนไทย
กระทรวงท่องเที่ยวฯ เดินสายถกทูตอียู ออสซี่ จีน รัสเซีย อ้อนลดระดับคำเตือนมาไทย ชูเที่ยวไทยปลอดภัย
กระทรวงท่องเที่ยวฯ เดินสายถกทูตอียู ออสซี่ จีน รัสเซีย อ้อนลดระดับคำเตือนมาไทย ชูเที่ยวไทยปลอดภัย
นายสุวัตร สิทธิหล่อ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และ พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา เตรียมหารือร่วมกับทูตกลุ่มสหภาพยุโรป (อียู) เพื่อชี้แจงสถานการณ์ทางการเมืองประเทศไทยล่าสุด นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามปกติ เส้นทางการจราจรสามารถสัญจรได้ทุกที่ รวมถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวในโครงการต่างๆ เช่น การปราบมาเฟียภูเก็ต การจัดระเบียบแท็กซี่ กวาดล้างแท็กซี่ป้ายดำ เป็นต้น
“ที่ผ่านมาทูตอียูได้เข้าหารือร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวเฉลี่ย 3 เดือน/ครั้ง เพื่อติดตามแผนงานด้านการดูแลอำนวยความสะดวกพร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ การแก้ไขปัญหาเรื่องการเช่ามอเตอร์ไซต์ โดยการวางพาสต์สปอร์ตนักท่องเที่ยวไว้ การปราบปรามอย่างจริงจัง ทำให้จำนวนการกระทำความผิดลดน้อยลงไป ”นายสุวัตร กล่าว
นอกจากนี้ จะหารือร่วมกับทูตออสเตรเลีย จีน และรัสเซียในลักษณะเดียวกัน โดยจะจัดเวทีเจรจาขอให้ทูตแต่ละประเทศพิจารณาปรับลดคำเตือนนักท่องเที่ยวหรือยกเลิกคำเตือน ซึ่งขณะนี้รัฐบาลต่างประเทศได้ออกคำเตือนนักท่องเที่ยวให้ระมัดระวังการเดินทางมาไทยจำนวน 66 ประเทศ คำเตือนสูงสุดระดับสีแดง ได้แก่ รัฐบาลฮ่องกง ประกาศให้นักท่องเที่ยวชาวฮ่องกงหลีกเลี่ยงการเดินทางมาไทย
นายสุวัตร กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ได้ชะลอแผนยกเลิกการเก็บค่าธรรมเนียมเข้าประเทศไทย (ฟรีวีซ่า) ตลาดจีนในช่วงนี้ไปก่อน โดยเกรงว่าจะขัดกับนโยบายมุ่งส่งเสริมนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพเดินทางมาไทย ซึ่งแผนปีหน้าได้สั่งการให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) ไม่เน้นจำนวนนักท่องเที่ยวจำนวนมาก แต่เน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวคุณภาพ เพื่อผลักดันให้เป้าหมายรายได้ทางการท่องเที่ยวไทยปีหน้าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 2.2 ล้านล้านบาท
ทอท.มั่นใจ คสช. ยกเลิกเคอร์ฟิว ช่วยท่องเที่ยวฟื้น ดันกำไรปีนี้ทะลุ 9.9 พันล้าน ยันพร้อมให้สอบลงทุน สุวรรณภูมิ เพื่อความโปร่งใส
นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมการบินยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาดูแลความสงบเรียบร้อย ส่งผลให้นักท่องเที่ยวต่างชาติมีความมั่นใจที่จะเดินทางมาประเทศไทยมากขึ้น และที่สำคัญขณะนี้ได้ยกเลิกเคอร์ฟิวทั่วประเทศ ทอท.จึงเชื่อมั่นว่าจำนวนผู้โดยสารจะเดินทางเข้ามายังประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ทอท.ได้ร่วมมือกับธุรกิจท่องเที่ยว เช่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เพื่อกระตุ้นให้มีผู้โดยสารเดินทางมายังประเทศมากขึ้น รวมทั้งมีการสื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายในต่างประเทศเพื่อให้เข้าใจในสถานการณ์ในประเทศไทยที่มีความปลอดภัยสูง จึงคาดว่าปีนี้จะมีอัตราการเติบโตของผู้โดยสารประมาณ 23% และ ทอท.คาดว่าปีนี้จะมีผลกำไรโดยไม่รวมรายการพิเศษไม่น้อยกว่าปีก่อนที่มีกำไร 9,952 ล้านบาท เพราะปัจจุบัน ขณะที่ผู้โดยสารเฉลี่ยของท่าอากาศยานทั่วโลกอยู่ที่ 4.55% และเอเชียแปซิฟิกเติบโต 6.5%
“ถือเป็นผลดำเนินการที่น่าพอใจ เนื่องจากปีนี้มีสถานการณ์การเมืองมากระทบ แต่ ทอท.ได้ดำเนินงานตามแผนงานที่วางไว้ โดยใช้กลยุทธ์ลดค่าใช้จ่าย การเบิกจ่ายงบที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีการเพิ่มรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน มาชดเชยรายได้การบินที่ลดลงในปีนี้ ประกอบกับ การเติบโตของจำนวนเที่ยวบินของสายการบินต้นทุนต่ำ ที่เพิ่มขึ้น 15%ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมาทำให้มีรายได้ปรับเพิ่มขึ้น” นายเมฆินทร์ กล่าว
นายเมฆินทร์ กล่าวว่า ประเด็นเรื่องการตรวจสอบโครงการขยายท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่สองนั้น เป็นเรื่องปกติที่ คสช. จะให้ความสำคัญกับโครงการขนาดใหญ่ที่ใช้งบประมาณในการลงทุนสูง ดังนั้นเพื่อความโปร่งใสและแสดงให้เห็นว่าโครงการดังกล่าวมีความคุ้มค่าต่อการลงทุน ทอท. พร้อมให้ความร่วมมือกับ คสช.ในการตรวจสอบ
ก่อนหน้านี้ ทอท.ได้มีการศึกษาความเป็นไปได้และมีการตรวจสอบจากภายในเป็นอย่างดี รวมไปถึงผ่านขั้นตอนในการขออนุมัติโครงการตามแนวทางของรัฐวิสาหกิจแล้ว หาก คสช. ตรวจสอบและเห็นชอบกับโครงการแล้ว ก็สามารถเดินหน้าดำเนินการต่อได้ทันที ส่วนโครงการอื่นๆที่อยู่ระหว่างการดำเนินการ ทอท. ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการขยายพื้นที่ให้บริการผู้โดยสารในสนามบินดอนเมืองระยะที่ 2 เพื่อให้รองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 30 ล้านคนต่อปีซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปี 2557 และการขยายท่าอากาศยานภูเก็ตให้รองรับผู้โดยสารเพิ่มเป็น 12 ล้านคนต่อปีซึ่งเสร็จในปี 2558







