posttoday
ฮับโลจิสติกส์ฝันที่ต้องเอาจริง

ฮับโลจิสติกส์ฝันที่ต้องเอาจริง

24 มิถุนายน 2557

เป้าหมายที่จะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ)

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

เป้าหมายที่จะผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) โลจิสติกส์ในภูมิภาคอาเซียนไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน เพราะความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ที่เอื้อต่อการคมนาคมขนส่งอยู่แล้ว เพียงแต่ขั้นตอนการผลักดันให้เกิดเป็นรูปธรรมนั้นยังไม่ชัดเจน และยังไม่มีหน่วยงานไหนเป็นเจ้าภาพอย่างจริงจัง

ขณะที่ศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานโดยรวมของไทยก็ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจากรายงานขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลกของเวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรั่ม ปี 25562557 ไทยหล่นลงมาอยู่อันดับที่ 61 ของโลก จากปีก่อนหน้าที่อยู่อันดับที่ 54 และน่าเป็นห่วงว่าหากปล่อยไว้แบบนี้ ศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานโดยรวมที่จะเอื้อต่อการเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของไทยอาจถดถอยจนถูกเพื่อนบ้านแซงหน้า เนื่องจากหลายประเทศต่างเร่งพัฒนาระบบขนส่งอย่างต่อเนื่อง ผิดกับไทยที่ยังไม่ได้มีการลงทุนในช่วงที่ผ่านมา

ประเด็นนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาหารือกันในเวทีเสวนา “ASEAN Logistics Hub : ไทยจะพับหรือจะพุ่ง” โดยมีตัวแทนขนส่งในภาคต่างๆ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมอง และมีความเห็นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันว่า ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นฮับโลจิสติกส์ในภูมิภาคนี้ได้แบบมีแววรุ่ง แต่จะต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ให้ความเห็นว่า เป้าหมายการเป็นฮับโลจิสติกส์ของไทยนั้นจะพับหรือพุ่งขึ้นอยู่กับเวลาและการพัฒนาที่ต่อเนื่อง เพราะเป็นที่รู้กันดีว่า จีนคาดหวังไว้สูงที่จะใช้ไทยเป็นตัวเชื่อมกับภูมิภาคอาเซียน พร้อมกับใช้เป็นเส้นทางผ่านออกสู่ทะเล ที่ผ่านมาจึงเข้ามาให้การสนับสนุนลงทุนโครงสร้างพื้นฐานในไทย แต่ไทยก็เผชิญเหตุการณ์ทางการเมืองทำให้แผนการลงทุนโครงการต่างๆ ต้องชะงักไป

ดังนั้น ในช่วงเวลานี้ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหาร จึงน่าจะเป็นโอกาสดีที่จะตัดสินใจว่าจะเดินหน้าต่อโครงการไหน หรือโครงการไหนจะต้องพับไว้ก่อน รวมทั้งจะทำอย่างไรจึงจะฟื้นความเชื่อมั่นการลงทุนให้กลับมา

ต้องยอมรับว่าปัญหาทางการเมืองภายในประเทศมีผลต่อการตัดสินใจเข้ามาลงทุนในไทย เพราะแต่ก่อนนักลงทุนต่างชาติส่วนใหญ่ไม่ลังเลที่จะเลือกไทย โดยเฉพาะนักลงทุนญี่ปุ่น ซึ่งจะพิจารณาไทยเป็นรายแรกๆ ในการเข้ามาลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ระยะหลังก็มีบ้างที่ลังเลว่าควรจะขยายการลงทุนในไทยเพิ่ม หรือจะลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ เพื่อกระจายความเสี่ยงด้วย

ทั้งนี้ ศักยภาพโครงสร้างพื้นฐานด้านระบบรางของไทยมีอันดับลดลงมากสุด คือ จากอันดับที่ 65 มาอยู่ที่อันดับ 72 เนื่องจากที่ผ่านมาไทยพัฒนาระบบรางน้อยมากและไม่ค่อยได้รับการดูแลเอาใจใส่จากฝ่ายนโยบายเลย รวมทั้งรถไฟไทยส่วนใหญ่ก็มีอายุเกินกว่า 40 ปีขึ้นไป ที่สำคัญเรื่องการพัฒนาระบบรางก็ไม่เคยบรรจุอยู่ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเลยสักฉบับ เพิ่งจะมาพูดถึงกันในช่วงนี้

ด้าน ร.อ.สุทธินันท์ หัตถวงษ์ ผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง การท่าเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันการขนส่งสินค้าทางเรือผ่านท่าเรือแหลมฉบังของไทย มีปริมาณการส่งออกมากเป็นอันดับ 5 ของโลก เป็นอันดับ 3 ของเอเชีย และเป็นอันดับ 1 ในอาเซียน ที่ผ่านมาการขนส่งทางเรือของไทยก็มีการเติบโตอยู่ที่ 10% ต่อปีมาตลอด แต่ในช่วงหลังการเติบโตลดลงมาอยู่ที่ระดับ 35% เนื่องจากเจอทั้งวิกฤตน้ำท่วมและปัญหาการเมือง ทำให้การพิจารณาพัฒนาท่าเทียบเรือแห่งใหม่ (เฟส 3) ต้องชะลอออกไปก่อน ซึ่งได้เตรียมพร้อมไปแล้วกว่า 90% เหลือเพียงการทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เท่านั้น หากพร้อมเมื่อใดหรือขีดความสามารถในการรองรับการขนส่งทางเรือเริ่มเต็ม ก็สามารถเดินหน้าขยายทันที โดยคาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่เกิน 5 ปี ก็เปิดให้บริการได้

ขณะที่ วรวิทย์ เจริญวัฒนพันธ์ นายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย กล่าวว่า ระบบขนส่งทางบกของไทยมีต้นทุนขนส่งที่ถูกที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน จึงทำให้การขนส่งทางบกของไทยไม่ค่อยมีการพัฒนา และอนาคตที่หลายๆ คนมองว่า การขนส่งทางบกจะกลายเป็นพระเอกนั้นส่วนตัวแล้วยังไม่เชื่อสนิทใจ เพราะการจะเป็นศูนย์กลางได้นั้นจะต้องมียุทธศาสตร์หรือกิจกรรมที่เชื่อมโยงกับการขนส่งโลจิสติกส์ประเทศเพื่อนบ้านให้เห็นชัดเป็นรูปธรรมด้วย

โอกาสที่จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการขนส่งและโลจิสติกส์ในภูมิภาคได้นั้น ต้องสร้างขึ้นมาเองและไม่หยุดนิ่งที่จะพัฒนา เพราะโลจิสติกส์เป็นพื้นฐานของทุกธุรกิจ ซึ่งขณะนี้กระทรวงคมนาคมอยู่ระหว่างการจัดทำแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นแผนเร่งด่วนที่จะบรรจุไว้ในการใช้งบประมาณปี 2558

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท