
"บัณฑูร"ห่วงปัญหาเดิมกลับมาหลังหมดคสช.
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกสิกรไทย ชี้ปฏิรูปประเทศสำคัญสุดเน้นผลระยะยาว แนะกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะที่จำเป็น
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกสิกรไทย ชี้ปฏิรูปประเทศสำคัญสุดเน้นผลระยะยาว แนะกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะที่จำเป็น
นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า หลังจากที่คณะรักษาคงามสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศครบ 1 เดือน ทำให้ปัญหาที่เคยมีการทะเลาะเบาะแว้งหายไป ทุกคนมีสติมากขึ้น ส่วนภาคเอกชนก็ดีใจที่ภาพรวมประเทศสามารถเดินไปข้างหน้าได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่าการปฏิรูปประเทศจะออกมาในรูปแบบใด ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งและนำไปสู่ประชาธิปไตย แล้วปัญหาเดิมจะกลับมาอีกหรือไม่ ซึ่งส่วนตัวเห็นว่าการปรับปรุงระบบการบริหารประเทศมีความสำคัญมากที่สุด ดังนั้น คสช. ที่เข้ามาเพียงชั่วคราว นอกจากมุ่งแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แล้ว ต้องควบคู่กับการปฏิรูปประชาธิปไตยให้มีคุณภาพ และมีคนดีมีความสามารถเข้ามาบริหารประเทศ
นายบัณฑูร กล่าวว่า การที่สหภาพยุโรปมีมาตรการตัดความสัมพันธ์กับไทยทุกด้าน (แซงก์ชั่น) นั้น ก็เป็นเรื่องเข้าใจได้ว่า บางอย่างต่างชาติก็ไม่เห็นด้วย ซึ่งเป็นสิทธิของเขา แต่สำหรับประเทศไทยที่ก่อนหน้ามีความขัดแย้งยันกันจนไปไหนไม่ได้ ก็ต้องเร่งแก้ไขปัญหาและวางรากฐานที่ดีในระยะยาว เชื่อว่า สุดท้ายการค้าการลงทุนจากต่างชาติคงกลับมา
"ต้องยอมรับว่าบางส่วนอาจถูกผลกระทบจากการแซงก์ชั่น ของขายไม่ได้ ซื้อวัตถุดิบเข้ามาไม่ได้ หรือตลาดถูกบล็อก ซึ่งในโลกสากลเราก็ต้องฟัง ถ้าไม่ฟังก็ค้าขายไม่ได้ และถ้าสิ่งไหนทำได้ก็ต้องรีบทำ เช่น เรื่องค้ามนุษย์ ควรทำในทิศทางที่ถูกต้อง เพราะบางทีเราละเลยมานานไม่แก้ไข และมองข้ามไป ผลมันก็เกิดขึ้นให้เห็นแล้วว่า ผลกระทบมันแรงแค่ไหน"นายบัณฑูร กล่าว
ทั้งนี้ ต้องอาศัยฝีมือทางการทูตที่ดี เข้าไปชี้แจงว่าขณะนี้เรามาถูกทางแล้ว เพราะสิ่งที่เป็นห่วงจากนี้คือการถูกกีดกันทางการค้าจากประเทศยักษ์ใหญ่ เช่น สหรัฐที่อ้างการลดอันดับค้ามนุษย์ลงสู่ tier3 หรือจากยุโรปตามมาตรการแซงค์ชั่น ที่อาจกระทบกับภาคเอกชนในการทำมาค้าขาย หวังว่าจะเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราวเท่านั้น ไม่น่ากระทบภาพรวมเศรษฐกิจ โดยกสิกรไทยมองว่าปีนี้เศรษฐกิจจะเติบโต 2.3% และสินเชื่อจะเติบโตราว 6-7%
นายบัณฑูร กล่าวว่า ในระหว่างที่ คสช. บริหารประเทศ ควรเน้นการปฏิรูปประเทศให้แข็งแกร่งระยะยาว ส่วนภาคเศรษฐกิจไม่ต้องกระตุ้นมาก ทำเท่าที่จำเป็น ขณะที่นโยบายประชานิยม ยอมรับว่าเป็นศัพท์ที่กว้าง เพราะที่มาของนโยบายนี้ คือ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ การแก้ปัญหาได้ต้องอาศัยการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน ให้รากหญ้ามีความสามารถในการพัฒนาตัวเอง







