
ไฟแนนเชียลไดเจสต์
ตลาดหลักทรัพย์จัดงานใหญ่ 2629 มิ.ย.
ตลาดหลักทรัพย์จัดงานใหญ่ 2629 มิ.ย.
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์ร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ 24 แห่ง จัดงาน SETTFEX Online Investor Fair 2014 ขึ้นในวันที่ 26-29 มิ.ย.นี้ เวลา 10.30-20.00 น. ณ โซนอีเดนและเซ็นทรัลคอร์ท ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เพื่ออัพเดททุกเนื้อหาด้านการลงทุนออนไลน์
บริษัทหลักทรัพย์ได้นำแอพพลิเคชั่น โปรแกรมและบริการข้อมูลออนไลน์มาร่วมแสดงและสาธิตภายในงาน รวมทั้งสัมมนาวิเคราะห์เศรษฐกิจการลงทุนตลอด 4 วัน นำเสนอมุมมองการลงทุนจากนักลงทุน VI นักวิเคราะห์พื้นฐานและสาธิตการวิเคราะห์เทคนิค รวมทั้งกลยุทธ์การจัดพอร์ตลงทุนรับช่วงครึ่งหลังของปี
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังคงเดินหน้าส่งเสริมการลงทุนผ่านช่องทางออนไลน์เพื่อขยายโอกาสทางการลงทุน ส่งผลให้ปัจจุบันมีผู้ลงทุนผ่านอินเทอร์เน็ตจำนวน 648,100 ราย จากจำนวนผู้ลงทุนรายย่อยทั้งหมด 964,523 ราย คิดเป็นสัดส่วน 67.19% (ข้อมูล ณ สิ้นเดือน พ.ค. 2557) เทียบกับสิ้นปี 2556 มีมูลค่าการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ตของผู้ลงทุนรายย่อยเป็นเงิน 7.7 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.52% จากสิ้นปี 2555 ที่ 4.4 ล้านล้านบาท นับว่าเป็นการเติบโตแบบมีนัยสำคัญต่อการพัฒนาตลาดทุนไทย
“นวัตกรรมส่งผลให้ไลฟ์สไตล์ของคนเปลี่ยนแปลงไปมาก คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานตลอด 4 วัน กว่า 5,000 ราย” นางเกศรา กล่าว
ทิ้งหุ้น BMCL 4.88%
บริษัท ไฮกรีต โปรดักส์ แอนด์ เทคโนโลยี่ รายงานว่า เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 2557 ที่ผ่านมา ได้ขายหุ้นบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) จำนวน 4.88% คงเหลือจำนวน 0.97% ของทุนชำระแล้ว
จากข้อมูลผู้ถือหุ้นใหญ่ ณ วันที่ 13 มี.ค. 2557 บริษัท ไฮกรีตฯ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับที่ 5 จำนวน 1,650 ล้านหุ้น หรือ 8.05%
การขายหุ้นครั้งนี้ เนื่องจากราคาหุ้น BMCLปรับตัวขึ้นแรงต่อเนื่อง เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ราคาปิดที่ 1.37 บาท บวก 0.08 บาท หรือ 6.2% ด้วยมูลค่าการซื้อขายมากถึง 720 ล้านบาท
FPI คาดปีนี้กำไรกระฉูด
นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ (FPI) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในปี 2557 คาดว่ายอดขายจะถึงระดับ 1,900 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% และจะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากอานิสงส์ค่าเงินบาทอ่อน รวมถึงค่ายรถเปิดตัวโมเดลใหม่ในช่วงปลายปี
นอกจากนั้น ในปีนี้ยังได้ลูกค้าหน้าใหม่เพิ่มอีก 3 ประเทศ ทำให้จำนวนลูกค้าเพิ่มเป็น 122 ประเทศ ส่วนคลังสินค้าคาดก่อสร้างแล้วเสร็จภายในไตรมาส 4 ปีนี้ จากการเพิ่มกำลังการผลิตอีก 4050%
บริษัทจะมุ่งเน้นขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะที่สหรัฐ เนื่องจากเป็นตลาดที่มีศักยภาพและกำไรขั้นต้นสูง ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลกำไรและขณะนี้เริ่มมีออร์เดอร์เข้ามาบ้างแล้ว ซึ่งจะต้องลงทุนเพิ่มในส่วนของแม่พิมพ์ โดยใช้เงินส่วนหนึ่งจากการออกหุ้นกู้แปลงสภาพจำนวน 250 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน บริษัทกำลังศึกษาแผนร่วมลงทุนกับพันธมิตรในประเทศเอกวาดอร์ เพื่อผลิตอะไหล่ทดแทน คาดว่าจะได้ข้อสรุปในช่วงกลางปี 2558 เพื่อขยายฐานลูกค้าในประเทศเปรู โคลอมเบีย และเอกวาดอร์ ซึ่งถือเป็นการกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ
ปัจจุบันบริษัทมีออร์เดอร์ในมือในส่วนของการรับจ้างผลิตให้กับลูกค้า (OEM) ประมาณ 300-400 ล้านบาท ส่วนการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ อะไหล่ทดแทน (REM) มีประมาณ 150 ล้านบาท/เดือน







