
บิ๊กธุรกิจแนะกลยุทธ์ปั้นแบรนด์ไทยโกอินเตอร์
การจะทำให้แบรนด์สินค้าติดตลาดได้นั้น ผู้ประกอบการต้องอาศัยกลยุทธ์สารพัด
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
การจะทำให้แบรนด์สินค้าติดตลาดได้นั้น ผู้ประกอบการต้องอาศัยกลยุทธ์สารพัด เพราะลำพังหวังพึ่งการโฆษณาอย่างเดียวคงไม่ได้ ดังนั้นหอการค้าไทยเปิดเวทีสัมมนา “คิดแตก คิดต่าง : สร้างคุณค่าเพิ่มธุรกิจไทยได้อย่างไร” เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยที่ปั้นแบรนด์โกอินเตอร์มาแล้วมาถ่ายทอดประสบการณ์ให้คนที่อยากเดินตามรอยความสำเร็จ
อิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การเปิดเสรีทางการค้าและการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) จะเป็นโอกาสทำให้ตลาดขยายตัวได้มากขึ้น โดยผู้ประกอบการไทยต้องให้ความสำคัญกับการสร้างตราสินค้าหรือแบรนด์เป็นของตัวเอง ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักและเป็นที่ยอมรับมากขึ้น ทั้งระดับภูมิภาคและระดับโลก
นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ แนะนำว่า ผู้ประกอบการไทยจะต้องเตรียมตัวตั้งรับตลาดยุคการค้าเสรีให้ดี เพราะเชื่อว่าจะมีสินค้าจากประเทศเพื่อนบ้านไหลทะลักเข้ามา ทั้งในส่วนของตลาดอาเซียนและอาเซียนบวกประเทศคู่ค้าอื่นๆ ดังนั้นการสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองจะช่วยให้อยู่รอดได้มากกว่าการเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิต (โออีเอ็ม) รวมทั้งต้องหาจุดดีจุดเด่นของตัวเองให้ได้ก่อนว่าตรงกับความต้องการของตลาดที่จะเข้าไปบุกหรือไม่
ปัจจุบันกิฟฟารีนมียอดขายประมาณ 6 หมื่นล้านบาท มีสมาชิกทั้งหมด 6.8 ล้านรหัส และมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 10% ต่อปี โดยส่งออกไป 38 ประเทศทั่วโลก ผ่านการขายแฟรนไชส์และการเป็นเจ้าของเอง แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียต่างกันไป คือ วิธีการขายแฟรนไชส์ (ไลเซนส์) จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องของการลงทุนได้ แต่การควบคุมและบริหารจัดการทำได้ยาก ขณะที่การเข้าไปเป็นเจ้าของเองนั้น ทำให้สามารถกำหนดกลยุทธ์ได้เอง ทำให้การบริหารจัดการคล่องตัว แต่ต้องมีความพร้อมด้านบุคลากร และการบริหาร
มารุต บูรณะเศรษฐกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ กล่าวว่า การสร้างแบรนด์ไม่ใช่แค่การทำโปรโมชั่น เพราะเป็นแค่การกระตุ้นยอดขายระยะสั้น แต่คีย์เวิร์ดที่สำคัญ คือ การรักษาและต่อยอดคุณภาพสินค้า เพราะความสำเร็จของการสร้างแบรนด์ คือ ความต่อเนื่อง
“สิ่งที่จะทำให้การสร้างแบรนด์ประสบความสำเร็จในระดับโลก คือ สินค้าจะต้องบอกความเป็นตัวตนของแบรนด์ (แบรนด์ ดีเอ็นเอ) และสินค้า ต้องมีคุณภาพ รวมทั้งต้องเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคในแต่ละตลาด และค่อยๆ เริ่มทำธุรกิจจากตลาด ที่มั่นใจว่าสามารถขยายตลาดได้ก่อน โดยอาศัยเครือข่ายของซัพพลายเออร์”
ด้าน อนุวัตร เฉลิมไชย ผู้อำนวยการด้านแบรนด์ สำนักงานบริหารแบรนด์ บริษัท เอสซีจี ซีเมนต์ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง กล่าวว่า การสร้างแบรนด์ให้โต ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าทำธุรกิจแบบเดิมๆ ก็คงอยู่ได้ไม่นาน ดังนั้นต้องหาสิ่งใหม่ๆ ที่ต่างจากคนอื่นมาต่อยอดแบรนด์สินค้าตัวเอง เพื่อเพิ่มมูลค่าโดยอาศัยนวัตกรรม และต่อยอดด้วยการตลาดเพื่อยกระดับสินค้า สร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ ส่วนการจะขยายฐานธุรกิจออกไปต่างประเทศนั้น จะต้องวางตำแหน่งสินค้าให้ชัดเจน เพื่อสร้างตัวตนของแบรนด์
อนุวัตร แนะนำแนวทางสร้างแบรนด์ไทยให้ก้าวสู่ตลาดโลกว่า ต้องเริ่มจากการหาพันธมิตรที่แข็งแกร่ง เพราะการลงทุนทำตลาดในต่างประเทศต้องใช้งบประมาณมากกว่าไทยหลายเท่าตัว เนื่องจากต้องสร้างแบรนด์ใน 3 ระดับ คือ ระดับผู้บริโภค ระดับองค์กร และระดับลูกจ้าง เมื่อมั่นใจและเห็นโอกาสชัดเจนแล้วก็ตัดสินใจเข้าไปลงทุนได้
สิ่งที่ 3 กูรูในแวดวงธุรกิจที่นำแบรนด์ไทยไปสู่แบรนด์โลกมองเหมือนกัน คือ การจะสร้างแบรนด์ให้สำเร็จได้นั้น จะต้องค่อยๆ ไปวางตำแหน่งสินค้าตัวเองให้ชัดเจน และต้องรักษาและพัฒนาคุณภาพสินค้าต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล และการมีพันธมิตรที่ดีและไว้ใจได้ คือ อีกปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้แบรนด์ก้าวไกลในตลาดโลกได้สำเร็จ







