posttoday
ขาดเงินทุนขยายธุรกิจ? ลองยืมเพื่อนบ้านสิ

ขาดเงินทุนขยายธุรกิจ? ลองยืมเพื่อนบ้านสิ

23 มิถุนายน 2557

2 ปีก่อน ริก สเตนเดอร์ ชาวมะกันเมืองชาร์ลสตัน รัฐเซาท์แคโรไลนา พบว่า แอฟฟอร์ดอะไบค์

โดย...ลภัสรดา ภูศรี

2 ปีก่อน ริก สเตนเดอร์ ชาวมะกันเมืองชาร์ลสตัน รัฐเซาท์แคโรไลนา พบว่า แอฟฟอร์ดอะไบค์ ร้านจักรยานในท้องถิ่นที่เจ้าตัวชื่นชอบมาใช้บริการ กำลังขาดแคลนเงินทุนเพื่อนำเข้าชิ้นส่วนจักรยานจากต่างประเทศมาตอบสนองความต้องการลูกค้าที่เพิ่มขึ้นในช่วงวันหยุด หลังถูกปฏิเสธสินเชื่อจากธนาคาร เจ้าตัวจึงตัดสินใจเขียนเช็คให้กับร้านเป็นเงิน 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ (ราว 6.4 แสนบาท)

หลังจากนั้นไม่นาน ร้านแอฟฟอร์ดอะไบค์ไม่เพียงแต่ผ่านพ้นช่วงวิกฤตมาได้ ยังสามารถเปิดตัวจักรยานแบรนด์ใหม่จนธุรกิจเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นและได้รับการอนุมัติเงินกู้จากแบงก์ในที่สุด โดยที่สเตนเดอร์ได้ทุนคืนครบ 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ พร้อมได้กำไรเพิ่มมาเหนาะๆ อีก 4,000 เหรียญสหรัฐ (ราว 1.28 แสนบาท)

กรณีของร้านแอฟฟอร์ดอะไบค์ นับเป็นหนึ่งในตัวอย่างของทางเลือกแหล่งเงินทุนที่ธุรกิจขนาดเล็กเมืองลุงแซมเริ่มหันมาพิจารณาเลือกใช้มากขึ้นในปัจจุบัน นั่นก็คือ การระดมทุนจากคนในท้องถิ่น ซึ่งรวมถึงจากเพื่อนบ้าน เพื่อทดแทนแหล่งเงินทุนกระแสหลักจากธนาคารที่เข้าถึงได้อย่างยากลำบาก

“การระดมทุนจากคนในชุมชนเป็นไอเดียที่ดีสำหรับธุรกิจในท้องถิ่นที่ทุกคนรู้จักกันดี เพราะสามารถเข้าถึงแหล่งทุนที่ต้องการได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย นอกจากนี้ ยังส่งผลดีต่อชุมชนนั้นๆ อีกด้วย” เจนนี คัซซาน ประธานกรรมการคัตติ้งเอจด์แคปิตอล ธุรกิจที่ปรึกษาด้านการระดมทุนของรายย่อยในสหรัฐ กล่าว

คัซซาน ให้เหตุผลว่า เมื่อธุรกิจในชุมชนสามารถขยายตัวได้แข็งแกร่ง นั่นเท่ากับว่าธุรกิจนั้นๆ ช่วยกระตุ้นการจ้างงานและส่งเสริมให้ชุมชนเติบโตอีกด้วย

“สิ่งที่ได้กลับมาไม่ได้อยู่ที่ผลกำไรเท่านั้น แต่เป็นความภูมิใจเล็กๆ ที่เห็นว่าเงินของเราถูกนำไปใช้ประโยชน์และช่วยต่อลมหายใจให้กับธุรกิจที่เราชื่นชอบในท้องถิ่นของเรา ดีกว่าการนำเงินไปลงทุนในบริษัทขนาดใหญ่ที่มีการซื้อขายในตลาดวอลสตรีทที่เราอาจกลายเป็นเพียง ‘แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ’ ได้ง่ายๆ” สเตนเดอร์ กล่าวเสริม

ทั้งนี้ หัวใจสำคัญของการระดมทุนประเภทนี้คือ ความยืดหยุ่น ของสัญญาการกู้ยืมเงินระหว่างลูกค้าและร้าน ซึ่งส่วนใหญ่รู้จักมักคุ้นกันดีอยู่แล้ว ดังเช่นกรณีของร้านแอฟฟอร์ดอะไบค์ที่ระบุไว้อย่างชัดเจนว่าจะไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้อย่างน้อย 2 เดือน เพื่อเปิดโอกาสให้กับทางร้านสามารถนำเงินกู้ไปใช้ขยายธุรกิจได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องภาระการจ่ายดอกเบี้ย

สอดคล้องกับความเห็นของแซลลี แคลฮอน อดีตวิศวกรซอฟต์แวร์ ซึ่งควักกระเป๋าปล่อยกู้ให้กับธุรกิจฟาร์มของไมค์และเจน ฮูลม์ สองสามีภรรยาจากรัฐแคลิฟอร์เนีย วงเงินสูงถึง 6.45 แสนเหรียญสหรัฐ (ราว 20.6 ล้านบาท) เพื่อนำไปซื้อที่ดินขยายไลน์ธุรกิจให้ครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์นม ระบุว่า การคำนึงเรื่อง “ใจเขาใจเรา” ถือเป็นรากฐานสำคัญของสัญญาการกู้ยืมเงินประเภทนี้

“ไมค์และเจนไม่มีหลักฐานทางการเงินที่จำเป็นเพื่อขอกู้เงินจากแบงก์ แต่ด้วยความที่เรารู้จักกันมานานและรับรู้ความเคลื่อนไหวทางธุรกิจของทั้งคู่มาโดยตลอด ทำให้ฉันกล้าที่จะทุ่มเงินลงทุนในครั้งนี้” แคลฮอน กล่าว

ทั้งนี้ หากพลิกดูรายละเอียดของสัญญาเงินกู้ระหว่างแคลฮอนและสองสามีภรรยาฮูลม์ จะพบว่าค่อนข้างมีความยืดหยุ่นสูง แต่อยู่ภายใต้หลักความเป็นจริง นั่นก็คือแคลฮอนเปิดโอกาสให้ตระกูลฮูลม์ สามารถชำระเงินจำนองได้ล่าช้าในระยะเวลาที่ยาวนานกว่าที่ทางธนาคารกำหนด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานการณ์ โดยที่แคลฮอนในฐานะเจ้าของเงินจะได้รับดอกเบี้ยเงินกู้ราว 68% ทุกๆ ปี

อย่างไรก็ตาม หากเกิดกรณีที่ฮูลม์ไม่สามารถชำระเงินจำนองได้ ทางแคลฮอน ซึ่งเป็นเจ้าของฟาร์มที่อยู่ห่างออกไปจากฟาร์มของฮูลม์ราว 15 นาที จะรับช่วงกิจการต่อนั่นเอง

นับเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของแหล่งเงินทุน ที่ผู้ประกอบการขนาดเล็กสามารถนำไปพิจารณาเพื่อปลดล็อกปัญหาขาดแคลนเม็ดเงินขับเคลื่อนธุรกิจได้อย่างดีทีเดียว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท