
กรุงศรีLTFRMFหุ้นกำไร5ปีสูงสุด
บลจ.กรุงศรีปลื้ม LTFRMF ลงทุนหุ้นมียอดเงินลงทุนใหม่สูงสุด ชู 2 กองอวดกำไร 5 ปีย้อนหลังสูงสุด
บลจ.กรุงศรีปลื้ม LTFRMF ลงทุนหุ้นมียอดเงินลงทุนใหม่สูงสุด ชู 2 กองอวดกำไร 5 ปีย้อนหลังสูงสุด
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงศรี เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือน พ.ค. 2557 บริษัทมียอดเงินลงทุนใหม่ในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งของอุตสาหกรรม คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนใหม่กว่า 1,363 ล้านบาท แบ่งเป็น LTF มูลค่า 1,113 ล้านบาทและ RMF จำนวน 249 ล้านบาท
สำหรับกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นระยะยาวปันผล (KFLTFDIV) มีจำนวนผู้ลงทุนและเม็ดเงินลงทุนเพิ่มสูงขึ้นรวดเร็ว เนื่องจากมีผลการดำเนินงานโดดเด่นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กองทุนมียอดเงินลงทุนใหม่สูงสุดในอุตสาหกรรมในสัดส่วนที่สูงถึง 75% คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1,113 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังสามารถสร้างผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี สูงสุดในกลุ่มกองทุน LTF โดยมีผลตอบแทนอยู่ที่ 242.36% ข้อมูลมอร์นิ่งสตาร์ ณ วันที่ 31 พ.ค. 2557 และกองทุนจ่ายเงินปันผลได้สม่ำเสมอในทุกปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนในเดือน พ.ย. 2547 รวม 9 ครั้ง เป็นเงิน 6.59 บาท
นายฉัตรพี กล่าวว่า บริษัทยังมียอดเงินใหม่ที่ลงทุนในกองทุน RMF ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นสูงสุดในอุตสาหกรรม โดยมียอดเงินลงทุนใหม่ในสัดส่วน 40% เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรม คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 249 ล้านบาท โดยกองทุนเปิดกรุงศรีหุ้นปันผลเพื่อการเลี้ยงชีพ (KFDIVRMF) มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นอย่างสม่ำเสมอ และสามารถสร้างผลตอบแทนย้อนหลัง 5 ปี ได้สูงสุดในกลุ่มกองทุน RMF ทั้งหมดในประเทศไทย โดยมีผลตอบแทน 246.62% ณ วันที่ 31 พ.ค. 2557
ทั้งนี้ ผู้ที่ต้องการลงทุนในกองทุน LTF–RMF ควรพิจารณาลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายที่เหมาะสมกับตนเอง และสร้างวินัยโดยการลงทุนอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งการลงทุนในกองทุนนี้ถือเป็นการลงทุนระยะยาว ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลผลการดำเนินงานย้อนหลังกลับไปอย่างน้อย 35 ปี เนื่องจากกองทุนที่ดีควรมีผลการดำเนินงานดีสม่ำเสมอ
“หากพิจารณาผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุน LTF จากข้อมูลมอร์นิ่งสตาร์ ณ วันที่ 31 พ.ค. 2557 พบว่ากองทุนที่มีผลดำเนินงานสูงสุดย้อนหลัง 5 ปี สร้างผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนได้ถึง 242.36% ส่วนกองทุนที่มีผลดำเนินงานต่ำสุดอยู่ที่ 8.65% ส่วน RMF สูงสุด 246.62% และต่ำสุดผลตอบแทนเพียง 1.47%” นายฉัตรพี กล่าว
อย่างไรก็ตาม อย่างไรก็ตามจะเห็นว่ากองทุนที่มีผลการดำเนินงานแตกต่างกันจะสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนได้แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด หากผู้ลงทุนให้ความสำคัญกับการลงทุนเพื่อประหยัดภาษีอย่างเดียว โดยไม่ให้ความสำคัญกับผลการดำเนินงานของกองทุน ผู้ลงทุนจะสูญเสียโอกาสในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนไปเป็นเงินจำนวนมากแม้ว่าผลการดำเนินงานในอดีตไม่อาจเป็นสิ่งยืนยันถึง ผลการดำเนินงานในอนาคต แต่ก็สามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบเพื่อดูความสม่ำเสมอของผลการดำเนินงานที่ผ่านมาและใช้คาดการณ์แนวโน้มในอนาคต







