
LTF มีดีตั้งเยอะ
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีเป้าหมายชัดเจนในการเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศชาติทุกด้าน เพื่อให้คนไทยมีความสุขและให้ประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน ถือว่าเป็นงานเร่งด่วนและเป็นงานที่ท้าทายมาก เพราะทุกปัญหาหมักหมมมานานจนหยั่งลึกเกินกว่าจะถอนรากถอนโคนด้วยวิธีการปกติได้อีกแล้ว ที่ผ่านมาผลประโยชน์โดยมิชอบตกอยู่กับคนหลากวงการไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. มีเป้าหมายชัดเจนในการเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศชาติทุกด้าน เพื่อให้คนไทยมีความสุขและให้ประเทศเติบโตอย่างยั่งยืน ถือว่าเป็นงานเร่งด่วนและเป็นงานที่ท้าทายมาก เพราะทุกปัญหาหมักหมมมานานจนหยั่งลึกเกินกว่าจะถอนรากถอนโคนด้วยวิธีการปกติได้อีกแล้ว ที่ผ่านมาผลประโยชน์โดยมิชอบตกอยู่กับคนหลากวงการไปทั่วทุกหย่อมหญ้า
โจทย์ใหญ่และยากยิ่งในการสะสาง หากต้องการแก้ปัญหาให้เบ็ดเสร็จจะต้องมีการปฏิรูปในเกือบทุกด้าน หนึ่งในนั้นก็คือการปฏิรูปโครงสร้างภาษีทั้งระบบ ซึ่งกระทรวงการคลังกำลังเร่งมือสรุปเพื่อเสนอแนวทางให้ คสช.ทราบในเร็วๆ นี้
การปฏิรูปโครงสร้างภาษีทั้งระบบเป็นเรื่องใหญ่มากและต้องปรับปรุงแก้ไขภาษีของทุกกรม ไม่ว่าจะเป็น กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต และกรมสรรพากร เพราะที่ผ่านมามีการใช้มาตรการลดหย่อนและหรือยกเว้นภาษีในหลายธุรกิจ
กระแสหนึ่งที่ดังมากในการปฏิรูปโครงสร้างภาษีครั้งนี้ก็คือ สิทธิประโยชน์ที่ให้กับผู้ซื้อกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่สามารถนำเงินลงทุนไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ ซึ่งมาตรการนี้จะหมดอายุปี 2559
สภาธุรกิจตลาดทุนไทยจึงมีนัดหารือกับกระทรวงการคลังในวันอังคารที่ 24 มิ.ย.นี้
“ไพบูลย์ นลินทรางกูร” ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า สภาธุรกิจตลาดทุนไทยเห็นว่ามาตรการลดหย่อนภาษีให้กับผู้ลงทุนใน LTF และ RMF จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อตลาดทุนและเศรษฐกิจไทย จึงควรคงมาตรการนี้ต่อไป
กองทุนรวม LTF/RMF มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสร้างวินัยการออมและการลงทุนระยะยาวให้กับประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มที่ไม่มีสวัสดิการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) จะได้มีหลักประกันสำหรับตนเองและครอบครัวในยามเกษียณอายุ โดยเฉพาะปัจจุบันโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุและหนี้ภาคครัวเรือนมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างมาก หากประชาชนไม่สามารถเลี้ยงดูตนเองได้ก็จะเป็นภาระหนักของรัฐบาลในอนาคต
“กองทุนรวม LTF/RMF เป็นเครื่องมือในการวางแผนการออมที่เหมาะสม มีส่วนช่วยลดความเหลื่อมล้ำและส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจในระยะยาว” ไพบูลย์ กล่าว
นอกจากนี้ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้จัดทำวิจัยเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมการถือครองหน่วยลงทุนและการทำธุรกรรมในกองทุนรวม LTF พบว่ากลุ่มคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากกองทุนรวม LTF ไม่ใช่กลุ่มผู้ที่มีรายได้สูง แต่เป็นกลุ่มผู้ที่มีรายได้ปานกลาง และการลงทุนใน LTF เป็นช่องทางการสร้างวินัยการออมสำหรับการเกษียณอายุที่ดี
“20% ของผู้ลงทุนมีวัตถุประสงค์เพื่อการออมเงินหลังเกษียณและ 40% จะลงทุนเพิ่มอย่างต่อเนื่องทุกปี นอกจากนี้ ผู้ลงทุนในกองทุน LTF เรียนรู้ที่จะเริ่มลงทุนในกองทุนรวมประเภทอื่นที่ไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติมภายใน 12 ปี หลังจากที่ลงทุนครั้งแรกในกองทุน LTF ซึ่งส่งผลดีต่อการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากรในระยะยาว”
สำหรับการศึกษาของสมาคมบริษัทจัดการลงทุน ผลการศึกษาสอดคล้องกับงานวิจัยของตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า กองทุนรวม LTF/RMF สามารถเพิ่มสัดส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศ ส่งผลให้ความเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งช่วยส่งเสริมวัฒนธรรมการออมระยะยาวให้กับประชาชน นอกจากนี้ การศึกษาพบว่ากลุ่มคนที่มีรายได้น้อยจะสามารถประหยัดภาษีได้จำนวนมากกว่ากลุ่มคนที่มีรายได้สูง เมื่อนำเงินที่ได้รับการลดหย่อนมาคิดเป็นสัดส่วนเทียบกับจำนวนภาระภาษีเดิม
ด้าน “สถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์” ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นอดีตปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เห็นด้วยว่าควรจะปฏิรูปโครงสร้างภาษีทั้งระบบเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน แต่การจะปฏิรูปภาษีอะไรจะต้องคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ รวมถึงเป้าหมายการใช้มาตรการภาษีมาจูงใจที่ผ่านมาด้วย
ประธานกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า การนำเงินลงทุนใน LTF และ RMF มาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลประจำปีได้ ขณะนี้ยังคงมีความจำเป็นสำหรับตลาดทุนไทย เนื่องจากตลาดทุนอยู่ในช่วงที่ต้องการนักลงทุนที่แข็งแกร่งและต้องการพัฒนาตลาดทุนไทยให้ทัดเทียมสากล
“เม็ดเงินลงทุนผ่านกองทุน RMFLTF มีจำนวนหลายแสนล้านบาท ผู้ที่ซื้อกองทุนดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นคนมีเงินเดือนรายได้ปานกลาง ส่วนหนึ่งก็เป็นการเพิ่มนักลงทุนสถาบันให้กับตลาดทุนด้วย ช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับตลาดทุน หากเม็ดเงินเหล่านี้หายไปก็อาจจะทำให้ตลาดทุนไทยอ่อนแอลงและไม่สามารถแข่งขันได้” สถิตย์ กล่าว
เช่นเดียวกับภาษีกำไรที่เกิดจากการซื้อขายหลักทรัพย์ (แคปปิตอลเกน) ซึ่งควรจะยกเว้นต่อไปเพื่อช่วยพัฒนาตลาดทุนไทยและประเทศเพื่อนบ้านก็ไม่มีการเก็บภาษีแคปปิตอลเกน
“เราต้องสร้างความน่าสนใจของตลาดทุนไทย เพื่อดึงเม็ดเงินลงทุนเข้ามาช่วยพัฒนาประเทศ ภาษีแคปปิตอลเกนยังมีความจำเป็น พร้อมๆ กับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทจดทะเบียนที่ดีขึ้น”







