3ค้าเหล็กลงขันจีน
‘เต๋อหลง’ยักษ์รีดร้อนใช้ไทยฐานส่งออกไม่กลัวขาดทุนผลิตป้อนผู้ร่วมทุนไม่พอ
‘เต๋อหลง’ยักษ์รีดร้อนใช้ไทยฐานส่งออกไม่กลัวขาดทุนผลิตป้อนผู้ร่วมทุนไม่พอ
ผู้ค้าเหล็กร่วมทุน “เต๋อหลง” ผู้ผลิตเหล็กรีดร้อนรายใหญ่จากจีน หวังให้ไทยเป็นฐานส่งออก
นายชูเกียรติ ยงวงศ์ไพบูลย์ ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท เพิ่มสินสตีลเวิคส์ (PERM) เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ค้าเหล็กซึ่งประกอบด้วย เพิ่มสินฯ บริษัท เอเชีย เมทัล (AMC) และบริษัท เดอะสตีล (THE) ได้ร่วมทุนถือหุ้นร่วมกัน 45% หรือราย 15% และเต๋อหลง สตีล สิงคโปร์ 55% จัดตั้ง บริษัท เต๋อหลง (ไทยแลนด์) เพื่อผลิตเหล็กรีดร้อนป้อนกลุ่มผู้ร่วมทุนในเบื้องต้นเป็นหลัก ทดแทนการนำเข้า เนื่องจากขณะนี้ความต้องการเหล็กรีดร้อนในประเทศไม่เพียงพอ หลังจากรัฐบาลดำเนินการตอบโต้เหล็กนำเข้าจากจีนและไต้หวันที่ไม่ได้มาตรฐานและหลีกเลี่ยงภาษี
สำหรับ เต๋อหลง (ไทยแลนด์) ทุนจดทะเบียน 700 ล้านบาท มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท ทุนชำระแล้ว 350 ล้านบาท
นายชูเกียรติ กล่าวว่า โครงการลงทุนผลิตเหล็กรีดร้อนของเต๋อหลง (ไทยแลนด์) ใช้งบลงทุน 1,500 ล้านบาท คาดเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์เดือนไตรมาสแรก ปี 2558 กำลังผลิตเฟสแรก 1 ล้านตัน/ปี หรือกว่า 6 หมื่นตัน/เดือน ใช้เทคโนโลยีและเครื่องจักรจากจีน ซึ่ง เต๋อหลง ประเทศจีน ผู้ถือหุ้นใหญ่ เป็นผู้ผลิตเหล็กรีดร้อนรายใหญ่ในจีน กำลังผลิตปีละ 30 ล้านตัน
“โครงการเต๋อหลง ในไทย ไม่ซับซ้อน มีขนาดเล็ก ต้นทุนผลิตต่ำ ที่สำคัญการผลิตเฟสแรกเพื่อรองรับผู้ร่วมทุน 3 รายเป็นหลักเท่านั้น ลักษณะการผลิตเป็นการนำเหล็กแท่ง (SLAPBILLET) มาอบแล้วรีดตามขนาดที่ต้องการตั้งแต่ความบาง 0.1540 มิล”
ประธานกรรมการฯ กล่าวว่า การรวมทุนครั้งนี้มั่นใจรองรับความต้องการใช้เหล็กได้ เนื่องจากปัญหาขณะนี้ไทยไม่สามารถนำเข้าเหล็กรีดร้อนรีดเย็นได้ แม้ว่าจะมีเงินก็ซื้อไม่ได้ นำเข้าไม่ได้ อีกทั้งผู้ประกอบการเหล็กรีดร้อนรายใหญ่ในไทย 2 ราย ผลิตป้อนเหล็กในกลุ่มเป็นหลัก ทำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กหันมาจับมือกัน
นายชูเกียรติ กล่าวอีกว่า รัฐบาลจีนประสบปัญหากีดกันการนำเข้าเหล็กจากจีนมาก ส่งผลให้เจ้าของโรงงานเหล็กในจีนพยายามออกมาลงทุนนอกประเทศ และมองประเทศไทยเป็นประเทศแรกที่จะเข้ามาตั้งฐานการผลิต ซึ่งประเทศไทยมีความพร้อมมากกว่าประเทศพม่าหรือกัมพูชา ซึ่งขั้นต่อไปเต๋อหลงน่าจะใช้ไทยเป็นฐานการผลิตเหล็กรีดร้อนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน
“แม้ว่าผู้ผลิตเหล็กรีดร้อนรายใหญ่ของไทยจะประสบปัญหาขาดทุนจากการดำเนินงานเหล็กต้นน้ำ แต่เมื่อดูจากโครงสร้างการลงทุนแล้ว ผู้ประกอบการเหล็กต้นน้ำมีการลงทุนสูง และบางรายยังมีปัญหาผลิตไม่เต็มที่ หรือต้องนำเข้าสแลปจากต่างประเทศ ทำให้ต้นทุนสูง แต่ของเต๋อหลงในไทยไม่ซับซ้อน ลงทุนไม่มาก เรา (ผู้ร่วมทุนเต๋อหลง) เริ่มจากความต้องการเหล็กรีดร้อนในกลุ่มก่อน ไม่ต้องกลัวขาดทุน ปัญหาผู้ค้าเหล็กตอนนี้ มีเงินก็ซื้อเหล็กไม่ได้” นายชูเกียรติ กล่าว
ปัจจุบัน AMC มีความต้องการใช้เหล็กรีดร้อนต่อเดือน 3 หมื่นตัน เพิ่มสิน สตีล 3 หมื่นตัน และเดอะสตีล 5 หมื่นตัน
ที่ผ่านมา บริษัทเหล็กหลายแห่งมีการปรับตัว ทั้งการดึงพันธมิตรมาร่วมลงทุน หรือการหยุดผลิตชั่วคราวในส่วนที่ขาดทุน โดย บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) หรือ TSTH หยุดโครงการ MBF ของบริษัทเอ็น.ที.เอส. สตีลกรุ๊ป (NTS) เป็นการชั่วคราวจนถึงวันที่ 30 ก.ย. 2557เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่มีราคาสูง (เช่นสินแร่เหล็ก และถ่านโค้ก) ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นเมื่อเทียบกับการใช้เศษเหล็กเป็นวัตถุดิบ
ด้าน บริษัท แมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น (MAX) ขายหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 7,000 ล้านหุ้น ให้นักลงทุนเฉพาะกลุ่ม (พีพี) 3 คน ในราคาหุ้นละ 0.05 บาท และหุ้นเพิ่งเข้าซื้อขายในตลาดแห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.ที่ผ่านมา
บริษัท ริช เอเชีย สตีล (RICH) เลือกการออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพมูลค่ารวม 4 แสนเหรียญสิงคโปร์ หรือประมาณ 10 ล้านบาท อายุ 1 ปี อัตราดอกเบี้ย 1% ขายให้แก่ AO Fund ผู้ลงทุนต่างประเทศที่มีบริษัท แอดวานซ์ แคปปิตอล พาร์ทเนอร์ เป็นผู้จัดการกองทุน


