
ประเด็นเรื่องลูกหนี้ กยศ.และความเข้าใจผิดกับเครดิตบูโรเรามาคิดแบบที่ถูกกันดีกว่า
สืบเนื่องจากมีบทความหนึ่งระบุออกมาว่าลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือลูกหนี้กยศ. นั้นจะถูกมาตรการไล่ล่าทวงหนี้และอาจต้องหมดอนาคตแบบไม่มีเครดิต และยังระบุว่ามาตรการส่งข้อมูลเข้าเครดิตบูโรนั้นจะทำให้มีการเสียอนาคต ทั้งๆ ที่การให้กู้ยืมนั้นไม่ใช่เชิงพาณิชย์ ผมจึงใคร่ขอนำเสนอข้อมูลเพื่อให้ทุกฝ่ายมาร่วมคิดแบบที่ ถูกที่ถูกทาง ดีกว่านะครับ รายละเอียดน่าจะเป็นอย่างนี้ครับ
สืบเนื่องจากมีบทความหนึ่งระบุออกมาว่าลูกหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือลูกหนี้กยศ. นั้นจะถูกมาตรการไล่ล่าทวงหนี้และอาจต้องหมดอนาคตแบบไม่มีเครดิต และยังระบุว่ามาตรการส่งข้อมูลเข้าเครดิตบูโรนั้นจะทำให้มีการเสียอนาคต ทั้งๆ ที่การให้กู้ยืมนั้นไม่ใช่เชิงพาณิชย์ ผมจึงใคร่ขอนำเสนอข้อมูลเพื่อให้ทุกฝ่ายมาร่วมคิดแบบที่ ถูกที่ถูกทาง ดีกว่านะครับ รายละเอียดน่าจะเป็นอย่างนี้ครับ
กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นกองทุนเงินหมุนเวียน มันต้องมีเงินออกไปตามวัตถุประสงค์และได้รับกลับคืนมาจากการชำระ เพื่อส่งต่อให้กับคนที่ต้องการรายต่อๆ มาจะได้มีโอกาสบ้างแหล่งเงินมาจากหลวงหรือพูดง่ายๆ คือ ภาษีอากรที่เก็บจากเราๆ ท่านๆ นั่นเอง
กยศ. ถ้ามองให้ลึกๆ แล้วมันคือเครื่องมือที่จะแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา เพราะหากคนมีการศึกษาที่ดีพอแล้ว เขาน่าจะดำเนินชีวิตได้ดีขึ้น มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคงขึ้น เขาจะเป็นคนที่ดีของสังคมตามที่วาดหวังไว้ และท้ายสุดสังคมก็น่าจะดีขึ้นกว่าเดิม
กยศ.ไม่ได้ดำเนินการแบบเชิงพาณิชย์เพราะไม่ได้ตั้งคำถามกับลูกหนี้ของตนเองว่า จะมีความสามารถมาชำระหนี้ได้อย่างไรAbility to pay แต่ตั้งคำถามว่า ต้องใช้เงินเท่าใดจึงจะได้รับการศึกษาที่เพียงพอเหมาะสม เพื่อให้เป็นคนที่มีคุณภาพของสังคม อีกประการหนึ่ง คือ เรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่คิดก็ถูกมาก เงื่อนไขการติดตามหนี้ การชำระหนี้ก็ผ่อนปรนมาก เพราะได้คำนึงว่า คนที่มาใช้เงินกองทุนคือลูกหลาน ไม่ใช่ลูกค้าที่จะต้องคิดกำไรขาดทุน
ประเด็นปัญหาคือ กระบวนการสื่อสาร ที่ส่งข้อความและสาระสำคัญของเรื่องไปยังกลุ่มเป้าหมายต่างหาก ส่งไปว่าอย่างไรบ้างที่สร้างปัญหา เช่น เงินนี้เป็นผลงานทางนโยบายของกลุ่มการเมืองนั้นกลุ่มการเมืองนี้ เงินนี้จริงๆ แล้วให้เปล่า ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ให้เกิดความเชื่อในเรื่องการอุปถัมภ์ ซึ่งผู้ที่บิดเบือนข้อมูลที่ถูกก็ทราบว่ามันเป็นบาปกับเงินของแผ่นดิน เป็นบาปที่ไปบ่มเพาะผู้จะไปเป็นบัณฑิตของชาติในอนาคต พฤติกรรมการไม่มาชำระมันเป็น “ผล” ที่เกิดจากความเชื่อของผู้กู้ที่เข้าใจผิด เข้าใจคลาดเคลื่อน มันมาจาก “เหตุ” ดังที่ได้กล่าวข้างต้น เราไม่ควรไปโทษเครื่องมือ แต่เราควรปรับปรุงการใช้เครื่องมือต่างหาก
ในยามนี้ เวลานี้มันหมดเวลาที่จะมาบอกว่าเธอผิด ฉันถูก วาทกรรมที่ไม่ได้สร้างสรรค์ไม่มีประโยชน์กับประเทศ ข้อมูลจาก กยศ.จะเข้ามาที่เครดิตบูโรได้หรือไม่ได้นั้นยังต้องมีการพิจารณาทั้งเรื่อง ข้อกฎหมาย ความสมบูรณ์ของข้อมูล การจัดการกับความรู้ความเข้าใจของผู้คนที่เป็นลูกหนี้ พ่อแม่ ผู้ปกครอง และต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานการสื่อสารที่ถูกต้องทั้ง เนื้อหา สาระ ความเป็นจริง และจะมีการพิจารณาเรื่องนี้ในปี 2561 ไม่ใช่ปี 2557 นี้ครับ อย่าสร้างความกลัวโดยการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน มันเป็นบาปต่อผู้รับสารครับ
ท้ายที่สุดครับ เงินหลวงเป็นของส่วนรวม เมื่อเอาไปใช้แล้วและสัญญาว่าจะคืนเมื่อถึงเวลา มันก็ต้องคืน เพราะคนดีนั้น สัญญาต้องเป็นสัญญา เป็นหนี้ต้องใช้หนี้ คนคนนั้นจึงจะได้ชื่อว่าเป็นบัณฑิตที่สมบูรณ์







