posttoday
เฟดคงนโยบายการเงินหนุนสินทรัพย์เสี่ยงระยะสั้น

เฟดคงนโยบายการเงินหนุนสินทรัพย์เสี่ยงระยะสั้น

23 มิถุนายน 2557

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยคาดว่าในสัปดาห์นี้ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.3032.60 ต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นกรอบที่ใกล้เคียงกับในสัปดาห์ก่อนหน้า

สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทยคาดว่าในสัปดาห์นี้ค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.3032.60 ต่อเหรียญสหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นกรอบที่ใกล้เคียงกับในสัปดาห์ก่อนหน้า

สัปดาห์นี้ประเด็นที่ต้องติดตามส่วนใหญ่เป็นประเด็นตัวเลขจากเศรษฐกิจหลักเป็นสำคัญ โดยเรามองว่าสินทรัพย์เสี่ยงโดยรวมน่าจะยังได้รับแรงหนุนจากการที่เฟดคงท่าทีการผ่อนคลายนโยบายการเงินเอาไว้อยู่ ในการประชุม FOMC สัปดาห์ที่ผ่านมา เฟดกล่าวว่าจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับเดิมไปอีกระยะหนึ่ง (Considerable Time) ซึ่งทำให้ตลาดยังไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องรีบเข้าซื้อเงินดอลลาร์มากนัก และส่งผลให้เงินดอลลาร์ปรับย่อลงเมื่อเทียบกับค่าเงินในตลาดโลกโดยรวม

ในสัปดาห์นี้ปัจจัยทางเศรษฐกิจที่ต้องจับตามองคือ ดัชนี Purchasing managers’ Index (PMI)ของเดือน มิ.ย. (ตัวเลขการประมาณการเบื้องต้น)จากเศรษฐกิจสำคัญอย่างสหรัฐ จีน และยูโรโซนขณะที่ของสหรัฐจะมีการประกาศตัวเลขจากตลาดบ้าน (ทั้งยอดขายบ้านและราคาบ้าน) และตัวเลข GDPของไตรมาสแรก

ส่วนตัวเลขจากไทยจะมีตัวเลขการส่งออกและการผลิตภาคอุตสาหกรรม แต่คาดว่าตัวเลขของไทยน่าจะไม่มีผลต่อการเคลื่อนไหวของเงินบาทนัก เพราะแรงขับเคลื่อนน่าจะมาจากปัจจัยจากเศรษฐกิจโลกเป็นสำคัญ

ขณะที่ในสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์ที่เข้าใกล้ช่วงสิ้นเดือน จึงน่าจะเห็นแรงซื้อดอลลาร์ของผู้นำเข้าเพื่อการชำระเงินบ้าง ซึ่งอาจทำให้การแข็งค่าของเงินบาทชะลอลงจากสัปดาห์ก่อนได้

ในสัปดาห์ก่อนหน้า ค่าเงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 32.36 และปรับแข็งค่าขึ้นได้เล็กน้อย ซึ่งถือเป็นการเคลื่อนไหวที่สอดคล้องกับสินทรัพย์เสี่ยงอื่นๆ ตามมตินโยบายการเงินจากสหรัฐ ขณะที่ประเด็นจากไทยที่ได้รับความสนใจคือ การประชุม กนง. ซึ่งมติในสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 2.0%ตามที่ตลาดคาด แต่ประเด็นที่สำคัญกว่านั้นคือ มุมมองของธนาคารแห่งประเทศไทยต่อแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะต่อไป การประมาณการเศรษฐกิจรอบใหม่ แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะสามารถฟื้นตัวได้ค่อนข้างดีในช่วงครึ่งปีหลัง โดยแบงก์ชาติคาดว่าจะเห็นการขยายตัวที่ 3.43.5% ซึ่งจะทำให้ทั้งปี 2014 เศรษฐกิจไทยน่าจะสามารถขยายตัวได้ที่ 1.5% และแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยจะปรับตัวดีขึ้นมาใกล้เคียงกับศักยภาพในปี 2015 ซึ่งน่าจะเห็นอัตราการขยายตัวที่ 5.0% ซึ่งถือว่ามุมมองของแบงก์ชาติได้สร้างความหวังให้กับเศรษฐกิจไทยบ้าง

อย่างไรก็ตาม แบงก์ชาติยังมองเห็นความเสี่ยงของเศรษฐกิจอยู่ โดยเฉพาะจากการที่การส่งออกไทยฟื้นตัวได้ค่อนข้างช้ากว่าที่มีคาดการณ์เอาไว้ ช่วงปลายสัปดาห์ค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในระดับประมาณ 32.45 (ณ วันศุกร์ เวลา 18.00 น.)

สำหรับในสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น หากประเมินจากด้านเงินทุน เราจะเห็นว่าตลาดของประเทศเกิดใหม่ โดยรวมเห็นการไหลเข้าของเงินทุนจากต่างประเทศ เนื่องจากนักลงทุนกลับมาอยู่ในโหมดรับความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เพื่อเสาะหาผลตอบแทนที่ดีกว่า

อย่างไรก็ดี หากประเมินจากมุมมองของตลาดไทยในสัปดาห์นี้ จะเห็นว่าความสนใจของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นนั้น มีไม่สูงนัก เนื่องจากยังเห็นแรงขายอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ โดยมีมูลค่าการขายสุทธิที่ 8.88 พันล้านบาท ขณะที่หากประเมินจากตลาดพันธบัตรไทย แม้จะเห็นการเข้ามาซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ แต่โดยส่วนใหญ่ยังการเข้ามาซื้อพันธบัตรระยะสั้นที่มีอายุน้อยกว่า 1 ปี ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่ายังไม่ใช่ความต้องการเข้ามาลงทุนอย่างจริงจัง แต่เป็นเพียงความต้องการเข้ามาเก็งกำไรค่าเงินระยะสั้นเท่านั้น นอกจากด้านปริมาณเงินทุนแล้วความสนใจของนักลงทุนต่างชาติยังสามารถประเมินได้จากระดับของอัตราดอกเบี้ยด้วย

สำหรับค่าเงินสกุลหลักอื่นๆ ทั้งเงินเยนและยูโรต่างเคลื่อนไหวตามปัจจัยจากสหรัฐเป็นหลัก เนื่องจากยังไม่มีประเด็นใหม่จากในประเทศมาขับเคลื่อนค่าเงินนัก ก่อนการประชุมนโยบายการเงินของสหรัฐฯ นั้น มีการประกาศตัวเลขอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งบ่งชี้ถึงการเร่งตัวขึ้นมากที่สุดในรอบปี ซึ่งหนุนความคิดของตลาดให้คาดการณ์ว่าเฟดน่าจะเริ่มปรับนโยบายการเงินให้เข้มงวดขึ้นบ้าง ตามสัญญาณเงินเฟ้อที่เร่งขึ้น อย่างไรก็ดี ตลาดต้องผิดหวังเนื่องจากการประชุมบ่งชี้ว่าเฟดจะยังคงความผ่อนคลายเอาไว้ก่อน มติดังกล่าวกดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง และไปหนุนการเคลื่อนไหวของค่าเงินอื่นๆ ให้ปรับแข็งค่าขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท