
ประกันรุกขาย3ภัยธรรมชาติ
คปภ.ขอกองทุนภัยพิบัติร่วมช่วยแชร์เบี้ย100บาทคุ้มครองวงเงิน2หมื่นบาท
คปภ.ขอกองทุนภัยพิบัติร่วมช่วยแชร์เบี้ย100บาทคุ้มครองวงเงิน2หมื่นบาท
คปภ.ชงบอร์ดกองทุนภัยพิบัติออกกรมธรรม์คุ้มครอง น้ำท่วม แผ่นดินไหว ลมพายุ
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ได้ร่วมกับทางสมาคมประกันวินาศภัยออกแบบกรมธรรม์ประกันภัยคุ้มครองภัยธรรมชาติทั่วไป คือ ภัยน้ำท่วม แผ่นดินไหว และลมพายุ อยู่ในกรมธรรม์เดียวกัน เบี้ยประกันภัย 100 บาท/ปี คุ้มครอง 2 หมื่นบาท
“หากเกิดความเสียหายจาก 3 ภัยดังกล่าว ไม่ว่าจะประกาศเป็นภัยพิบัติหรือไม่ประกาศเป็นภัยพิบัติ กรมธรรม์นี้จะคุ้มครองตั้งแต่บาทแรกของความเสียหายเป็นการประกันภัยภาคสมัครใจ เพื่อจะได้ให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองทรัพย์สินจากภัยเล็กๆ น้อยๆ” นายประเวช กล่าว
นายประเวช กล่าวว่า ทาง คปภ.จะนำเสนอเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติต่อไป เพื่อนำเข้าที่ประชุมในครั้งหน้า เพื่อจะได้ขอให้รับประกันภัยต่อจากบริษัทประกันวินาศภัย ส่วนบริษัทจะทำประกันภัยต่อกับทางกองทุน หรือรับความเสี่ยงไว้เองก็ให้สิทธิทำได้
ทั้งนี้ กรมธรรม์ภัยธรรมชาติทั่วไปเบี้ย 100 บาท คุ้มครอง 2 หมื่นบาท จะทำให้ประชาชนได้รับการจ่ายชดเชยความเสียหายของทรัพย์สินที่เกิดจากน้ำท่วม แผ่นดินไหว ลมพายุ ตั้งแต่บาทแรก ซึ่งแตกต่างจากกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติที่มีการกำหนดว่าจะได้รับการชดเชยต่อเมื่อมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตั้งแต่ 5,000 ล้านบาท ถ้าเป็นแผ่นดินไหวต้องมีขนาด 7 ริกเตอร์ขึ้นไป และลมพายุมีความเร็วลม 120 กิโลเมตร/ชั่วโมงขึ้นไป ทำให้ผู้ที่ซื้อประกันภัยพิบัติไว้ไม่สามารถเคลมได้ เพราะไม่เข้าเงื่อนไขในช่วงที่เกิดแผ่นดินไหวทางภาคเหนือที่มีความถี่เพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังอยู่ในเขตที่มีความเสี่ยงเรื่องแผ่นดินไหวขนาด 7 ริกเตอร์ขึ้นไปต่ำมาก อาจจะมีการเกิดแผ่นดินไหวบ่อย แต่ศูนย์กลางไม่ได้อยู่ที่ไทยและต่ำกว่า 7 ริกเตอร์ การออกประกันภัยธรรมชาติทั่วไปออกมาจะทำให้ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น
สำหรับข้อมูลล่าสุดของผู้ทำประกันภัยพิบัติ ณ วันที่ 21 พ.ค. 2557 มีจำนวนกรมธรรม์ทั้งสิ้น 1.05 ล้านฉบับคิดเป็นวงเงินความคุ้มครอง 6.14 หมื่นล้านบาทเบี้ยรับรวม 351 ล้านบาท โดยมีการทำประกันต่อกับกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ 1.94 หมื่นล้านบาท คิดเป็นเบี้ย 138 ล้านบาท แยกเป็นบ้านอยู่อาศัย 1.03 ล้านฉบับ กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) 2.27 หมื่นฉบับ และอุตสาหกรรม 1,101 ฉบับ







