posttoday
บีบขายกองคู่แข่ง

บีบขายกองคู่แข่ง

21 มิถุนายน 2557

กลต.บังคับแบงก์-บลจ.โชว์กำไรกองทุนอื่น เริ่มปี’58หวังลูกค้าเปรียบเทียบก่อนซื้อ

กลต.บังคับแบงก์-บลจ.โชว์กำไรกองทุนอื่น เริ่มปี’58หวังลูกค้าเปรียบเทียบก่อนซื้อ

ก.ล.ต.สั่งคนขายกองทุนให้ข้อมูลผลตอบแทนคู่แข่ง หวังนักลงทุนเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ

นางดวงมน จึงเสถียรทรัพย์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต.เตรียมประกาศให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) และตัวแทนขายหน่วยลงทุนทุกแห่งต้องเปิดเผยผลดำเนินงานของกองทุนที่เสนอขาย เปรียบเทียบกับกองทุนอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน เพื่อให้นักลงทุนสามารถเปรียบเทียบผลดำเนินงานก่อนตัดสินใจซื้อกองทุน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2558

“การกำหนดให้เปิดเผยข้อมูลผลดำเนินงานของกองทุนอื่นๆ ในประเภทเดียวกัน อย่างน้อยน่าจะทำให้นักลงทุนตระหนักได้ว่า นอกจากกองทุนนี้แล้วยังมีกองทุนอื่นๆ อยู่ด้วย แต่ไม่จำเป็นว่าจะต้องเลือกลงทุนกองทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงที่สุด นอกจากนี้ยังหวังว่าข้อกำหนดจะเป็นการผลักดันให้ บลจ.และตัวแทนขายกองทุน เช่น ธนาคารพาณิชย์ นำกองทุนของ บลจ. อื่นๆ มาขายด้วย แทนที่จะขายแต่กองทุนที่อยู่ในเครือของธนาคารเพียงอย่างเดียว” นางดวงมน กล่าว

ทั้งนี้ ข้อมูลผลดำเนินงานที่จะนำมาเปรียบเทียบ ได้แก่ ผลตอบแทนมากที่สุด น้อยที่สุด ผลตอบแทนเฉลี่ย และเกณฑ์มาตรฐานในการวัดผลการดำเนินงาน (Benchmark) โดยเป็นผลงานย้อนหลังตั้งแต่ 3 เดือนถึง 10 ปี โดยใช้ข้อมูลจาก บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย)

บีบขายกองคู่แข่ง

 

นอกจากนั้น ก.ล.ต. ยังหารือกับสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (AIMC) และบริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เพื่อจัดประเภทกองทุนใหม่ แบ่งเป็น 5 ประเภทหลัก ได้แก่ กองทุนหุ้น ตราสารหนี้ ผสม สินค้าโภคภัณฑ์ และอสังหาริมทรัพย์ โดย 5 ประเภทหลักนี้จะแบ่งเป็น 41 ประเภทย่อย ซึ่งการกำหนดประเภทแต่ละกองทุนจะพิจารณาจากพอร์ตที่กองทุนลงทุนจริง ไม่ได้พิจารณาจากนโยบายการลงทุนที่กำหนดไว้ เนื่องจากบางกองทุนกำหนดนโยบายลงทุนไว้กว้างมากทำให้ไม่สามารถนำผลงานมาเทียบกันได้

การแบ่งกองทุนออกเป็น 41 ประเภทย่อย เป็นการแบ่งตามหลักสากลเพื่อให้สามารถนำผลดำเนินงานของกองทุนไทยไปเปรียบเทียบกับกองทุนต่างประเทศได้ง่ายขึ้น และถือเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะนำกองทุนไทยไปขายในต่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในกรณีกองทุนที่กำหนดอายุการลงทุนชัดเจนหรือเทอมฟันด์ ไม่จำเป็นต้องให้ข้อมูลผลงานเปรียบเทียบ

นอกจากนี้ นางดวงมน ยังเปิดเผยว่า อยู่ระหว่างเตรียมเอกสารเพื่อเสนอเรื่องการจัดตั้งกองทุนเพื่อการศึกษา (Education Fund) ให้กระทรวงการคลังและกรมสรรพากรพิจารณาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง หลังจากร่วมประชุมกันแล้ว เนื่องจากเป็นกองทุนที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศและการศึกษา เพราะสามารถนำเงินจากการลงทุนไปใช้จ่ายเป็นค่าเทอมของตัวเองหรือบุตรหลานได้

“ต้องยอมรับว่าเงื่อนไขความสำเร็จของกองทุนเพื่อการศึกษา หรือกองทุนที่มีวัตถุประสงค์การออมเพื่อการศึกษา อยู่ที่สิทธิประโยชน์ทางภาษี” นางดวงมน กล่าว

สำหรับกรณีที่มีข่าวว่ากรมสรรพากรอาจจะไม่ต่ออายุมาตรการทางภาษีสำหรับกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ที่จะหมดอายุในปี 2559 นั้น นางดวงมน กล่าวว่า ก.ล.ต.ไม่เคยหารือกับหน่วยงานอื่นๆ แต่โดยส่วนตัวเห็นว่าหากอุตสาหกรรมกองทุนรวมต้องการให้ต่ออายุมาตรการนี้ออกไปต้องหาข้อมูลไปชี้แจงให้ได้ว่า LTF มีประโยชน์อย่างไร และทำไมถึงจำเป็นต้องมีต่อไป และอาจจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา LTF ได้ช่วยสร้างวัฒนธรรมการลงทุนหุ้นระยะยาวได้ดีแค่ไหน และคนกลุ่มไหนได้ประโยชน์ ซึ่งเป็นคนตามกลุ่มเป้าหมายที่คาดไว้หรือไม่

นางดวงมน กล่าวว่า ก.ล.ต.มีนโยบายสนับสนุนให้ บลจ.จัดตั้งกองทุนการออมหลังเกษียณ (Post retirement fund) เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการบริหารเงินสำหรับผู้เกษียณอายุ ที่ต้องการมีรายได้ประจำหลังเกษียณ เนื่องจากประเทศไทยมีกองทุนประเภทนี้น้อยมาก ในขณะที่จำนวนผู้สูงอายุมากขึ้น

“กองทุนการออมหลังเกษียณจะขายหน่วยลงทุนให้ผู้เกษียณอายุ หรืออายุมาก เช่น 55 ปีขึ้นไป และนำเงินไปลงทุนสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงไม่สูงมาก โดย บลจ.อาจกำหนดรูปแบบและระยะเวลาการจ่ายเงินให้นักลงทุนเลือกตามต้องการ” นางดวงมน กล่าว

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ