
ได้ฤกษ์ลงทุน‘มะริด’
ธุรกิจห้องเย็นแปรรูปสัตว์น้ำสดใสย้ำต้องเพิ่มมูลค่าสินค้าสู้ต้นทุนไฟแพง
ธุรกิจห้องเย็นแปรรูปสัตว์น้ำสดใสย้ำต้องเพิ่มมูลค่าสินค้าสู้ต้นทุนไฟแพง
แนะผู้ประกอบการบุกเมืองมะริด ลงทุนห้องเย็น แปรรูปสินค้าประมง คาด 2-3 ปีจากนี้ธุรกิจเติบโต
นายนิคม กนกภัยพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.เค. ปลาป่น ผู้ผลิตปลาป่นในประเทศพม่า เปิดเผยว่า อุตสาหกรรมประมงในประเทศพม่า มีเมืองมะริดเป็นศูนย์กลาง ซึ่งธุรกิจที่มีอนาคตมากในเมืองมะริดขณะนี้ คือ ธุรกิจห้องเย็น ที่ผู้ประกอบการไทยสามารถเข้าไปลงทุนได้ โดยภายใน 2-3 ปีจากนี้จะเป็นช่วงที่ธุรกิจเติบโต
ทั้งนี้ ปัจจุบันธุรกิจห้องเย็นในเมืองมะริดยังไม่ได้มาตรฐาน และไม่ได้เป็นอุตสาหกรรมห้องเย็นเต็มรูปแบบ อีกทั้งยังมีปัญหาไฟฟ้าไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ลงทุนจำเป็นต้องมีเครื่องปั่นไฟที่ใช้น้ำมันดีเซล โดยจะมีต้นทุนค่าไฟฟ้า 10.50 บาท/ยูนิต ดังนั้นผู้ประกอบการต้องแก้ปัญหาต้นทุนแพงด้วยการเพิ่มมูลค่าสินค้าในเมืองมะริด ซึ่งเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการไทยเชี่ยวชาญอยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการในไทยมีความต้องการวัตถุดิบจากเมืองมะริดมาก ซึ่งจากการประเมินมะริดยังมีวัตถุดิบใช้ได้อีกหลายปี มีสัตว์น้ำจำนวนมาก และบางชนิดไม่สามารถหาได้ในประเทศไทย เช่น ปลากุเลา ปลาหน้าหงส์ เป็นต้น
“ธุรกิจห้องเย็นในมะริดมีอนาคตที่ดี เหมาะที่จะเข้าไปลงทุนแปรรูปสินค้า เพิ่มมูลค่าสินค้า ซึ่งปัญหาเรื่องไฟฟ้าหรือระบบโครงสร้างพื้นฐานเชื่อว่าจะแก้ปัญหาได้ภายใน 2 ปี เพราะตอนนี้มีโครงการโรงไฟฟ้าเข้าไปลงทุนแล้ว” นายนิคม กล่าว
นอกจากนี้ ธุรกิจอาหารสัตว์ ซึ่งใช้วัตถุดิบจากปลาป่นในการผลิต เป็นอีกธุรกิจที่มีอนาคตดี เพราะเป็นธุรกิจที่เพิ่งเริ่มเกิดขึ้นในพม่า โดยในอีก 5 ปีข้างหน้า ธุรกิจอาหารสัตว์ในพม่าจะเติบโตจากปัจจุบันได้อีก 5 เท่า เนื่องจากการบริโภคในพม่าเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งพม่ายังเป็นประตูสู่ 3 มณฑลของจีน ได้แก่ เสฉวน ยูนนาน และกุ้ยโจว ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่
สำหรับโรงงานปลาป่นที่มีมาตรฐานในมะริดมีทั้งหมด 5 โรง ซึ่งน้อยกว่า อ.มหาชัย จ.สมุทรสาคร ที่มีอยู่ 25 โรง ดังนั้นจึงมีโอกาสที่อุตสาหกรรมนี้จะเติบโตได้อีกมาก
นายนิคมยังกล่าวถึงอุตสาหกรรมประมงว่า ปัจจุบันเรือประมงไทยที่เข้าไปจับปลาในน่านน้ำพม่ามี 2 ประเภท ได้แก่ เรือที่แปลงสัญชาติเป็นเรือพม่า และเรือสัญชาติไทยที่ได้รับโควตาจับปลาในพม่าได้ ซึ่งในอนาคตคาดว่าพม่าจะยกเลิกการอนุญาตให้เรือต่างชาติเข้าไปจับปลา เพื่อสงวนไว้ให้เฉพาะเรือพม่า และส่งเสริมให้มีการตั้งโรงงานแปรรูปสินค้าประมงในพม่ามากขึ้น







