posttoday
คุณภาพที่ยั่งยืน

คุณภาพที่ยั่งยืน

20 มิถุนายน 2557

ใครคือกันผู้สร้างความแตกต่างให้แก่ “พนักงาน” เหล่านี้

ใครคือกันผู้สร้างความแตกต่างให้แก่ “พนักงาน” เหล่านี้

ที่มาของคำถามนี้ เกิดจากการเฝ้าสังเกตส่วนตัวของผม เมื่อผมมีโอกาสเป็นวิทยากรบรรยายหัวข้อ “การสร้างและการบริหารจัดการคุณภาพ” และ “TQM (Total Quality Management)” ให้กับสถาบัน “The Boss” ปีละหนึ่งหรือสองครั้ง ตามโรงแรมต่างๆ ตลอดมา

ผมพบว่ามี “พนักงานเปิดประตู” ของโรงแรมทั่วกรุงเทพฯ แตกต่างกัน 4 ประเภท ดังนี้

พนักงานเปิดประตูประเภทที่ 1 เมื่อเปิดประตูให้ผมเข้าโรงแรมแล้ว ผมถามว่า “ห้องบรรยายของสถาบัน The Boss อยู่ห้องไหนครับ” พนักงานคนนั้นก็ผายมือไปยังเคาน์เตอร์เช็กอินของโรงแรมแล้วบอกอย่างเรียบง่ายว่า “ท่านต้องถามที่เคาน์เตอร์ครับผม”

พนักงานเปิดประตูประเภทที่ 2 หลังจากเปิดประตูแล้ว เมื่อถูกถามด้วยคำถามเดียวกัน พนักงานก็รีบวิ่งไปถามที่เคาน์เตอร์เช็กอินแล้ววิ่งกลับมาบอกผมว่า “อยู่ที่ห้องอโยธยา ชั้น 3 ครับพี่”

พนักงานเปิดประตูประเภทที่ 3 เมื่อถูกถามว่า ห้องบรรยายของสถาบัน The Boss อยู่ห้องไหน เขาตอบทันทีว่า “ห้องนารายณ์ ชั้น 3 ครับ”

พนักงานเปิดประตูประเภทที่ 4 เมื่อถูกถามว่า ห้องบรรยายของสถาบัน The Boss อยู่ห้องไหน เขาจะตอบได้ทันทีว่า “ห้องโชคดี ชั้น 3 ครับพี่” แล้วผายมือไปทางเคาน์เตอร์เช็กอิน และพูดว่า “ลิฟต์อยู่ข้างเคาน์เตอร์ครับท่าน กดชั้น 3 ออกจากลิฟต์แล้วเลี้ยวซ้ายห้องแรกครับผมคือห้องโชคดี”

คำถามของผมก็คือ ใครเป็นผู้สร้างความแตกต่างของพนักงานเปิดประตูของโรงแรมทั้ง 4 ประเภทตามตัวอย่างข้างต้น

ท่านพึงพอใจหรือประทับใจพนักงานประเภทไหนมากที่สุด

ตัวอย่างข้างต้นนี้แสดงถึง “คุณภาพของพนักงาน” จริงๆ และเป็นคุณภาพที่เกิดจากการอบรมบ่มเพาะจากระดับผู้บริหารเท่านั้น ไม่เช่นนั้น พนักงานเปิดประตูก็น่าจะทำหน้าที่เฉพาะการเปิดประตูเท่านั้น ไม่มีความจำเป็นต้องทักทายแขกหรือต้องตอบคำถามใดๆ ทั้งสิ้น เพราะเขาถูกจ้างมาเพื่อเปิดประตูให้กับแขกหรือลูกค้าของโรงแรม เรื่องอื่นๆ จึงเป็นงานพิเศษไม่ใช่หน้าที่โดยตรงที่ต้องทำ

คุณภาพของพนักงานเปิดประตูโรงแรมประเภทที่ 4 จะสร้าง “ความประทับใจ” ให้แก่ลูกค้าได้มากที่สุด เพราะให้บริการเหนือความคาดหมายของลูกค้า ซึ่งคาดหวังเพียงแค่เปิดประตู ยิ้มแล้วโค้ง เท่านั้นก็ดีมากแล้ว พนักงานที่ตอบคำถามลูกค้าได้มีไม่ค่อยมาก เพราะส่วนใหญ่แล้วลูกค้ามักจะถามไปงั้นๆ เอง เผื่อฟลุคพนักงานตอบได้ ลูกค้าก็ทึ่ง ยิ่งให้บริการเหนือความคาดหมายมาก ลูกค้าก็ยิ่งทึ่งมากและประทับใจมาก

สรุปได้ว่า เมื่อลูกค้าได้รับการตอบสนองในสิ่งที่ต้องการ หรือที่คาดหวังไว้ ลูกค้าก็เกิดความพึงพอใจเป็นธรรมดา (ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่พอใจ) แต่ถ้าเราสามารถให้บริการหรือทำได้มากกว่าความต้องการของลูกค้า หรือมากเกินความคาดหวังของลูกค้า ลูกค้าก็เกิด “ความประทับใจ”

ความประทับใจนี้เองที่ทำให้ลูกค้ากลับมา “ซื้อซ้ำใช้ซ้ำ” ในสินค้าหรือบริการของเราอีก เป็นที่มาของรายได้และความอยู่รอดยั่งยืนของกิจการ

คุณภาพจึงเป็นเรื่องความสามารถของกิจการในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ด้วยการตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ในเบื้องต้น

ทุกวันนี้ความต้องการของลูกค้าปรับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามข้อมูลข่าวสารหรือโฆษณาประชาสัมพันธ์ที่ลูกค้าได้รับ เราจึงต้องปรับปรุงทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าอยู่เสมอ เพื่อให้ทันกับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ของลูกค้า

ทุกกิจการในวันนี้ จึงต้องการให้ธุรกิจอุตสาหกรรมของตนอยู่รอดและยั่งยืนสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน คือ ไม่ใช่ต้องเลิกกิจการภายในชั่วชีวิตของผู้ก่อตั้งเท่านั้น

เมื่อ “การพัฒนาอย่างยั่งยืน” (Sustainable Development) คือ การพัฒนาที่ตอบสนองความต้องการของรุ่นคนปัจจุบันโดยไม่ลิดรอนหรือกระทบความสามารถในการตอบสนองต่อความต้องการของคนรุ่นอนาคต

คืออะไรที่เรามีใช้ในวันนี้ ลูกหลานเราก็ต้องมีใช้ด้วย ไม่ใช่เราใช้จนหมดเกลี้ยงในวันนี้ ส่วนลูกหลานในอนาคตไม่มีให้ใช้เลย

“ความยั่งยืน” จึงมีความสำคัญ ทั้งในเรื่องของการมีอยู่หรือคงอยู่อย่างยาวนาน รวมถึงการเติบโตและพัฒนาที่คำนึงถึงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมทั้ง 3 ด้าน ไปพร้อมๆ กัน

วันนี้ พวกเราจึงต้องการ “คุณภาพที่ยั่งยืน” (Sustainable Quality) ด้วย เพื่อจะประกันได้ว่า องค์กรของเราจะเกิดขึ้น ตั้งอยู่และยั่งยืนไปอีกหลายชั่วคน เพราะคนของเรามี “คุณภาพที่ยั่งยืน” ครับผม!

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69