posttoday
ธปท.ผุดศูนย์ข้อมูลหนุนเอสเอ็มอีเข้มแข็ง

ธปท.ผุดศูนย์ข้อมูลหนุนเอสเอ็มอีเข้มแข็ง

20 มิถุนายน 2557

ปัญหาสำคัญที่ทำให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) กู้ยืมเงินจากธนาคารพาณิชย์ได้ยาก

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

ปัญหาสำคัญที่ทำให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) กู้ยืมเงินจากธนาคารพาณิชย์ได้ยาก นอกจากเป็นกิจการขนาดเล็กมีความเสี่ยงสูงแล้ว เจ้าหน้าที่สินเชื่อของธนาคารมีข้อมูลไม่เพียงพอในการวิเคราะห์ฐานะเอสเอ็มอี การวิเคราะห์สินเชื่อเอสเอ็มอีแต่ละรายจึงมีค่าใช้จ่ายสูงไม่คุ้มกับวงเงินสินเชื่อที่มีขนาดเล็ก ทำให้เอสเอ็มอีต้องรอเป็นเวลานานกว่าจะได้รับเงินกู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงริเริ่มจัดทำศูนย์ข้อมูลสินเชื่อเอสเอ็มอีขึ้นมา

สาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า ตั้งแต่เกิดวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์เมื่อปี 2550-2551 ที่ผ่านมา ธปท.ได้เข้าช่วยดูแลเอสเอ็มอี โดยเฉพาะเอสเอ็มอีภาคส่งออกและท่องเที่ยว โดย ธปท.พยายามทำ 2 เรื่อง คือ 1.ผ่อนปรนภาระหนี้สินเดิมให้ชำระน้อยกว่าปกติที่ภาวะที่ยอดขายถูกกระทบ ซึ่งได้รับความร่วมมือด้วยดีจากธนาคารพาณิชย์ และ 2.ช่วยให้ได้รับสินเชื่อใหม่เพื่อเติมสภาพคล่องให้เอสเอ็มอี เพราะในช่วงที่วิกฤตจะขายสินค้าไม่ได้หรือขายได้น้อยลง ธนาคารเจ้าหนี้ไม่กล้าปล่อยกู้ใหม่ โดยขอให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันความเสี่ยงให้เอสเอ็มอีจนผ่านวิกฤตปี 2552 มาได้

อย่างไรก็ดี บสย.สามารถค้ำประกันสินเชื่อได้เพียงปีละ 5 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ไม่เพียงพอกับสินเชื่อเอสเอ็มอีที่ปัจจุบันมี 4 ล้านล้านบาท เพราะแค่คิดว่าสินเชื่อขยายตัวปีละ 10% วงเงินก็สูงถึง 3 แสนล้านบาทแล้ว จึงต้องหาทางช่วยให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีเองได้มากขึ้น โดยหาทางอำนวยความสะดวกให้ธนาคารในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อที่ไม่สูญเสียต้นทุนมากเกินไป เนื่องจากกระบวนการอนุมัติสินเชื่อเอสเอ็มอีต้องใช้เจ้าหน้าที่สินเชื่อจำนวนมาก และใช้เวลามากในการวิเคราะห์สินเชื่อ ทำให้ต้นทุนการอนุมัติไม่คุ้มกับวงเงินสินเชื่อที่ปล่อยกู้

สิ่งที่ ธปท.ได้ดำเนินการ คือ 1.ลดต้นทุนการอนุมัติสินเชื่อของธนาคาร 2.ทำให้กระบวนการให้สินเชื่อสะดวกขึ้น โดยจากการศึกษาของต่างประเทศ พบว่า ทุกประเทศที่เศรษฐกิจเจริญและมีสัดส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอีสูง มักมีศูนย์ข้อมูลสำหรับสินเชื่อเอสเอ็มอีทั้งนั้น อาทิ ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ บางประเทศก้าวหน้าถึงขึ้นจัดเกรดให้เอสเอ็มอีด้วย การมีศูนย์ข้อมูลจะช่วยให้การวิเคราะห์สินเชื่อทำได้ง่ายขึ้นและใช้เวลาน้อยลง

แต่หากธนาคารไม่สามารถวิเคราะห์ฐานะที่แท้จริงของเอสเอ็มอีได้ ก็จำเป็นต้องเรียกหลักประกันให้มาก ธปท.จึงเชื่อว่า การมีศูนย์ข้อมูลเอสเอ็มอีจะช่วยให้ธนาคารวิเคราะห์ฐานะของเอสเอ็มอีได้ชัดเจนขึ้น และในที่สุดอาจจะพึ่งพาหลักประกันน้อยลง จึงขอความร่วมมือจากธนาคารในการเริ่มต้นจัดทำศูนย์ข้อมูลสินเชื่อเอสเอ็มอีขึ้นมา โดยแบ่งเป็นหลายเฟส คือ

ในระยะเริ่มต้น ที่ผ่านมา ธปท.พยายามจัดทำ Industry Benchmark เพื่อให้ธนาคารใช้เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ เช่น มีลูกหนี้ยื่นขอสินเชื่อเพื่อสร้างรีสอร์ทใน จ.แม่ฮ่องสอน ธนาคารย่อมอยากรู้ว่ามีธนาคารอื่นให้ลูกหนี้กู้ยืมที่ยื่นคำขอบ้างหรือไม่ เป็นจำนวนเท่าใด รายที่เคยให้กู้ไปแล้วประสบความสำเร็จหรือไม่ เป็นเอ็นพีแอลหรือไม่ ฯลฯ ถ้าไม่มีตัวอ้างอิงนี้ธนาคารต้องลงพื้นที่ไปเก็บข้อมูลเอง ซึ่งใช้เวลาและสิ้นเปลืองต้นทุนค่อนข้างมาก ไม่คุ้มกับวงเงินที่อนุมัติกู้ต่อรายเพียง 510 ล้านบาท

ปกติธนาคารพาณิชย์ส่งข้อมูลสินเชื่อให้ ธปท.ทุกเดือน ธปท.จึงให้ส่งข้อมูลที่มีรายละเอียดเพิ่มขึ้น และนำข้อมูลมาจัดหมวดหมู่ จำแนกตามวงเงินและประเภทธุรกิจ ส่งกลับให้ธนาคารแต่ละแห่งดูเพื่อใช้เป็นตัวอ้างอิงหรือ Benchmark ได้

ก่อนหน้านี้ธนาคารแต่ละแห่งต้องส่งข้อมูลการอนุมัติสินเชื่อตั้งแต่ 20 ล้านบาทขึ้นไปมาให้ ธปท.ทุกเดือน ต่อมาปี 2556 ธปท.ได้หารือกับธนาคารทุกแห่งให้ส่งข้อมูลการอนุมัติสินเชื่อเอสเอ็มอีทุกราย และระบุประเภทสินเชื่อธุรกิจ แยกขนาดที่ละเอียดขึ้น เพราะถ้าให้รายงานเฉพาะวงเงิน 20 ล้านบาทขึ้นไป ก็มีปัญหาอีกว่าเอสเอ็มอีที่ให้กู้ต่ำ 5 ล้านบาท 3 ล้านบาท 2 ล้านบาท หรือ 1 ล้านบาท จะหลุดออกจากระบบ ไม่มี Benchmark จำนวนมากหลายแสนราย

ในขั้นต่อไป ธปท.ได้ขอความร่วมมือให้ธนาคารทุกแห่งส่งข้อมูลการอนุมัติสินเชื่อธุรกิจทุกรายให้ ธปท.ทุกเดือน เริ่มตั้งแต่ปลายปี 2557 นี้เป็นต้นไป พร้อมทั้งแยกรายละเอียดประเภทธุรกิจ และประเภทวงเงินที่แยกละเอียดมากขึ้น เช่น เดิมที่ระบุแค่ว่าเป็นที่ธุรกิจบริการที่พักค้างแรม วงเงินที่อนุมติ ชื่อลูกค้า รูปแบบใหม่จะส่งรายละเอียดแบ่งเป็น ชื่อลูกค้า ประเภทธุรกิจ โดยถ้าเป็นรีสอร์ทจะระบุว่าเป็นขนาดไหน แบบตึกสูงหรือแนวราบ เป็นต้น นอกจากนี้ต้องบอกวงเงินสินเชื่อ อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดและสูงสุด คุณภาพลูกหนี้มีการจัดชั้นหรือไม่ ถ้าจัดชั้นหรือเป็นหนี้เสียเกิดจากอะไรต้องระบุ เป็นต้น

ทั้งนี้ สาเหตุสำคัญที่ต้องให้ธนาคารรายงานข้อมูลเพื่อจัดทำศูนย์ข้อมูลสินเชื่อเอสเอ็มอี เพราะการให้หน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งค้ำประกันความเสี่ยงเพื่อให้ปล่อยกู้ คงทำได้ไม่ครอบคลุมผู้ประกอบการจำนวนมาก จึงพยายามจะให้เกิดการวิเคราะห์ลูกค้าและอนุมัติกู้ตามธรรมชาติ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่น้อยลงและง่ายขึ้น โดยมีตัวอ้างอิงให้เปรียบเทียบ ไม่ต้องใช้เจ้าหน้าที่สินเชื่อมากเกินไป และไม่จำเป็นว่าต้องมีประสบการณ์ยาวนานจึงจะมาดูแลสินเชื่อเอสเอ็มอี

สำหรับเฟสต่อไป ธปท.กำลังศึกษาการจัดทำอัตราส่วนทางการเงินของเอสเอ็มอีในแต่ละกลุ่มธุรกิจเพื่อใช้เป็น Benchmark ซึ่งเป็นรูปแบบของประเทศญี่ปุ่น ว่าจะเอามาใช้ในประเทศไทยได้มากน้อยเพียงใด

นอกจากศูนย์ข้อมูลสินเชื่อแล้ว ธปท.พยายามจะลดค่าใช้จ่ายการตั้งสาขาธนาคารพาณิชย์เพื่อให้เข้าถึงลูกค้ารายย่อยๆ ได้สะดวกขึ้นและมีค่าใช้จ่ายน้อยลง โดยอนุญาตให้ธนาคารสามารถเสนอสาขาแบบฟรีสไตล์ ไม่ต้องให้บริการครบ 4 ประเภท คือ ฝาก ถอน โอน และให้สินเชื่อ ที่ต้องใช้พนักงานหลายคนและมีระบบไอทีครบครัน โดยปัจจุบันสาขาอาจให้สินเชื่ออย่างเดียวและอาจเคลื่อนย้ายได้ ทำให้ต้นทุนต่ำลง ซึ่งมีธนาคารที่เริ่มขอตั้งสาขารูปแบบใหม่บ้างแล้ว เช่น ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย ธนาคารเกียรตินาคิน เป็นต้น

การจัดทำศูนย์ข้อมูลครั้งนี้ ธปท.หวังว่าจะทำให้เอสเอ็มอีที่ดีและมีศักยภาพได้รับสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ในสัดส่วนที่สูงขึ้น มีส่วนสร้างความเข้มแข็งให้ระบบเศรษฐกิจด้วย เพราะในต่างประเทศ เช่น ธนาคารในเกาหลีหรือสวีเดน สินเชื่อที่ให้กับเอสเอ็มอีมีสัดส่วนสูงถึง 70-80% ของสินเชื่อรวม ขณะที่ของไทยแม้จะสนับสนุนเต็มที่ ก็เพิ่มจากเดิม 30% เป็น 35-40% หรือวงเงินประมาณ 4 ล้านล้านบาท

แม้ว่าในระยะสั้น การมีศูนย์ข้อมูลสินเชื่อเอสเอ็มอีอาจจะไม่ได้ช่วยให้สินเชื่อเอสเอ็มอีขยายตัวสูงขึ้นมากนัก แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้เอสเอ็มอีมีโอกาสได้รับสินเชื่อได้ง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น โดยในอนาคตสินเชื่อเอสเอ็มอีควรมีอัตราการขยายตัวมากกว่าสินเชื่อรวม ซึ่งจะทำให้สัดส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นไปด้วย

อย่างไรก็ดี ธปท.ยังไม่ได้ทิ้งหน้าที่หลักในการรักษาเสถียรภาพของระบบธนาคารพาณิชย์ ธปท.จะเน้นอยู่เสมอว่าสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์ปล่อยกู้แก่เอสเอ็มอีที่มีศักยภาพ และการปล่อยกู้ควรอยู่ภายใต้กรอบการบริหารความเสี่ยงที่เหมาะสม

ข่าวล่าสุด

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน

ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน ค่าพิธีกร–แขก 3 ปี สูบภาษีบาป 300 ล้าน