posttoday
‘คสช.’ขอแบงก์เข้มตรวจฟอกเงิน

‘คสช.’ขอแบงก์เข้มตรวจฟอกเงิน

19 มิถุนายน 2557

หลังเจอเปิดบัญชีลูกค้าถูกสั่งจำคุกปปง.เจอ470ราย

หลังเจอเปิดบัญชีลูกค้าถูกสั่งจำคุกปปง.เจอ470ราย

คสช.พบนายแบงก์ ขอความร่วมมือเข้มงวดสกัดฟอกเงิน หลังพบผู้ต้องขังติดคุกแต่เปิดบัญชีธนาคารได้

เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. พล.อ.ไพบูลย์คุ้มฉายา ผช.ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เป็นประธานและมอบนโยบายการปฏิบัติตามกฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยเชิญผู้แทนธนาคาร และสถาบันการเงินทุกแห่ง

ทั้งนี้ คสช.ขอความร่วมมือจากธนาคารให้ตรวจสอบการทำธุรกรรมการเงินของลูกค้าอย่างจริงจัง เนื่องจากพบว่ามีการทำผิดอาชญากรรมจำนวนมากผ่านทางธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (นันแบงก์) โดยมีเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินร่วมมือ

พล.อ.ไพบูลย์ เปิดเผยว่า คสช.ต้องการแก้ไขปัญหาของประเทศในทุกด้าน และต้องการให้การกระทำผิดกฎหมายฟอกเงินลดลง ซึ่งคนกลุ่มนี้จะค้ายาเสพติดค้ามนุษย์ หลอกลวงต้มตุ๋น จึงขอความร่วมมือธนาคารดูแลบัญชีต้องสงสัย เพื่อตัดเส้นทางการเงินของกลุ่มมิจฉาชีพ

“เราพบกรณีผู้ต้องขังเปิดบัญชีธนาคารได้หลายบัญชีทั้งที่ตัวอยู่ในเรือนจำ ซึ่งตามกฎหมายธนาคารต้องรู้จักตัวลูกค้าจึงจะเปิดบัญชีให้ แต่กรณีเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไรหากเจ้าหน้าที่ไม่ร่วมมือ จึงต้องขอความร่วมมือสถาบันการเงินในการแก้ปัญหา” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว

พ.ต.อ.สีหนาท ประยูรรัตน์ เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) กล่าวว่า สำหรับบัญชีที่ต้องสงสัยเกี่ยวกับการกระทำผิดที่จะจัดส่งให้สถาบันการเงินต่างๆ เบื้องต้นมี 470 บัญชี แบ่งเป็น บัญชีความผิดเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 324 บัญชี บัญชีเกี่ยวกับคดีฉ้อโกงภาษี 112 บัญชี บัญชีเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด 20 บัญชี และบัญชีเกี่ยวกับคดีฉ้อโกงทางอินเทอร์เน็ต 14 บัญชี

นายสุรศักดิ์ ดุษฎีเมธา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปกติธุรกรรมทางการเงินที่เกิดขึ้น ธนาคารจะมีการดูรายการบัญชีที่ต้องสงสัยและรายงานต่อ ปปง.อยู่แล้ว ถ้ามีการโอนเงินหรือเคลื่อนไหวทางการเงินเกินเพดานที่ ปปง.กำหนด หรือถี่ผิดปกติ ก็จะให้พนักงานติดตามใส่ใจมากเป็นพิเศษ

“ปกติก่อนเปิดบัญชีเรามีเกณฑ์KYC ที่ทุกแบงก์ใช้เพื่อกรองลูกค้าระดับหนึ่ง เช่น ติดแบล็กลิสต์ไหมแต่วันแรกเราไม่รู้หรอกว่าเขาจะทำอะไร แต่จะตรวจสอบความผิดปกติได้จากอาชีพ รายได้ที่แจ้งกับความเคลื่อนไหวทางการเงินไม่สัมพันธ์กัน” นายสุรศักดิ์ กล่าวจะส่งรายชื่อบุคคลที่ต้องเฝ้าระวังให้กับสถาบันการเงินต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อติดตามธุรกรรมของลูกค้ากลุ่มเสี่ยงเหล่านี้ เบื้องต้นเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดที่ได้มาจากฐานข้อมูลที่ผ่านการกลั่นกรองจากป.ป.ส. บช.ปส. ประมาณ 1,000 รายชื่อ กลุ่มพนันอีกกว่า 100 รายชื่อ เมื่อธนาคารได้รับรายชื่อจะต้องตรวจสอบเพื่อบริหารความเสี่ยงของลูกค้า หากปล่อยปละละเลยปปง.จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎหมายเด็ดขาด โดยจะใช้เวลาธนาคารตรวจสอบ 3 เดือน

ทั้งนี้ หากปล่อยปละละเลยปปง.จะดำเนินการตามกฎหมายด้วยการปรับเงินเป็นรายบัญชี บัญชีละ 5 แสนบาท

สำหรับบัญชีที่ต้องสงสัยเกี่ยวกับการกระทำผิดที่จะจัดส่งให้สถานบันการเงินต่าง ๆ เบื้องต้นมี 470 บัญชี แบ่งเป็น บัญชีความผิดเกี่ยวกับแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ 324 บัญชี บัญชีเกี่ยวกับคดีฉ้อโกงภาษี 112 บัญชี บัญชีเกี่ยวกับการค้ายาเสพติด 20 บัญชี และบัญชีเกี่ยวกับคดีฉ้อโกงทางอินเตอร์เน็ต 14 บัญชี

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ