posttoday
ปฏิรูปภาษี (2)

ปฏิรูปภาษี (2)

18 มิถุนายน 2557

พุธนี้ผมขอตั้งคำถามเพื่อการปฏิรูปภาษีต่อจากพุธที่แล้วที่ถามไว้แล้ว 4 คำถามเลยนะครับ

พุธนี้ผมขอตั้งคำถามเพื่อการปฏิรูปภาษีต่อจากพุธที่แล้วที่ถามไว้แล้ว 4 คำถามเลยนะครับ

ห้า เมื่อเข้าสู่ AEC ไทยต้องปรับอัตราภาษีให้ใกล้เคียงและสามารถแข่งขันกับประเทศที่เราอยากแข่งขันด้วย เช่น สิงคโปร์และมาเลเซีย เพื่อดึงดูดให้ธุรกิจต่างชาติสนใจมาลงทุนทำโรงงานหรือมาตั้งสำนักงานใหญ่ในไทยใช่หรือไม่? ถ้าใช่ก็แปลว่ารายได้จากการจัดเก็บภาษีจะต้องลดลง ขณะที่ไทยเราต้องลงทุนอีกมากเพื่อยกระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศในหลายๆ ด้าน ผู้รับผิดชอบเตรียมการเรื่องการขยายฐานการจัดเก็บภาษีอย่างเป็นรูปธรรมไว้อย่างไร?

หก ปัจจุบันอัตราภาษีนิติบุคคลและบุคคลธรรมดาของเรายังสูงกว่าประเทศคู่แข่ง แต่อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มของไทยเราต่ำกว่า ในเมื่อเราจำเป็นต้องลดอัตราภาษีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ซึ่งจะทำให้รายได้จากการจัดเก็บภาษีหายไป ไทยเราควรจะขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มเพราะยังมีช่องว่างให้ขึ้นได้ใช่หรือไม่? ถ้าใช่ ผู้รับผิดชอบรู้หรือไม่ว่าถ้าหากไม่ปรับขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มพร้อมๆ กับการปรับลดอัตราภาษีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล การขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มจะไม่สามารถทำได้เลย เพราะจะต้องถูกคัดค้านอย่างแน่นอน ถ้าใช่ แล้วทำไมที่ผ่านมาผู้รับผิดชอบจึงได้แต่ลดอัตราภาษีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล แต่ไม่ยอมขอขึ้นอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มไปพร้อมๆ กัน ถ้าอธิบายดีๆ ผมคิดว่าคนไทยจะเข้าใจและรับได้ ถ้าทำพร้อมกันได้ทุกๆ 1 เปอร์เซ็นต์ของอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มที่ขึ้น รัฐบาลจะมีรายได้เพิ่มขึ้นราวๆ 400,000 ล้านบาท

เจ็ด ผู้รับผิดชอบรู้หรือไม่ว่าตอนนี้จากบริษัทจำนวนราวๆ 330,000 กว่าบริษัท มีไม่ถึงครึ่งคือไม่ถึง 150,000 บริษัท ที่เสียภาษีนิติบุคคล บริษัทที่เหลืออีกกว่า 170,000180,000 บริษัท ยังไม่เสียภาษี ผู้รับผิดชอบมีแผนการอย่างไรที่จะทำให้สัดส่วนบริษัทที่เสียภาษีนิติบุคคลสูงมากกว่าบริษัทที่ไม่เสียภาษี ที่สัดส่วนเป็นเช่นนี้เพราะเศรษฐกิจไม่ดีบริษัทเลยขาดทุนกันมาก หรือเพราะระบบการตรวจสอบบัญชีของเรายังมีช่องว่างให้บริษัทต่างๆ ทำบัญชีให้ออกมาขาดทุนได้โดยหน่วยงานจัดเก็บจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน หรือบังเอิญมีผู้รับผิดชอบด้านการจัดเก็บภาษีที่มีความรู้เรื่องภาษีเยอะ แต่มีจริยธรรมน้อยไปคอยช่วยเป็นที่ปรึกษาคอยเปิดช่องว่างให้บริษัทต่างๆ เขาหาทางทำธุรกิจได้แบบเสียภาษีน้อยๆ หรือไม่ต้องเสียภาษีเลย สัดส่วนนี้ในประเทศอื่นๆ เขาเป็นอย่างไร?

แปด ผู้รับผิดชอบรู้หรือไม่ว่ามีคนไทยเพียง 2,000,000 คนเศษเท่านั้น ที่เสียภาษีบุคคลธรรมดา ที่เหลืออีกราวๆ 40,000,000 คน ที่มีรายได้เหมือนกันแต่เขาไม่เสียภาษีกัน ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? ผู้รับผิดชอบมีแนวทางแก้ไขปัญหานี้อย่างไร? เรื่องแบบนี้เป็นธรรมกับคนที่เสียภาษีอยู่ตอนนี้หรือไม่? สัดส่วนแบบนี้ประเทศอื่นๆ เขาเป็นอย่างไร?

เก้า ผู้รับผิดชอบรู้หรือไม่ว่าการอนุญาตให้หักค่าลดหย่อนต่างๆ นั้น ตัวเลขการหักค่าลดหย่อนในอดีตที่ผ่านมานั้น มันชี้ชัดเลยว่าคนได้ประโยชน์จากค่าลดหย่อนต่างๆ คือคนรวยมากกว่าคนจน ผมขอยกตัวอย่างให้ดู มีคน 3 คน คือ นาย ก. และนาย ข. มีเงินเดือนคนละ 30,000 บาทเท่ากัน แต่นาย ก. เป็นคนจน ใช้เงินเดือนชนเดือน ไม่มีโอกาสใช้สิทธิลงทุนต่างๆ เพื่อเอามาหักค่าลดหย่อน นาย ก. ต้องเสียภาษี 6,000 บาท ต่างจากนาย ข. ที่พอจะมีฐานะอยู่บ้างก็เลยสามารถลงทุนและเอามาหักค่าลดหย่อนได้ ปลายปีนาย ข. ไม่ต้องเสียภาษี ส่วนนายค. รวยสุดมีเงินเดือน 100,000 บาท ก็เลยมีเงินเหลือลงทุน พอปลายปีนาย ค. ใช้สิทธิหักค่าลดหย่อนเต็มที่ก็เลยไม่ต้องเสียภาษี ระบบภาษีที่คนจนเสียภาษีอยู่คนเดียวแบบนี้ประเทศไหนเขาทำกันบ้าง?

ระบบภาษีที่มีค่าลดหย่อนมากมาย ที่คนรวยได้ประโยชน์มากกว่าคนจน มีประเทศไหนเขาทำกันบ้าง? ถึงเวลาหรือยังที่เราจะทำให้คนเงินเดือนเท่ากันเสียภาษีเท่ากัน ทำให้ระบบภาษีให้ง่ายๆ?

นี่แค่เป็นตัวอย่างคำถามนะครับ ยังมีอีกหลายคำถามที่ควรถามถ้าคิดจะปฏิรูปภาษีกันจริงๆ ใครมีหน้าที่ลองเอาไปถามผู้รับผิดชอบด้านภาษีดูครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท