
"พม่า"ดึงดูดต่างชาติเปิดช่องลงทุนสารพัดอุตฯ
พม่าเป็นเป้าหมายการลงทุนสำคัญในอาเซียนที่มีโอกาสอีกมหาศาลรอนักลงทุนต่างชาติอยู่
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
พม่าเป็นเป้าหมายการลงทุนสำคัญในอาเซียนที่มีโอกาสอีกมหาศาลรอนักลงทุนต่างชาติอยู่
อู่วินเหมียง เอกอัครราชทูตพม่า ประจำประเทศไทย เปิดเผยภายในงานสัมมนา เพื่อนคู่คิด มิตรคู่เออีซี ในหัวข้อ “เมียนมาร์ : ไปอย่างไรไม่ตกขบวน” ว่า ขณะนี้รัฐบาลอยู่ระหว่างการปรับปรุงเศรษฐกิจและสังคมให้เอื้อต่อการลงทุน ซึ่งศักยภาพของพม่ามีความพร้อมทางด้านภูมิศาสตร์อย่างมาก เนื่องจากมีชายแดนติดกับจีนและอินเดีย เป็นศูนย์กลางของภูมิภาคเอเชีย เป็นโอกาสที่ผู้เข้ามาลงทุนจะสามารถขยายตลาดออกไปยังจีนและอินเดียได้ไม่ยาก
ขณะเดียวกัน เมื่อปี 2555 รัฐบาลได้ออกกฎหมายส่งเสริมการลงทุนขึ้นมาใหม่เพื่อเอื้อให้นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งมีสิทธิประโยชน์ที่จูงใจนักลงทุน เช่น สิทธิประโยชน์ทางภาษี เป็นต้น รวมทั้งยังอยู่ระหว่างการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษเช่น ติละวาและทวาย เพื่อดึงดูดให้นักลงทุนต่างชาติเข้าไปทำธุรกิจในเขตเศรษฐกิจพิเศษดังกล่าว โดยจะมีสิทธิประโยชน์พิเศษในเขตเศรษฐกิจพิเศษด้วยเช่นเดียวกัน
“พม่ามีศักยภาพมากมายในอุตสาหกรรมเกษตร เหมืองแร่ ปศุสัตว์ พลังงานน้ำ เครื่องจักรกลการเกษตร และการเงิน เปิดกว้างให้กับนักลงทุนต่างชาติเข้าไปลงทุน ขณะเดียวกันเศรษฐกิจในพม่าก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับนักลงทุน”
ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2558 นับเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญต่อการค้าการลงทุน เนื่องจากจะมีการขยายตัวของตลาดมากกว่า 600 ล้านคน ซึ่งจะทำให้มีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้น ดังนั้นผู้ประกอบการและนักลงทุนไทยควรเตรียมพร้อมรองรับตลาดที่จะขยายตัว
สำหรับพม่ามีความน่าสนใจในเชิงธุรกิจจากการที่รัฐบาลพม่ามีการปฏิรูปการเมืองครั้งสำคัญ การเปิดประเทศด้านต่างๆ การปรับเปลี่ยนระบบอัตราแลกเปลี่ยน การจัดตั้งองค์กรเพื่อดึงดูดการลงทุน เพิ่มอิสรภาพให้ธนาคารกลาง เปิดเสรีการลงทุนโครงการพื้นฐานขนาดใหญ่ รวมถึงด้านคมนาคมและพลังงาน มีการเร่งพัฒนาประเทศ เปิดโอกาสให้เข้าไปร่วมลงทุนด้านอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อาหาร ประมง วัสดุก่อสร้าง เป็นต้น ส่งผลให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของพม่าเติบโตเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 7% ต่อปี และคาดว่าจะอยู่ในระดับดังกล่าว และเพิ่มสูงขึ้นอีกใน 5 ปีข้างหน้า
กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การส่งออกในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว พม่าและเวียดนาม มีความสำคัญกับไทยอย่างมากและเป็นตลาดใหญ่ของไทย โดยการส่งออกของไทยไปตลาดกลุ่มนี้ขยายตัวสูงถึง 12% ในปีที่ผ่านมา ซึ่งสูงกว่าส่งออกไปยังสหรัฐที่ขยายตัวเพียง 0.60.7%
ที่สำคัญ พบว่า ที่ผ่านมาสินค้าไทยถือเป็นที่ต้องการอันดับ 1 ของกลุ่มประเทศเหล่านี้ หากไทยเพิ่มน้ำหนักและขยายตลาดไปยังประเทศต่างๆ น่าจะช่วยเสริมสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจไทยได้







