posttoday
"มายบอต-เอกซ์" หุ่นยนต์ผจนเพลิง

"มายบอต-เอกซ์" หุ่นยนต์ผจนเพลิง

18 มิถุนายน 2557

จากเหตุวินาศกรรมตึกเวิลด์เทรด เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2001 ใจกลางมหานครนิวยอร์ก

โดย...เสาวลักษณ์ ขันกสิกรรม

จากเหตุวินาศกรรมตึกเวิลด์เทรด เมื่อวันที่ 11 ก.ย. 2001 ใจกลางมหานครนิวยอร์ก ที่ต้องระดมสรรพกำลังทั้งเครื่องมือและเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ภายในตึก รวมถึงการดับเพลิงที่ลุกไหม้อย่างทุลักทุเลของเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ซึ่งยังติดอยู่ในความทรงจำของ แดนนี่ ลิม ผู้ก่อตั้งบริษัท อินเทลโลจิก เทคโนโลยี

แดนนี่จึงตัดสินใจร่วมมือกับ ดร.ตันฉีเฟย อาจารย์อาวุโสจากมหาวิทยาลัยเทคนิคัล มาเลเซีย มะละกา(ยูเท็ม) และมาร์ค ลิว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ริตซ์ พาวเวอร์ เอนจิเนียริ่ง แอนด์ ซัพพลาย ในการสร้างหุ่นยนต์ควบคุมระยะไกล ที่ติดตั้งอุปกรณ์ครบครันในการผจญเพลิง ซึ่งตั้งชื่อว่า “มายบอต-เอกซ์ ฟายเออร์ ไฟเตอร์ โรบอต” ซึ่งหุ่นยนต์นักผจญเพลิงนี้ยังติดตั้งกล้องถ่ายทอดภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงสามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ติดอยู่ในสถานที่เกิดเหตุได้อีกด้วย

นักธุรกิจหัวก้าวหน้าชาวมาเลเซียยังเล่าย้อนเรื่องราวการทำธุรกิจตั้งแต่ก้าวแรก ผ่านทาง เดอะ สตาร์ ออนไลน์ ว่า เริ่มต้นสร้างบริษัท อินเทลโลจิก เทคโนโลยี ในปี 1996 ด้วยเงินลงทุน 1 แสนริงกิต โดยในปัจจุบันได้ขยายสาขาบริษัทออกไปถึง 4 สาขาแล้ว ในเมืองยะโฮร์บารู ปีนัง มะละกา และอิโปห์ ในฐานะที่เป็น 1 ใน 3 ผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ พานาโซนิค อิเล็กทริค ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ทั้งนี้ ระหว่างที่ยังเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของพานาโซนิค อิเล็กทริค นั้น บริษัทของแดนนี่ใช้ระบบพีแอลซี (โปรแกรมเชิงตรรกะสำหรับควบคุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ) และระบบเอชเอ็มไอ (ส่วนต่อประสานระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร) ในการนำเครื่องจักรมาใช้แทนแรงงานมนุษย์ในอุตสาหกรรม ซึ่งจะช่วยให้โรงงานต่างๆ สามารถผลิตสินค้าได้อย่างมีมาตรฐานและรวดเร็วขึ้น

“เราเปลี่ยนวิสัยทัศน์ของมนุษย์ด้วยเซ็นเซอร์ เปลี่ยนประสาทสัมผัสจากมือเป็นระบบหัวฉีด รวมทั้งใช้โปรแกรมพีแอลซีในการควบคุมลำดับการทำงานแทนการตัดสินใจของมนุษย์” แดนนี่ อธิบายเพิ่มเติม

ด้วยความเชี่ยวชาญในสายงานด้านเทคโนโลยีเป็นทุนเดิม แดนนี่ ลิว จึงตัดสินใจร่วมงานกับอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยยูเท็มในปี 2005 เพื่อสร้างหุ่นยนต์ต้นแบบในการสำรวจความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในท่อระบายของเสีย

ส่วนเรื่องราวการสร้างหุ่นยนต์ผจญเพลิงนั้น ถือว่าเป็นเรื่องบังเอิญ โดยเริ่มต้นจากการผลิตต้นแบบ 3 ชิ้น ด้วยการซื้อรถลิฟต์แบบที่มีกระเช้ายกสู่อากาศจากสุสานรถแห่งหนึ่งประมาณ 1.5 หมื่นริงกิต มาปรับปรุงระบบไฮดรอลิก มอเตอร์ และโครงสร้างภายนอก

หลังจากสร้างต้นแบบเรียบร้อยแล้ว แดนนี่ก็ลงนามบันทึกความเข้าใจกับมหาวิทยาลัยยูเท็ม เพื่อพัฒนาและปรับปรุงหุ่นยนต์นักผจญเพลิง ในปี 2009 กระทั่งพัฒนาต้นแบบของหุ่นยนต์ดังกล่าวไปถึง 3 รุ่น จนมาลงตัวที่หุ่นยนต์รุ่นมายบอต3000” ที่มีน้ำหนักราว 700 กิโลกรัม พร้อมตีนตะขาบล้อยางที่กว้างขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถขับเคลื่อนไปบนพื้นที่ลาดเอียงได้ แถมยังมีหัวฉีดที่ติดตั้งกับยานยนต์ ซึ่งสามารถปรับระดับได้หลากหลายมุมและความสูง เพื่อจะได้ดับเพลิงที่ลุกไหม้ได้ทุกระดับความสูงเกือบทุกองศา

นอกจากนี้ แดนนี่ยังอาศัยความเชี่ยวชาญในระบบการควบคุมด้วยอิเล็กทรอนิกส์ ประดิษฐ์ระบบควบคุมการทำงานของหุ่นยนต์ดังกล่าวแบบไร้สาย โดยใช้คลื่นวิทยุความถี่ 433 เมกะเฮิรตซ์ ที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพในการสื่อสารและควบคุมกับหุ่นยนต์จากภายนอกอาคารได้ เนื่องจากเป็นคลื่นความถี่ที่ไม่ถูกปิดกั้นสัญญาณด้วยสิ่งกีดขวาง และยังสื่อสารกันได้ไกล แม้จะเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ในอาคารที่สูงถึง 500 เมตรก็ตาม

ทั้งนี้ หุ่นยนต์นักผจญเพลิง “มายบอตเอกซ์” นี้ ยังได้รับรางวัลชนะเลิศเหรียญทองจากนิทรรศการ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์นานาชาติ (ไอเทกซ์) ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ และนิทรรศการนวัตกรรม ความเป็นผู้ประกอบการ และเทคโนโลยีใหม่ๆ ระดับนานาชาติจากประเทศเบลเยียมด้วย

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาหุ่นยนต์ในเชิงพาณิชย์นั้น จำเป็นต้องใช้เงินทุนจำนวนมากเพื่อพัฒนาและวิจัย โดยตัวเลขที่ประมาณการไว้น่าจะอยู่ที่ราว 20 ล้านริงกิต

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท