
แบงก์กรุงเทพคาดกนง.คงดอกเบี้ย2%ถึงปลายปี
ธนาคากรุงเทพคาดกนง.คงดอกเบี้ย 2% ถึงปลายปี เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ ต้นปี 2558 แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น สอดคล้องดอกเบี้ยสหรัฐอเมริกา
ธนาคากรุงเทพคาดกนง.คงดอกเบี้ย 2% ถึงปลายปี เพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ ต้นปี 2558 แนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น สอดคล้องดอกเบี้ยสหรัฐอเมริกา
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เปิดเผยว่า คาดการณ์ว่าคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่จะประชุมในวันที่ 18 มิ.ย. 2557 จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมที่ 2% ต่อไปอีกระยะหนึ่งจึงถึงปลายปี 2557 เพื่อช่วยให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ และอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในปี 2557 จะขยายตัวได้ 2-3%
ทั้งนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังเศรษฐกิจมีแนวโน้มดีขึ้น มีความเข้มแข็ง ทำให้ในช่วงต้นปี 2558 กนง. อาจจะขยับดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสอดคล้องกับแนวโน้มดอกเบี้ยของทางสหรัฐอเมริกา ที่คาดว่าสหรัฐฯจะยกเลิกมาตรการอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบ (คิวอี) ในปลายปีนี้และในต้นปีหน้าธนาคารกลางสหรัฐฯจะปรับขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นแนวโน้มเดียวกับดอกเบี้ยในประเทศไทย
ขณะที่อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาส 1 ติดลบ0.6% ไตรมาส 2 เติบโตได้ 0-1% ไตรมาส 3 คาดว่าจะเติบโตไดั 3-4% และไตรมาส 4 เติบโตได้ 5-6% โดยสิ่งที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจจะมาจากการลงทุนจากทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัว
"แม้ว่าการส่งออกจะขยายตัวได้ประมาณ 3.5-4% ซึ่งถือว่าไม่สูงมากนัก แต่ไม่น่ากังวล เพราะการบริโภคภายในประเทศจะดีขึ้น โดยในไตรมาส 3 เศรษฐกิจจะเริ่มขยายตัวได้" นายกอบศักดิ์ กล่าว
นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้คาดว่าจะขยายตัว 2-3% โดยการขยายตัวของสินเชื่อก็น่าจะขยายตัวได้ 4-5% สอดคล้องกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งธนาคารจะสามารถรักษาเป้าหมายให้ได้ใกล้เคียงกับจีดีพี
ขณะเดียวกัน เมื่อสถานการณ์ในประเทศกลับเข้าสู่ความสงบ เชื่อว่าปัญหาเศรษฐกิจจะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ทั้งด้านการท่องเที่ยว การลงทุน รวมถึงโอกาสที่เกิดขึ้นกับการค้าในประเทศเพื่อนบัาน จึงเชื่อว่าสถานการณ์ในครึ่งปีหลังน่าจะคลี่คลายไปในทางที่ดี
อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงในช่วงครึ่งปีหลังต้องจับตาดูความรุนแรงที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ ทั่วโลก เช่น ปัญหาความรุนแรงในประเทศอิรัก ที่อาจส่งผลกรัทบต่อเศรษฐกิจโลกได้ในอนาคต
"ด้านนโยบายทางเศรษฐกิจของประเทศคลี่คลายไปในทางที่ดี ซึ่งโดยส่วนตัวอยากเห็นมาตรการการลด ละ เลิก นโยบายด้านประชานิยม เช่น มาตรการจำนำข้าว อย่างชัดเจน รวมทั้งต้องการให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ทำในสิ่งที่วางแผนไว้ให้ได้ ซึ่งคงไม่เสนออะไรเพิ่มเติมเพราะคสช.มีภาระมากอยู่แล้ว"นายโฆษิต กล่าว
นายโฆษิต กล่าวว่า สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขณะนี้ประสบปัญหาสภาพคล่องอย่างมาก รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงความต้องการสินค้าของลูกค้า และการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น เอสเอ็มอีจึงต้องใช้โอกาสนี้ปรับตัว ดูแลต้นทุน และสภาพคล่องให้ดี
บรรยายภาพประกอบ : นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดหารใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ







