posttoday
รู้จัก‘ให้’เพื่อนบ้าน

รู้จัก‘ให้’เพื่อนบ้าน

17 มิถุนายน 2557

การรวมตัวของประชาคมอาเซียนในสิ้นปี 2558 ที่งวดเข้ามาทุกขณะ ประกอบกับข้อจำกัดของปัจจัยพื้นฐานหลายด้านในประเทศไทย โดยเฉพาะด้านแรงงานที่ขาดแคลนและค่าจ้างขั้นต่ำที่สูงขึ้น ส่งผลให้หลายอุตสาหกรรมจำเป็นต้องหาลู่ทางออกไปลงทุนต่างประเทศ ซึ่งเป็นแนวทางที่ไม่เป็นปัญหาสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่มี “กำลัง” สำหรับการทำความเข้าใจและบุกเบิกพื้นที่ลงทุนและตลาดใหม่ๆ แต่ประเด็นนี้กลับเป็นข้อจำกัดสำคัญของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่เน้นการทำธุรกิจในประเทศมาตลอด

การรวมตัวของประชาคมอาเซียนในสิ้นปี 2558 ที่งวดเข้ามาทุกขณะ ประกอบกับข้อจำกัดของปัจจัยพื้นฐานหลายด้านในประเทศไทย โดยเฉพาะด้านแรงงานที่ขาดแคลนและค่าจ้างขั้นต่ำที่สูงขึ้น ส่งผลให้หลายอุตสาหกรรมจำเป็นต้องหาลู่ทางออกไปลงทุนต่างประเทศ ซึ่งเป็นแนวทางที่ไม่เป็นปัญหาสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ที่มี “กำลัง” สำหรับการทำความเข้าใจและบุกเบิกพื้นที่ลงทุนและตลาดใหม่ๆ แต่ประเด็นนี้กลับเป็นข้อจำกัดสำคัญของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่เน้นการทำธุรกิจในประเทศมาตลอด

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ในฐานะหน่วยงานส่งเสริมการลงทุน ได้ปรับบทบาทให้สอดคล้องปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจ ทำให้กลางปี 2556 ที่ผ่านมาได้ตั้ง “กองส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศ” โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการส่งเสริมและให้ข้อมูลแก่นักลงทุนที่สนใจไปลงทุนต่างประเทศ โดยมี ศิริพร นุรักษ์ เป็นผู้อำนวยการ ดูแลกองงานใหม่นี้

ศิริพร เล่าว่า ประเทศเป้าหมายที่บีโอไอจะส่งเสริมให้ธุรกิจไทยออกไปลงทุนมี 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มประเทศเป้าหมายหลัก ได้แก่ อินโดนีเซีย พม่า เวียดนาม กัมพูชา 2.เป้าหมายรอง ได้แก่ จีน อินเดีย และชาติอาเซียนอื่นๆ และ 3.กลุ่มประเทศตลาดใหม่ ได้แก่ เอเชียใต้ กลุ่มประเทศตะวันออกกลาง และกลุ่มประเทศในแอฟริกา

“กลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น หรือ Labor Intensive เช่น เครื่องนุ่งห่ม สิ่งทอ เฟอร์นิเจอร์ เจอปัญหาแรงงานขาดแคลนและวัตถุดิบในประเทศหายาก ในขณะที่ต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านมีทั้งแรงงานและวัตถุดิบ ซึ่งขณะนี้ธุรกิจไทยได้มีการไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านอย่างต่อเนื่อง ทั้งกัมพูชา เวียดนาม ลาว และพม่า”

ศิริพรอธิบายจากประสบการณ์การทำงานร่วมกับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการออกไปลงทุนต่างประเทศมาได้ระยะหนึ่งว่า ปัญหาสำคัญของผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอี นั่นคือการขาดข้อมูลเชิงลึกในตลาดที่สนใจจะไปลงทุน เช่นหลายประเทศแม้จะมีข่าวคราวว่าทางการเปิดรับการลงทุนต่างชาติ แต่ในทางปฏิบัติก็ยังไม่ชัดเจน ทำให้มีผู้ประกอบการไทยจำนวนมากไปลงทุนแล้วเจอปัญหาขาดทุนเจ็บตัวกลับมา

ความไม่ชัดเจนในการเปิดรับการลงทุนของแต่ละประเทศทำให้บีโอไอต้องเข้าไปประสานและสอบถามรายละเอียด เป็นตัวกลางสอบถามให้โดยเฉพาะในแง่ของกฎหมาย การถือหุ้น ซึ่งบางประเทศสำนักงานที่ปรึกษาด้านกฎหมายก็อาจจะยังไม่มีประสบการณ์ให้คำแนะนำไม่ได้ บางประเทศมีกฎหมายส่งเสริมการลงทุน ไม่ได้เป็นกฎหมายใหม่แต่มีปัญหาคือมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด

ประเด็นสำคัญที่ศิริพรฝากถึงผู้ประกอบการไทยทุกคน คือการไปลงทุนต่างประเทศในช่วงเริ่มแรกนั้นต้องเจอกับปัญหาการขาดทุนแน่นอน เพราะการเริ่มต้นที่ไม่ใช่ในประเทศย่อมมีต้นทุนการเริ่มต้นที่สูง โดยเฉพาะในประเทศเพื่อนบ้านที่โครงสร้างพื้นฐานไม่พร้อมนัก แต่เมื่ออยู่ตัวแล้วกำไรที่ได้กลับคืนมาจะสูงกว่าอยู่ในไทย

นอกจากนี้ การออกไปลงทุนต่างแดนอย่าหวังแต่ “รับ” กำไรเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีการ “ให้” ด้วย ประเทศเพื่อนบ้านต้องการเห็นนักลงทุนไทยให้การสนับสนุนในด้านต่างๆ แก่ประชากรในประเทศเหล่านั้น เช่นเดียวกับที่คนไทยต้องการจากต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทย ไม่ว่าจะเป็นผลตอบแทน รวมถึงการถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยี

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท