
จีนเข็นแผนหนุนธุรกิจเพิ่ม
ไฟเขียวแบงก์ขนาดกลางลดกันทุนสำรองหวังกระตุ้นปล่อยกู้เอสเอ็มอีต่อเนื่อง
ไฟเขียวแบงก์ขนาดกลางลดกันทุนสำรองหวังกระตุ้นปล่อยกู้เอสเอ็มอีต่อเนื่อง
จีนไฟเขียวแบงก์ขนาดกลาง ลดสัดส่วนกันทุนสำรอง หวังหนุนปล่อยกู้เอสเอ็มอีเพิ่ม
ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ประกาศอนุมัติให้ธนาคารขนาดกลางในประเทศ สามารถลดสัดส่วนการกันเงินทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ในประเทศ (อาร์อาร์อาร์) ลง 0.5% หวังเปิดทางให้ธนาคารเหล่านี้สามารถเพิ่มปริมาณการปล่อยสินเชื่อไปยังคนในต่างจังหวัดและวิสาหกิจขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) แดนมังกร ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญได้เพิ่มมากขึ้น
การอนุมัติครั้งนี้ครอบคลุมถึงธนาคารขนาดกลาง ได้แก่ ธนาคารอินดัสเทรียลแบงก์ ไชน่า เมอร์แชนท์ แบงก์ และธนาคารไชน่า มินเชง ที่เป็นธนาคารเอกชนแห่งแรกของจีน ซึ่งเพิ่มเติมจากการประกาศเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่มีการอนุมัติให้ภาคธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะภาคธนาคารที่มีการจัดสรรเงินกู้ให้แก่ภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรและเอสเอ็มอี ซึ่งครอบคลุมเฉพาะธนาคารพาณิชย์ราว 2 ใน 3 ของประเทศเท่านั้น
ภายใต้แผนการดังกล่าว ธนาคารพาณิชย์แดนมังกรสามารถลดสัดส่วนอาร์อาร์อาร์ลง 0.5% จากปัจจุบันธนาคารส่วนใหญ่ในจีนจะต้องมีสัดส่วนการกันเงินสำรอง 20% ของเงินฝากทั้งหมดไว้กับพีบีโอซี เพื่อทำให้ธนาคารมีสภาพคล่องเพียงพอรับมือกับวิกฤตการเงิน โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 มิ.ย.เป็นต้นไป
กระนั้นก็ตาม บลูมเบิร์กรายงานอ้างนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า การอนุมัติการลดสัดส่วนกันทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ในเมืองใหญ่ครั้งล่าสุด จะช่วยเพิ่มเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจแดนมังกรได้เพิ่มเติมราว 1 แสนล้านหยวน (ราว 5.2 แสนล้านบาท) ซึ่งยังคงเป็นสัดส่วนที่น้อยมากจากสัดส่วนเงินฝากในระบบธนาคารของประเทศที่สูงถึง 1.17 ล้านล้านหยวน
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นไปตามแผนการของรัฐบาลจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดีสีจิ้นผิง ในการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศไม่ให้ชะลอตัวลงรุนแรงจนเกิดภาวะฮาร์ดแลนดิ้งจากการหันมาปฏิรูปเศรษฐกิจสู่ความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการกระตุ้นการเติบโตของธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญทดแทนการออกมาตรการอัดฉีดครั้งใหญ่อย่างเช่นในอดีต
ก่อนหน้านี้ แบงก์ชาติจีนได้เปิดเผยว่า มีแผนที่จะปรับลดกฎเกณฑ์สำหรับสัดส่วนเงินทุนสำรองของบริษัทไฟแนนซ์และบริษัทสินเชื่อรถยนต์ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการใช้เงินทุนของผู้ประกอบการ และส่งเสริมการบริโภคในครัวเรือนอีกด้วย







