
ข่าวร้ายเปิดโอกาสสะสมหุ้น TUF-CPF
สัปดาห์ที่ผ่านมาสื่อชื่อดังแห่งประเทศอังกฤษตีพิมพ์ข่าวเกี่ยวกับการใช้แรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมงไทย โดยระบุถึงการใช้แรงงานเด็กต่ำกว่าอายุ 18 ปี และการทรมานคนงานในเรือประมงกลางทะเล โดยเน้นโจมตีธุรกิจกุ้งส่งออกจากไทยเป็นหลัก รายงานข่าวแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก สื่อมวลชนต่างชาติพยายามทำข่าวในลักษณะแบบนี้หลายครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นการนำเสนอก่อนที่สหรัฐจะประกาศรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ (TIP Report) ประจำปี 2557 ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ หากสถานการณ์เลวร้ายถึงที่สุดอาจนำไปสู่การที่สหรัฐบอยคอตกุ้งไทย หุ้นที่จะถูกกระทบ ได้แก่ TUF และ CPF แต่เชื่อว่าผลกระทบจะอยู่ในกรอบจำกัดมาก การปรับลงของราคาหุ้นทั้งสองต่อข่าวนี้ จึงเปิดโอกาสในการสะสมเพิ่มเพียงแต่รอให้แรงขายหุ้นบรรเทาลงหรือข่าวซาลงจะปลอดภัยกว่า
สัปดาห์ที่ผ่านมาสื่อชื่อดังแห่งประเทศอังกฤษตีพิมพ์ข่าวเกี่ยวกับการใช้แรงงานทาสในอุตสาหกรรมประมงไทย โดยระบุถึงการใช้แรงงานเด็กต่ำกว่าอายุ 18 ปี และการทรมานคนงานในเรือประมงกลางทะเล โดยเน้นโจมตีธุรกิจกุ้งส่งออกจากไทยเป็นหลัก รายงานข่าวแบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรก สื่อมวลชนต่างชาติพยายามทำข่าวในลักษณะแบบนี้หลายครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นการนำเสนอก่อนที่สหรัฐจะประกาศรายงานสถานการณ์ค้ามนุษย์ (TIP Report) ประจำปี 2557 ในวันที่ 18 มิ.ย.นี้ หากสถานการณ์เลวร้ายถึงที่สุดอาจนำไปสู่การที่สหรัฐบอยคอตกุ้งไทย หุ้นที่จะถูกกระทบ ได้แก่ TUF และ CPF แต่เชื่อว่าผลกระทบจะอยู่ในกรอบจำกัดมาก การปรับลงของราคาหุ้นทั้งสองต่อข่าวนี้ จึงเปิดโอกาสในการสะสมเพิ่มเพียงแต่รอให้แรงขายหุ้นบรรเทาลงหรือข่าวซาลงจะปลอดภัยกว่า
ปัจจุบันสหรัฐจัดอันดับให้ธุรกิจสินค้าไทย 5 ประเภทอยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังการใช้แรงงานเด็ก ได้แก่ ปลา กุ้ง เครื่องนุ่งห่ม อ้อย และสื่อลามก โดยไทยจัดอยู่ใน Tier 2 Watch List ของสหรัฐติดต่อกัน 4 ปีแล้ว หากถูกลดไปอยู่ใน Tier 3 (ระดับต่ำสุด) สหรัฐอาจระงับการนำเข้าสินค้าบางประเภท ปัจจุบันไทยส่งออกกุ้งไปสหรัฐมากเป็นอันดับหนึ่งด้วยสัดส่วน 18.5% รองมาคือ จีน (13.4%) เวียดนาม (10.9%) อินเดีย (10.4%) และเอกวาดอร์ (7.6%)
ข่าวดังกล่าวเป็นลบต่อบรรยากาศการลงทุนในหุ้น TUF ซึ่งเป็นผู้ส่งออกกุ้งเป็นอันดับ 2 รองจาก CPF แต่ผลกระทบต่อ TUF มีมากกว่า CPF เพราะมีสัดส่วนการส่งออกกุ้งไปสหรัฐราว 6% ของรายได้รวม ในขณะที่ CPF ส่งออกเพียง 0.7% ของรายได้รวม แต่เราเชื่อว่ากระทบต่อผลการดำเนินงานของ TUF เพราะแม้รัฐบาลสหรัฐบอยคอตกุ้งไทย แต่ผู้นำเข้า (ลูกค้าของ TUF) ยังมีอิสระในการนำเข้ากุ้งจากไทย ซึ่งเราเชื่อว่า TUF จะยังรักษาความสัมพันธ์ที่ดีและคำสั่งซื้อจากลูกค้าไว้ได้ อีกทั้งปัจจุบันปริมาณผลผลิตกุ้งของโลกจำกัดมากอยู่แล้ว จากเหตุโรค EMS (ตายเฉียบพลัน) ที่เกิดขึ้นในทุกประเทศที่ส่งออกกุ้ง (ยกเว้นอินเดียที่ส่งออกกุ้งกุลาดำ) ทำให้สหรัฐเองก็มีอำนาจต่อรองที่ต่ำเห็นได้จากจีนที่แม้ถูกจัดอยู่ใน Tier 3 แต่ยังส่งออกกุ้งไปสหรัฐเป็นอันดับ 2
ความแรงของข่าวทำให้ปัจจุบัน Carrefour แห่งฝรั่งเศส ได้หยุดสั่งซื้อกุ้งจาก CPF เป็นการชั่วคราว (CPF มีรายได้จากการขายให้ Carrefour ประมาณ 130 ล้านบาท/ปี หรือ 0.03% ของรายได้รวมของ CPF) ขณะที่ Walmart และ CostCo ซึ่งเป็นลูกค้าของ CPF ก็ได้ตระหนักถึงปัญหานี้เช่นกัน ปัญหานี้สร้างความเสียหายต่อประเทศ ภาครัฐต้องเข้ามาชี้แจงถึงปัญหาและแผนงานการพัฒนาอย่างชัดเจน ล่าสุดยังไม่มีส่วนงานใดของภาครัฐออกมาพูดถึงปัญหาดังกล่าว มีเพียงสมาคมประมง 8 สมาคม ประกอบด้วย สมาคมอาหารแช่เยือกแข็งไทย สมาคมกุ้งไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป สมาคมอุตสาหกรรมทูน่าไทย สมาคมผู้ผลิตอาหารสัตว์ไทย สมาคมผู้ผลิตปลาป่นไทย สมาคมการประมงนอกน่านน้ำไทย และสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ที่แสดงเจตนารมณ์ร่วมกันอย่างเข้มแข็งในการหยุดการทำธุรกิจและไม่สนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่ใช้แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ แรงงานทาส และการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ตลอดห่วงโซ่อุตสาหกรรม โดยมีการดำเนินการมาแล้วอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรม และจะมีแผนการดำเนินการ (Action Plan) ในอนาคตอันใกล้นี้
ในส่วนของ CPF ในฐานะผู้ผลิตกุ้งขาวรายใหญ่ที่สุดของโลก มีการใช้ปลาป่น (เป็นอาหารกุ้ง) มากที่สุดคือ ประมาณ 10% ของวัตถุดิบรวม ได้ชี้แจงว่าโรงงานปลาป่นที่ CPF รับซื้อ 40 แห่ง จากทั้งหมด 55 แห่ง ได้รับมาตรฐานรับรองการไม่ทำประมงผิดกฎหมายของกรมประมงเต็มรูปแบบ (NonIUU Certification Scheme) และ Supplier ปลาป่นรายใหญ่ของ CPF คือ Kingfisher ได้ใช้ผลพลอยได้จากทูน่าที่จับจากมหาสมุทรแปซิฟิก ขณะเดียวกัน TUF ก็ได้ชี้แจงว่าไม่ได้มีการทำประมงในส่วนของธุรกิจทูน่าในประเทศไทย ส่วนธุรกิจอาหารกุ้ง (สัดส่วน 3% ของรายได้รวม) และกุ้งส่งออกจากไทย (สัดส่วน 9.8% ของรายได้รวม) บริษัทได้ให้ความสำคัญกับการใช้แรงงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ในการพัฒนาแผนปรังปรุงประมง
นักวิเคราะห์ของเรายังคงมุมมองเป็นบวกต่อทั้งสองบริษัทในระยะยาว (ราคาพื้นฐานของ CPF อยู่ที่ 33 บาท และ TUF อยู่ที่ 70 บาท) ผลกระทบที่เกิดขึ้นเป็นเพียงระยะสั้นและมีผลจำกัดมาก ราคาหุ้น TUF และ CPF ปรับลงต่ำสุดถึง 78% นับจากวันที่มีข่าววันที่ 10 มิ.ย. ต่ำกว่าราคาพื้นฐานแล้วและถือว่าตอบรับข่าวร้ายดังกล่าวไปพอสมควร เรามองเป็นโอกาสในการลงทุนเพียงแต่หาจังหวะที่แรงขาย เพราะตกใจบรรเทาลงหรือข่าวดังกล่าวซาไปก่อน จะได้มีต้นทุนที่ถูกหน่อย







