
บจ.พาเหรดเพิ่มทุนออกหุ้นกู้รุกธุรกิจ
CGD หาเงินเต็มสูบ ขายหุ้นกู้ เพิ่มทุน แจกวอร์แรนต์ AP จ่อขายหุ้นกู้ 1,000 ล้านบาท
CGD หาเงินเต็มสูบ ขายหุ้นกู้ เพิ่มทุน แจกวอร์แรนต์ AP จ่อขายหุ้นกู้ 1,000 ล้านบาท
นายเบน เตชะอุบล กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คันทรี่ กรุ๊ป ดีเวลลอปเมนท์ (CGD) เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้ออกและเสนอขายหุ้นกู้วงเงิน 1,500 ล้านบาท ออกและเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นของบริษัทหรือวอร์แรนต์ (CGDW1) จำนวน 2,445 ล้านหน่วย แจกให้กับผู้ถือหุ้นเดิม ในอัตรา 3 หุ้นเดิมต่อ 1 วอร์แรนต์ อายุ 2 ปี ราคาใช้สิทธิแปลงเป็นหุ้น 1.80 บาท นอกจากนั้นยังได้เพิ่มทุนขายให้กับนักลงทุนกลุ่มเฉพาะเจาะจง (พีพี) จำนวน 300 ล้านหุ้น
แผนการระดมทุนครั้งนี้เกิดขึ้นภายหลังจากยกเลิกแนวทางการเพิ่มทุนขายพีพีจำนวน 146 ล้านหุ้น บริษัทออกหุ้นใหม่จำนวน 2,745,431,487 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท โดยจะนำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 18 ก.ค.นี้
นายอุชัย วิไลเลิศโภคา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โอเชี่ยน คอมเมิรช (OCEAN) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทอนุมัติให้ออกและเสนอขายวอร์แรนต์ (OCEANW1) จำนวน 220 ล้านหุ้น แจกฟรีให้ผู้ถือหุ้นเดิมที่มีชื่อในทะเบียนวันที่ 24 ก.ค. 2557 สัดส่วน 2 หุ้นต่อ 1 วอร์แรนต์ โดยวอร์แรนต์มีอายุ 1 ปี 4 เดือนใช้สิทธิแปลง 1 ต่อ 1 ในราคาหุ้นละ 0.35 บาท
บริษัทจะเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 110 ล้านบาท เป็น 165 ล้านบาท โดยออกหุ้นเพิ่มทุนจำนวน 220 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท และจะเสนอขออนุมัติต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นในวันที่ 30 มิ.ย.นี้
รายงานข่าวจากทริสเรทติ้ง เปิดเผยว่า บริษัทจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันในวงเงินไม่เกิน 1,000 ล้านบาทของ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) หรือ AP ที่ระดับ “A” พร้อมทั้งคงอันดับเครดิตองค์กรและหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ ไม่มีหลักประกันชุดปัจจุบันของบริษัท ที่ระดับ“A” เช่นกัน โดยแนวโน้มยังคง “คงที่” ทั้งนี้บริษัทวางแผนจะนำเงินที่ได้จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ไปใช้เพื่อขยายกิจการ
อันดับเครดิตสะท้อนถึงผลงานของบริษัทที่เป็นที่ยอมรับในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัย รวมถึงสถานะทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง การมีสินค้าที่หลากหลายและรายได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม จุดแข็งดังกล่าวถูกลดทอนบางส่วนจากลักษณะของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่เป็นวงจรขึ้นลง และแรงกดดันจากราคาวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นและการขาดแคลนแรงงาน รวมถึงภาระหนี้ของบริษัทที่อยู่ในระดับปานกลาง
ขณะที่แนวโน้มอันดับเครดิต “คงที่” สะท้อนถึงความคาดหวังว่าบริษัทจะยังคงรักษาความสามารถในการแข่งขัน และ จะสามารถปรับปรุงสินค้าให้สอดคล้อง กับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของอุตสาห กรรมได้อย่างมีความสมดุล
นอกจากนี้ แนวโน้มอันดับเครดิตดังกล่าวยังสะท้อนถึงความคาดหวังว่าบริษัทจะยังคงดำรงนโยบายทางการเงินที่ระมัดระวังต่อไป และจะสามารถรักษาอัตราส่วนเงินกู้รวมต่อโครงสร้างเงินทุนให้อยู่ในระดับประมาณ 50-55% ในระยะปานกลางไว้ได้







