
ผู้นำธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศไทย
เมื่อต้นปี 2557 ที่ผ่านมา นิตยสาร Business+ ได้ตีพิมพ์รายงานการจัดอันดับบริษัทยักษ์ใหญ่ของไทย 1,000 อันดับแรก เรียงตาม ยอดขายปี 2555 พบว่า มีบริษัทโลจิสติกส์อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติ
เมื่อต้นปี 2557 ที่ผ่านมา นิตยสาร Business+ ได้ตีพิมพ์รายงานการจัดอันดับบริษัทยักษ์ใหญ่ของไทย 1,000 อันดับแรก เรียงตาม ยอดขายปี 2555 พบว่า มีบริษัทโลจิสติกส์อยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติ
บริษัทโลจิสติกส์รายใหญ่ของประเทศไทยเรียงลำดับตามมูลค่ายอดขายในปี 2555
หน่วย : ล้านบาท
อันดับ ชื่อบริษัท ธุรกิจ รายได้ กำไร
210* ไปรษณีย์ไทย ไปรษณีย์ 17,822 1,134
278 เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเมนท์ บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร 12,946 2
672 ยูเซ็นโลจิสติกส์ (ประเทศไทย) บริการโลจิสติกส์ 5,922 592
674 เช้งเก้อร์ (ไทย) บริการโลจิสติกส์ 5,891 313
677 ดีเอชแอล เอ็กซ์เพรส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) Integrator บริการขนส่งพัสดุด่วน 5,858 89
766 ดีเอซแอลโกลเบิลฟอร์วาร์ดดิ้ง (ประเทศไทย) Freight Forwarder 5,241 200
868 ทรานไทยมาเลเซีย (ประเทศไทย) บริการท่อส่งก๊าซธรรมชาติ 4,617 1,815
869 ลินฟอกซ์ ทรานสปอร์ต (ประเทศไทย) บริการโลจิสติกส์ 4,588 137
960 ดีเอชแอลซัพพลายเชน (ประเทศไทย) บริการโลจิสติกส์ 4,178 97
แหล่งข้อมูล : นิตยสาร Business+ ฉบับเดือนมกราคม 2557 *ไม่มีชื่อในการจัดอันดับ แต่ได้หาข้อมูลเพิ่มเติม
สำหรับบริษัทโลจิสติกส์ที่มีรายได้มากที่สุดในไทย คือ บริษัท ไปรษณีย์ไทย ติดอันดับ 210 ของประเทศ มีรายได้ถึง 17,822 ล้านบาท ธุรกิจหลักเป็นบริการไปรษณีย์ และต่อมาได้รุกสู่ธุรกิจโลจิสติกส์อื่นๆ เนื่องจากมีจุดแข็ง คือ มีเครือข่ายลงลึกไปในระดับท้องถิ่นทั่วประเทศ
รองลงมา คือ กลุ่มดีเอชแอล ซึ่งติดอันดับมากถึง 3 บริษัท รายได้รวม 15,277 ล้านบาทเป็นกิจการในเครือ Deutsche Post DHL (DPDHL) บริษัทไปรษณีย์ของเยอรมนี ซึ่งรัฐบาลเยอรมนีได้แปรรูปให้เป็นบริษัทเอกชนเมื่อปี 2538 ก็ได้ขยายกิจการอย่างรวดเร็ว จนเป็นผู้ให้บริการโลจิส ติกส์ครบวงจรแบบ Integrator รายใหญ่ที่สุดของโลก โดยเป็นเจ้าตลาดตลาดโลจิสติกส์ค้าปลีกและสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศไทย เป็นต้นว่า ให้บริการบริหารคลังสินค้าและการขนส่งแก่ห้างบิ๊กซี
อันดับ 3 คือ บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ ในเครือเอสซีจีของไทย รายได้ 12,946 ล้านบาท เดิมทำธุรกิจบริการโลจิสติกส์แก่เครือเอสซีจีเป็นหลัก เน้นขนส่งวัสดุก่อสร้าง กระดาษ เม็ดพลาสติก ฯลฯ ต่อมาได้ขยายไปให้บริการสินค้าและให้บริการบริษัทอื่นๆ รวมถึงประเทศใกล้เคียง
อันดับ 4 คือ บริษัท ยูเซ็นโลจิสติกส์ (ประเทศไทย) รายได้ 5,922 ล้านบาท เป็นการผนึกกำลังของสองบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านโลจิสติกส์ของญี่ปุ่น คือ สายการเดินเรือเอ็นวายเคและบริษัท ยูเซ็น ได้ควบกิจการในไทยปลายปี 2554 ทำธุรกิจครบวงจร
อันดับ 5 คือ บริษัท เช้งเก้อร์ (ไทย) รายได้ 5,891 ล้านบาท ธุรกิจโลจิสติกส์ในเครือ Deutsche Bahn AG บริษัทรถไฟของเยอรมนี ซึ่งรัฐบาลเยอรมนีถือหุ้นใหญ่ ที่ผ่านมาได้ลงทุนจำนวนมากเพื่อเป็นผู้ให้บริการโลจิสติกส์แบบครบวงจร ในประเทศไทยเน้นธุรกิจให้บริการบริหารห่วงโซ่อุปทานสินค้าอุตสาหกรรม เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์กับผู้ผลิตชิ้นส่วนรถยนต์
อันดับ 6 คือ บริษัท ทรานส์ ไทยมาเลเซีย (ประเทศไทย) รายได้ 4,617 ล้านบาท เป็นกิจการร่วมทุนระหว่างเครือ ปตท.ของไทย และบริษัท ปิโตรนาส ของมาเลเซีย ทำธุรกิจขนส่งก๊าซธรรมชาติทางท่อจากแหล่งพัฒนาร่วมไทยมาเลเซีย (JDA) ในอ่าวไทยมาขึ้นฝั่งที่สงขลาและต่อไปยังมาเลเซีย
อันดับ 7 คือ บริษัท ลินฟ้อกซ์ ทรานสปอร์ต (ประเทศไทย) รายได้ 4,178 ล้านบาท ในเครือลินฟ้อกซ์ซึ่งเป็นผู้ประกอบธุรกิจโลจิสติกส์รายใหญ่ของออสเตรเลีย ทำธุรกิจให้บริการบริหารห่วงโซ่อุปทาน เน้นธุรกิจค้าปลีก สินค้าอุปโภคบริโภค และภัตตาคาร ตัวอย่างหนึ่ง คือ การให้บริการบริหารคลังสินค้าและขนส่งแก่เครือไมเนอร์ฟู้ดกรุ๊ปในการขนส่งวัตถุดิบไปยังภัตตาคารเดอะพิซซ่า ซิซซ์เล่อร์ สเวนเซ่น เบอร์เกอร์คิงส์ แดรี่ควีน และคอฟฟี่คลับ ซึ่งมีเครือข่ายมากกว่าพันแห่งในประเทศไทย
เป็นที่น่าสังเกตว่าบริษัทโลจิสติกส์ต่างชาติครองตลาดค่อนข้างสูงในประเทศไทย โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการการประสานงานที่ใกล้ชิดในเครือข่ายห่วงโซ่อุปทาน เนื่องจากประสบผลสำเร็จในการสร้างแบรนด์ โดยเฉพาะภาพลักษณ์การบริหารแบบมืออาชีพ รวมถึงมีเครือข่ายธุรกิจกว้างขวางในต่างประเทศ ทำให้สามารถควบคุมการจัดส่งสินค้าระหว่างประเทศตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทางอย่างครบวงจร







