posttoday
นโยบายปฏิรูปพลังงาน

นโยบายปฏิรูปพลังงาน

16 มิถุนายน 2557

เศรษฐกิจรอบทิศวันนี้ขอคุยเรื่องพลังงาน เป็นมุมมองของชาวบ้านคนหนึ่ง ซึ่งสะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องราคาน้ำมัน เพราะช่วงนี้มีกระแสที่ภาครัฐอาจทบทวนนโยบายราคาพลังงานให้สะท้อนต้นทุนจริง

เศรษฐกิจรอบทิศวันนี้ขอคุยเรื่องพลังงาน เป็นมุมมองของชาวบ้านคนหนึ่ง ซึ่งสะท้อนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องราคาน้ำมัน เพราะช่วงนี้มีกระแสที่ภาครัฐอาจทบทวนนโยบายราคาพลังงานให้สะท้อนต้นทุนจริง

ประเด็นที่ผมเป็นห่วงจะเกี่ยวข้องกับการเสรีราคาพลังงาน ซึ่งที่ผ่านมา "มีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหน่วยงานซึมซับลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันที่ผันผวน ซึ่งราคาน้ำมันโลกจะมีการขึ้นลงตลอดเวลา ทั้งจากปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมืองระหว่างประเทศในแต่ละช่วงเวลา รวมทั้งการเก็งกำไรและอัตราแลกเปลี่ยน ฯลฯ"

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ผ่านมาทำหน้าที่รักษาระดับราคาขายปลีกด้วยเก็บเงินเข้ากองทุนและจ่ายชดเชยให้กับบริษัทผู้ผลิตน้ำมัน เพื่อไม่ให้ราคาน้ำมันที่ขายให้ประชาชนผันผวนมากเกินไป โดยกองทุนจะมีการเก็บเงินเข้ากองทุนในอัตราที่ต่างกัน เช่น หากเป็นน้ำมันเบนซินก็จะเก็บเงินค่อนข้างสูง ขณะเดียวกันเพื่อเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้พลังงานบางประเภท เช่น ก๊าซเอ็นจีวี หรือแก๊สโซฮอล์ ก็จะเก็บเงินเข้ากองทุน ในอัตราต่ำ หรือเช่น น้ำมันดีเซลมีการยกเว้นไม่เก็บเงินเข้ากองทุน ซึ่งที่ผ่านมากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีส่วนช่วยสนับสนุนให้มีการผลักดันการใช้พลังงานทดแทนได้ดีพอสมควร เพราะหากปล่อยไปตามกลไกเสรี ต้นทุนการผลิตพลังงานทดแทนจะสูง ไม่ว่าจะเป็นไบโอดีเซลหรือเอทานอล จะไม่สามารถแข่งขันกับราคาน้ำมันนำเข้าได้ เช่น ราคาแก๊สโซฮอล์ E85 จากปัจจุบันหากปล่อยราคาตามต้นทุนจริงอาจเพิ่มขึ้น 12 บาท ขณะเดียวกันราคาน้ำมันเบนซิน 95 จะปรับลดลงมาประมาณ 10 บาท

ฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปฏิรูปพลังงาน โดยเฉพาะด้าน นโยบายขอให้ชัดเจน เพราะหากยังต้องการผลักดันการใช้แก๊สโซฮอล์ ก็ยังจำเป็นที่จะต้องสนับสนุนอย่างจริงจัง ทั้งสนับสนุนด้านต้นทุนและรักษาช่วงห่างกับราคาน้ำมันเบนซิน เพราะหากราคาใกล้เคียงกัน โอกาส ที่พลังงานทดแทนจะเกิดขึ้นคงเป็นไปได้ยาก

ทั้งนี้ นโยบายพลังงานทั้งเอทานอลและไบโอดีเซลจำเป็นที่รัฐจะต้องให้การสนับสนุนอย่างจริงจัง เพราะนอกเหนือจากทำให้เกิดความมั่นคงด้านพลังงาน ลดการนำเข้าน้ำมัน จะยังช่วยทำให้ราคาสินค้าเกษตรที่นำมาแปรรูป เช่น อ้อยหรือปาล์มน้ำมันมีเสถียรภาพ และทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่มั่นคง เป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำได้อย่างตรงจุด

ในด้านภาคขนส่ง เอ็นจีวีเป็นพลังงานที่ถูกควบคุมราคาไว้ที่ 10.50 บาท/กิโลกรัม ต่ำกว่าต้นทุนจริงปีละประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เพราะ ต้องการสนับสนุนให้ใช้ เนื่องจากเป็นพลังงานที่ขุดได้จากอ่าวไทย ปัจจุบันสัดส่วนการใช้เอ็นจีวีในภาคขนส่งอยู่ที่ประมาณ 30% เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมที่ผลิตรถและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเอ็นจีวี

หากจะมีการปฏิรูปพลังงานก็จะต้องคำนึงว่าทิศทางเกี่ยวกับเอ็นจีวีจะไปทางไหน เพราะดูเหมือนว่าบริษัทน้ำมันต้องการให้ราคาลอยตัว เอกชนต้องการนโยบายเรื่องนี้ให้ชัดเจน

สำหรับเรื่องที่ผมเป็นห่วงอีกเรื่องหนึ่งจะเกี่ยวกับน้ำมันดีเซล ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลให้ความสำคัญเนื่องจากดีเซลเป็นพลังงานในภาคขนส่ง เกี่ยวข้องกับต้นทุนการผลิตสินค้าโดยตรง หากจะมีการปรับเปลี่ยนนโยบายการตรึงราคาน้ำมันดีเซลจากปัจจุบันราคาไม่เกิน 30 บาท/ลิตร ก่อนอื่นต้องเข้าใจว่าภาคขนส่งมากกว่า 65% ใช้น้ำมันดีเซล ซึ่งเป็น ต้นทุนประมาณ 35-39% ของต้นทุนรวมขนส่งทั้งหมด ราคาน้ำมันดีเซลที่เพิ่มขึ้นทุก 1 บาทมีผลต่อราคาสินค้าที่จะสูงขึ้นประมาณ 0.40%

นอกจากนี้ น้ำมันดีเซลยังเป็นพลังงานในภาคขนส่งผู้โดยสารทั้ง รถประจำทางใน กทม. และข้ามจังหวัด และยังเป็นน้ำมันใช้กับเครื่องมือการเกษตรต่างๆ และการขนส่งผลิตภัณฑ์เกษตร โดยเฉพาะจะทำให้เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น

ดังนั้น จึงขอฝากไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยพิจารณาให้ถ้วนถี่ หากจะมีการปฏิรูปพลังงานและหรือปรับเปลี่ยนโครงสร้างราคาน้ำมันเพราะจะกระทบเป็นลูกโซ่ โดยเฉพาะโครงสร้างน้ำมันดีเซลและเอ็นจีวีหากมีการเปลี่ยนแปลงจะกระทบต่อต้นทุนการขนส่ง ที่สุดแล้วต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ก็จะไปอยู่ในตัวสินค้าและไปสู่ผู้บริโภคในที่สุด ทั้งนี้ขอออกตัวว่าผมไม่ใช่ ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงาน...จะได้ไม่ต้องมาว่ากันนะครับ (สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมดูได้ทางเว็บไซต์ www.facebook.com/tanit sorat)

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท