
อสังหาฯกับ3ล้านล.
ไฮไลต์ของเศรษฐกิจในรอบปีคงหนีไม่พ้นยุทธศาสตร์คมนาคมของประเทศที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พึ่งอนุมัติไปเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมาค่ะ โดยมูลค่าเงินลงทุนตามยุทธศาสตร์ใหญ่ 5 ด้านรวมกันแล้วกว่า 3 ล้านล้านบาท มีระยะเวลาการดำเนินงานตามแผนระหว่าง ปี 2558-2565
ไฮไลต์ของเศรษฐกิจในรอบปีคงหนีไม่พ้นยุทธศาสตร์คมนาคมของประเทศที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พึ่งอนุมัติไปเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมาค่ะ โดยมูลค่าเงินลงทุนตามยุทธศาสตร์ใหญ่ 5 ด้านรวมกันแล้วกว่า 3 ล้านล้านบาท มีระยะเวลาการดำเนินงานตามแผนระหว่าง ปี 2558-2565
แน่นอนค่ะว่าเม็ดเงินก้อนนี้ ซึ่งใหญ่กว่าโครงการ 2 ล้านล้านบาท ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ย่อมส่งผลให้เศรษฐกิจกลับมาคึกคักอีกครั้งค่ะ หลังซบเซามานานจากวิกฤตการเมืองความเชื่อมั่นกลับคืนมา และแน่นอนว่าภาคอสังหาริมทรัพย์ย่อมมีทิศทางที่เป็นบวกและได้รับอานิสงส์อย่างชัดเจน
การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่งย่อมสร้างงานและรายได้ที่เพิ่มขึ้นให้กับคนในประเทศ ช่วยลดต้นทุนการขนส่ง เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และส่งเสริมการขยายตัวของเมืองให้กว้างขวางและเชื่อมโยงกันมากขึ้น แน่นอนว่าเมื่อเป็นเช่นนี้การพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ใหม่ๆ ย่อมเกิดขึ้นตามอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่แม้กระนั้นก็ตามใช่ว่าการลงทุนในโครงการคมนาคมขนาดใหญ่ของภาครัฐจะไม่ส่งผลข้างเคียงอย่างอื่นต่อภาคอสังหาริมทรัพย์นะคะ จริงอยู่ว่าการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานย่อมนำมาซึ่งกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้นและการเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่ในระยะสั้นนั้นจะเกิดปัจจัยลบอื่นต่อภาคอสังหาริมทรัพย์ตามมาด้วยค่ะ
นั่นก็คือ ปัญหาด้านปัจจัยการผลิตค่ะ โดยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่นั้นย่อมสร้างอุปสงค์ขนาดมหึมาต่อแรงงานและวัสดุก่อสร้างขึ้นมาด้วย ซึ่งแรงงานและวัสดุก่อสร้างเองก็เป็นปัจจัยการผลิตสำคัญของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเป็นองค์ประกอบสำคัญของต้นทุนบ้านแต่ละหลังด้วยค่ะ
แต่เมื่อมองโดยภาพใหญ่ในระยะยาวแล้วการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานนั้นย่อมเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจประเทศไทยในระยะยาวค่ะ ภาคส่วนต่างๆ ในระบบเศรษฐกิจไทยจะได้รับอานิสงส์ทั่วหน้าจากการลงทุนครั้งนี้จากรายได้ที่มากขึ้น การจ้างงานที่เพิ่มขึ้น ความเชื่อมั่นที่กลับคืนมาอย่างรวดเร็ว การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน จากต้นทุนการขนส่งที่ลดลงและมีลักษณะที่ "บูรณาการ" มากขึ้น
การพัฒนาเส้นทางขนส่งยังเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ให้กับพื้นที่ต่างๆ ของ ไทยด้วยค่ะ ทั้งจากการเชื่อมโยงภายในประเทศเองและเพื่อนบ้านอาเซียนค่ะ ฉะนั้นแล้วการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานระยะยาวย่อมสร้างผลได้ที่คุ้มค่ากับต้นทุนที่เราต้องจ่ายในระยะสั้นอย่างไม่ต้องสงสัยค่ะ







