
สรรพากรยอมรับกฏหมายภาษีใหม่อเมริกา
หลังจาก สุทธิชัย สังขมณี อธิบดี กรมสรรพากร เป็นหัวหน้าคณะเจรจาความตกลง เกี่ยวกับกฎหมายด้านภาษีฉบับใหม่ของสหรัฐ (Fatca) ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปว่าสามารถทำความตกลงเบื้องต้น (Initial) ในข้อสัญญาระหว่างรัฐ (IGA) ได้แล้ว ซึ่งเหลือเพียงแค่การกลับมาตกลงในรายละเอียด ก่อนที่สหรัฐจะประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับไทยต่อไป
หลังจาก สุทธิชัย สังขมณี อธิบดี กรมสรรพากร เป็นหัวหน้าคณะเจรจาความตกลง เกี่ยวกับกฎหมายด้านภาษีฉบับใหม่ของสหรัฐ (Fatca) ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ข้อสรุปว่าสามารถทำความตกลงเบื้องต้น (Initial) ในข้อสัญญาระหว่างรัฐ (IGA) ได้แล้ว ซึ่งเหลือเพียงแค่การกลับมาตกลงในรายละเอียด ก่อนที่สหรัฐจะประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับไทยต่อไป
ธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย เปิดเผยว่า ก่อนการบินไปเจรจาที่สหรัฐนั้นได้มี การพูดคุยกันเป็นการภายในระหว่างสมาคม ธนาคารไทย และกรมสรรพากร ว่า การไปคุยครั้งนี้ต้องให้จบและให้ได้ข้อสรุป เนื่องจากใกล้จะถึง กำหนดที่กฎหมายของสหรัฐจะมีผลบังคับใช้ใน วันที่ 1 ก.ค. ส่งผลให้สถาบันการเงินในประเทศต่างๆ ต้องรายงานธุรกรรมทางการเงินของบุคคลสัญชาติ สหรัฐที่อยู่นอกประเทศ เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี โดยกฎหมายนี้กำหนดให้สถาบันการเงินในประเทศต่างๆ จัดทำข้อมูลทางบัญชีและการทำธุรกรรมทางการเงินและการลงทุนของผู้มีสัญชาติอเมริกันส่งให้ IRS ของสหรัฐ ซึ่งกฎหมายจะครอบคลุมทั้งภาคการธนาคาร ภาคการลงทุน และภาคการประกันภัย หากสถาบันการเงินไม่ปฏิบัติตามจะถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายทันทีถึง 30%
พิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ทั้งธนาคารของรัฐและธนาคารพาณิชย์จะต้องปฏิบัติในหลักการเดียวกัน แต่ที่ธนาคารทุกแห่งเป็นกังวลคือ หากลูกค้าถือสองสัญชาติ หรือแจ้งข้อมูลเป็นเท็จ ธนาคารอาจไม่สามารถรู้ได้ โดยสหรัฐกำหนดว่าในกรณีที่เกิดความสงสัยจะเรียกหักภาษีไว้ก่อนเลย ถือว่าเป็นการใช้ดุลพินิจ ซึ่งสถาบันการเงินไม่รู้ว่าจะเข้มงวดขนาดไหน และจะเป็นอุปสรรคในการทำธุรกรรมหรือไม่ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่กระทรวงการคลังต้องร่วมกับสมาคมธนาคารไทยจัดทำเป็นหลักปฏิบัติให้เหมือนกัน โดยอาจจะต้องมีการกรอกข้อมูลโดยละเอียดเก็บไว้เป็นหลักฐานหากลูกค้าแจ้งเท็จ ลูกค้าจะต้องรับผิดชอบ
ธีรนันท์ ศรีหงส์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องระดับรัฐบาลที่จะต้องเจรจาให้ยุติ เพราะจะมีผลกระทบต่อการค้าการลงทุนระหว่างประเทศมาก หากไม่ทำตามกรอบเวลาที่กำหนดธนาคารคู่ค้ากับไทยทั้งธนาคารสัญชาติสหรัฐเอง และธนาคารของประเทศที่ลงนามกับสหรัฐ อาจจะระงับการทำธุรกรรมกับไทยก็เป็นได้
กฤษณ์ จันทโนทก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเงินฝาก การลงทุน ประกันภัย และธนบดี ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดในขณะนี้ว่า ไทยจะลงนามความร่วมมือดังกล่าวในรูปแบบใด โดยสหรัฐเปิดให้รัฐบาลประเทศต่างๆ ลงนามไอจีเอ ใน 2 รูปแบบหลักๆ คือ 1.สถาบันการเงินส่งข้อมูลโดยผ่านทางกรมสรรพากรในประเทศนั้นๆ และ 2.สถาบันการเงินในประเทศนั้นๆ ส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรสหรัฐได้โดยตรง แต่โดยปกติรัฐบาลของประเทศนั้นๆ จะต้องนำเรื่องเข้าสภา เพื่อปรับแก้กฎหมายเกี่ยวกับการให้ข้อมูลลูกค้าของสถาบันการเงินก่อน







