
คลังชงฟื้นชีพกอช.
คลังเสนอ คสช.ฟื้น กอช.ช่วยแรงงาน 35 ล้านคน มีเงินใช้หลังเกษียณ
คลังเสนอ คสช.ฟื้น กอช.ช่วยแรงงาน 35 ล้านคน มีเงินใช้หลังเกษียณ
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้เสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาเห็นชอบให้กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) สามารถเปิดรับสมาชิกได้ เพื่อเป็นช่องทางการออมและสร้างหลักประกันทางรายได้ในยามสูงอายุที่เป็นรูปแบบบำนาญให้กับแรงงานนอกระบบ ที่เป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศกว่า 35 ล้านคน หรือคิดเป็น 63% ของผู้มีงานทำ
ทั้งนี้ พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ มีผลบังคับตั้งแต่ปี 2555 แต่จนถึงปัจจุบัน กอช.ยังไม่สามารถเปิดรับสมาชิกได้ เนื่องจากนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง อดีตรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง มีนโยบาย ให้สำนักงานประกันสังคมขยายความ คุ้มครองตามมาตรา 40 ให้มีรูปแบบที่ ใกล้เคียงกับ กอช.แทน เพื่อประหยัดงบประมาณและลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่ทำหน้าที่คล้ายกัน ซึ่งที่ผ่านมากองทุนประกันสังคมได้ดำเนินการและเปิดรับสมัครผู้ประกันตนภายใต้ทางเลือกที่เพิ่มแล้ว
ขณะเดียวกัน นายกรณ์ จาติกวณิช อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และเครือข่ายแรงงานนอกระบบ ได้ยื่นฟ้องรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ต่อศาลปกครองกลาง ฐานละเลยปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามมาตรา 157 กรณีไม่เปิดรับสมาชิก กอช.
"กอช.ถือเป็นหน่วยงานของรัฐและมีฐานะเป็นนิติบุคคลที่ไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการออมให้กับสมาชิกและเป็นหลักประกันการจ่ายบำนาญและให้ประโยชน์ตอบแทนแก่สมาชิกเมื่อสมาชิกสิ้นสภาพ ซึ่งสมาชิกจะเป็นแรงงานนอกระบบที่เป็นคนกลุ่มใหญ่ของประเทศ"
ทั้งนี้ ตาม พ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติ จะให้แรงงานนอกระบบอายุตั้งแต่ 15-60 ปี สามารถเข้าเป็นสมาชิกกองทุนได้ โดยจ่ายเงินสมทบได้ตั้งแต่ขั้นต่ำ 50 บาท ไปจนถึง 1.32 หมื่นบาท/ปี กอช. โดยรัฐบาลจ่ายสมทบให้ 50% ของเงินสมทบ แต่ไม่เกิน 600 บาท/ปี สำหรับสมาชิกที่อายุ 15-30 ปี จ่ายสมทบให้ 80% ของเงินสมทบ แต่ไม่เกิน 960 บาท/ปี สำหรับสมาชิกอายุ 30-50 ปี และจ่ายสมทบ 100% แต่ไม่เกิน 1,200 บาท/ปี สำหรับสมาชิกอายุ 50-60 ปี
นอกจากนี้ จากการประเมินเบื้องต้น หากสมาชิกเริ่มเป็นสมาชิก กอช.ตั้งแต่อายุน้อยๆ หลังจากเกษียณอายุจะได้เงินบำนาญปีละ 3,000 บาท ไปจนถึง 8,000 บาท แล้วแต่จำนวนเงินที่จ่ายเข้าสมทบ เมื่อรวมกับเบี้ยคนชราที่รัฐบาลจ่ายอยู่ที่คนละ 1,000 บาท/เดือน จะทำให้แรงงานนอกระบบมีรายได้ยังชีพหลังเกษียณอายุอยู่ที่ 4,000-9,000 บาท/เดือน
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากระทรวงการคลังต้องจัดสรรเงินให้แก่กองทุนการออมให้ครบจำนวน 1,000 ล้านบาท หลังจากอนุมัติก้อนแรกไปแล้ว 225 ล้านบาท เพื่อเตรียมเรื่องคนและสถานที่ แต่หลังจากมีนโยบายให้ยุบ กอช. คลังก็ไม่ได้ตั้งงบประมาณในปี 2557 ไว้ และไม่มีการแต่งตั้งเลขาธิการ กอช.







