posttoday
ซีไอเอ็มบี กรุ๊ป กางแผน อาเซียน แบงก์

ซีไอเอ็มบี กรุ๊ป กางแผน อาเซียน แบงก์

16 มิถุนายน 2557

การขยายตัวอย่างรวดเร็วของตลาดชนชั้นกลาง พร้อมเม็ดเงินมหาศาลของต่างชาติที่ลงมาสู่ตลาดทุนในอาเซียน นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ ซีไอเอ็มบี กรุ๊ป กลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่สุดอันดับ 5 ในอาเซียน จากมาเลเซีย สามารถทำผลประกอบการได้สูงสุดทุบสถิติในปี 2556

การขยายตัวอย่างรวดเร็วของตลาดชนชั้นกลาง พร้อมเม็ดเงินมหาศาลของต่างชาติที่ลงมาสู่ตลาดทุนในอาเซียน นับเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนให้ ซีไอเอ็มบี กรุ๊ป กลุ่มธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่สุดอันดับ 5 ในอาเซียน จากมาเลเซีย สามารถทำผลประกอบการได้สูงสุดทุบสถิติในปี 2556

อย่างไรก็ตาม ผลกำไรสุทธิที่ปรับตัวลดลง 23% ในไตรมาสแรกของปีนี้ แม้ปัจจัยหลักจะมาจากการขายกิจการ CIMB AVIVA ที่หากตัดส่วนนี้ไปจะมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นราว 4.4% ทว่าพิจารณารายละเอียดของผลประกอบการเป็นรายแบงก์ในหลายประเทศทั่วอาเซียน ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่า เป็นสัญญาณสะท้อนถึงปัจจัยลบที่เริ่มปรากฏให้เห็นในบางพื้นที่ที่มีสถานการณ์ทางการเมืองไม่นิ่ง ซึ่งรวมถึงประเทศไทย

ในภาวะเช่นนี้จึงทำให้หัวเรือใหญ่ อย่าง "ดาโต๊ะ นาซีร์ ราซัค" ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซีไอเอ็มบี กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ เบอร์ฮาด (CIMB Group Holdings Bhd) ยอมรับว่า ไม่ใช่จังหวะที่จะขับเคลื่อนกลยุทธ์การลงทุนในธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ได้มากนัก จนกว่าจะเริ่มเห็นทิศทางเศรษฐกิจไทยที่ชัดเจนมากขึ้นภายใต้หัวขบวนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในอีก 1 ปีเป็นอย่างต่ำหลังจากนี้

ภายในช่วงเวลาของการรอคอยดังกล่าว ซีไอเอ็มบี ไทย ก็จะเดินหน้าเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับธุรกิจที่ดำเนินอยู่ ทั้งในส่วนของธุรกิจรายย่อย ธุรกิจ Credit Underwriting และอื่นๆ แต่สถานการณ์ในช่วงเวลาดังกล่าวนี้จะไม่เป็นอุปสรรคให้ซีไอเอ็มบีหันหัวเปลี่ยนทิศการลงทุนไปจากไทย เพราะปัจจุบัน ซีไอเอ็มบีไม่ใช่ธนาคารต่างชาติ แต่เป็น "ธนาคารไทย" ที่ยึดมั่นในการให้บริการธุรกิจในประเทศไทย

"ทั้งหมดนี้ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะทำให้เราเปลี่ยนใจจากไทย เราเป็นแบงก์ไทย และนั่นก็คือข้อแตกต่างระหว่างการเป็นแบงก์ต่างชาติกับความเป็นแบงก์อาเซียน เราคือแบงก์แห่งอาเซียน และเราก็จะอยู่ที่นี่" ซีอีโอแห่ง ซีไอเอ็มบี กรุ๊ป ให้สัมภาษณ์นอกรอบระหว่างการประชุมประจำปีด้านการลงทุนมาเลเซีย Malaysia Investment 2014

ดาโต๊ะ นาซีร์ ราซัค ยอมรับว่า สถานการณ์ทางการเมืองในภูมิภาคนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบทั้งในแง่ของการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่จะเริ่มขึ้นในเดือน ธ.ค. 2558 หรืออีกราว 1 ปีครึ่งหลังจากนี้ และในแง่ของธุรกิจที่ได้รับผลกระทบทางอ้อมจากความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุนและผู้บริโภค ซึ่งทุกฝ่ายต้องจับตาความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นภายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีอินโดนีเซียในเดือน มิ.ย.นี้ ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นต่อไปอย่างไร รวมถึงสถานการณ์ในประเทศไทยต่อไป

สำหรับความเห็นต่อรายละเอียดในด้านเศรษฐกิจและการเมือง หลังจาก คสช.ประกาศแผนโรดแมปนั้น ผู้บริหารของซีไอเอ็มบี กรุ๊ป มองว่า ยังไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวล เพราะเชื่อว่ารัฐบาลของไทยในวันนี้เป็นเพียงผู้ที่เข้ามาบริหารจัดการเพียงชั่วคราวเท่านั้น สิ่งสำคัญหลังจากนี้คือกระบวนการไปสู่ประชาธิปไตย และรัฐบาลที่จะเข้ามาบริหารประเทศต่อ ซึ่งจะเป็นผู้วางทิศทางเศรษฐกิจระยะยาวต่อไป

ทั้งนี้ แม้จะมีสถานการณ์ไม่สงบทางการเมืองขึ้นในประเทศ แต่ซีอีโอ ซีไอเอ็มบี กรุ๊ป ยังคงเชื่อมั่นว่า การลงทุนในไทยยังมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะธุรกิจรายย่อยที่น่าจะยังเติบโตได้อีกเท่าตัว หลังจากที่ภาคธุรกิจขนาดใหญ่ดำเนินไปได้เป็นอย่างดี ซึ่งในปี 2556 ที่ผ่านมา ซีไอเอ็มบี ไทย เป็นส่วนหนึ่งที่ยังสามารถทำกำไรให้กับกลุ่มได้ ในสัดส่วนราว 5-6% ขณะที่ซีไอเอ็มบี ไทย มีอัตราขยายตัวของกำไร 14.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน หรือราว 1,490 ล้านบาท จากสาขา กว่า 150 สาขาทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในมุมมองของซีอีโอ ซีไอเอ็มบี กรุ๊ป เห็นว่า ปัญหาการเมืองไทยไม่ได้ส่งผลในแง่เดียว แต่ยังเป็น "โอกาส" ให้นักลงทุนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการกระจายการลงทุนไปยังประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคอาเซียน เพราะไม่สามารถพึ่งการลงทุนภายในประเทศใดประเทศเดียวได้ในยามที่เกิดภาวะเช่นนี้ เช่นเดียวกับที่ซีไอเอ็มบียังคงเร่งเดินหน้าต่อจิ๊กซอว์ให้ครบทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้กลายเป็นแบงก์แห่งอาเซียนอย่างแท้จริง

"จริงๆ แล้วเราถือว่าเป็นอาเซียนแบงก์ยิ่งกว่าใครๆ ถ้าดูจากข้อมูลตัวเลขในด้านต่างๆ เช่น สาขา หรือผลกำไร อาจมีบางส่วนที่ยังขาดหายไม่สมบูรณ์ไปบ้าง เช่น ในแง่ของส่วนแบ่งการตลาด แต่ในภาพรวมนั้นไม่มีใครเป็นอาเซียนแบงก์มากเท่ากับเรา" ดาโต๊ะ นาซีร์ ราซัค กล่าว

ปัจจุบัน ซีไอเอ็มบีได้ขยายการลงทุนไปยังภูมิภาคอาเซียนเกือบครบถ้วนแล้ว โดยในกลุ่มประเทศหมู่เกาะนั้น ยังขาดเพียงประเทศฟิลิปปินส์ที่กำลังพิจารณาอยู่ว่าจะเข้าไปลงทุนในรูปแบบใด

สำหรับในภาคพื้นอินโดจีนนั้น ขาดเพียงประเทศเวียดนาม ซึ่งปัจจุบันซีไอเอ็มบีมีเพียงธุรกิจหลักทรัพย์ และอยู่ระหว่างการดำเนินกระบวนการยื่นขอใบอนุญาตประกอบกิจการธนาคารพาณิชย์ในเวียดนามแล้ว คาดว่าน่าจะได้ภายในปีนี้ นอกจากนี้ในช่วงเดือน ก.ค.หรือ ส.ค.ที่จะถึงนี้ จะมีการเปิดสาขาธนาคารแห่งแรกขึ้นในประเทศลาว ภายใต้การดูแลของซีไอเอ็มบี ไทย รวมทั้งยังอยู่ระหว่างความพยายามที่จะเปิดสาขาในพม่า ซึ่งจะมีการเปิดใบอนุญาตนำร่องให้ธนาคารต่างชาติดำเนินธุรกิจธนาคารพาณิชย์ในประเทศได้ภายในปีนี้

"ภายในสิ้นปี 2558 เราจะเห็นจิ๊กซอว์ต่างๆ สมบูรณ์เป็นหนึ่งเดียวกันมากขึ้น หลังจากที่เราเข้าไปยังฟิลิปปินส์ เวียดนาม พม่า และประเทศอื่นๆ แล้ว" ดาโต๊ะ นาซีร์ ราซัค กล่าวทิ้งท้ายถึงเป้าหมายของแบงก์แห่งอาเซียน ที่ซีไอเอ็มบี กรุ๊ป ใกล้ขยับเข้าถึงอย่างสมบูรณ์

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ