posttoday
1-2-7 VS 5-4-1 รุก รับ จัดทีมลงทุน

1-2-7 VS 5-4-1 รุก รับ จัดทีมลงทุน

15 มิถุนายน 2557

ชัยชนะของทีมฟุตบอล ไม่ได้มีแค่เวลา 90 นาทีในสนาม แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากการวางแผนการเล่นของ "ผู้จัดการทีม"

ชัยชนะของทีมฟุตบอล ไม่ได้มีแค่เวลา 90 นาทีในสนาม แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากการวางแผนการเล่นของ "ผู้จัดการทีม" ว่าเกมนี้จะวางกลยุทธ์การเล่นแบบไหน จะเน้นเกมรุกบุกทำประตู หรือเล่นเกมรับรักษาประตู ในหนังสือ จัดทัพลงทุน ตอน รวยแบบอัตโนมัติ โดย สมจินต์ ศรไพศาล และศักดา สรรพปัญญาวงศ์ บอกไว้ว่า การจัดทีมฟุตบอลของผู้จัดการทีมก็เหมือนการจัดพอร์ตลงทุน ของเรา

"การแข่งขันแต่ละนัด ผู้จัดการทีมจะต้องวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำมาวางกลยุทธ์ในการ จัดทัพฟุตบอลให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของทีม

การแข่งขันบางนัดที่ทีมจำเป็นต้องยิงประตูให้ได้ การให้ความสำคัญ กับกองหน้าและกองกลาง ตัวรุกย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่สุด

แต่ในการแข่งขันบางนัดที่ผู้จัดการทีมประเมินแล้วว่า การพยายามไม่ให้เสียประตูก็เพียงพอที่จะทำให้ทีมชนะได้ การให้ น้ำหนักกับกองหลังและกองกลางก็อาจกลับมาเป็นกลยุทธ์หลักในการแข่งขันก็ได้"

นั่นเพราะในการจัดทีมฟุตบอล กองหน้า มีหน้าที่บุกและรุกเพื่อทำประตู กองกลางสามารถทำหน้าที่ได้ทั้ง "เสริมหน้า" คือ ช่วยหนุนกองหน้าเมื่อมีโอกาสทำประตู แต่ก็พร้อมที่จะ "เสริมหลัง" ในเวลาที่ถูกฝ่ายตรงข้ามบุก ขณะที่กองหลังทำหน้าที่ตั้งรับและช่วยป้องกันประตู

"การจัดทัพลงทุนก็ไม่ต่างไปจากการจัดทัพฟุตบอล โดยทัพลงทุนของเราประกอบด้วยสินทรัพย์หลายๆ ประเภทที่มีลักษณะเฉพาะตัวแตกต่างกันออกไป"

พร้อมกันนี้ ในหนังสือจัดทัพลงทุน เปรียบเทียบสินทรัพย์แต่ละประเภทกับสินทรัพย์ลงทุนประเภทต่างๆ ไว้ว่า

หุ้น เปรียบเหมือน กองหน้าของทัพลงทุน เพราะทำหน้าที่สร้างความมั่งคั่ง หรือทำให้เงินของเราเติบโตขึ้นได้ในระยะยาว

ตราสารหนี้ เปรียบเหมือน กองกลางของทัพลงทุน เพราะทำหน้าที่หนุนกองหน้าด้วยการสร้างรายได้จากดอกเบี้ย ซึ่งเราสามารถนำรายได้ดอกเบี้ยไปลงทุนต่อได้ หรือในยามวิกฤตตราสารหนี้ก็จะทำหน้าที่เสริมหลัง โดยการกระจายความเสี่ยงและลดผลขาดทุนในเวลาที่หุ้นตกได้

ตราสารตลาดเงินและตราสารหนี้ระยะสั้น เปรียบเหมือน กองหลังของทัพลงทุน เพราะคอยทำหน้าที่คุ้มครองเงินต้นและรักษาสภาพคล่อง

นอกจากนี้ เรายังสามารถเปรียบเทียบ "ผู้รักษาประตู" เป็นเหมือน "เงินสำรอง" ที่ไม่ว่าจะเล่นเกมรับ หรือเน้นเกมรุกก็ต้องมีเงินสำรองเก็บไว้เผื่อเหตุฉุกเฉินอยู่เสมอ

เมื่อสินทรัพย์แต่ละประเภททำหน้าที่ "ผู้เล่น" ในแต่ละตำแหน่ง เราในฐานะ "ผู้จัดการทีม" ก็ต้องวางแผนการเล่นให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของเราด้วย

ผู้จัดการทีมลงทุน

ทัพลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนสูง และเน้นการเติบโตของเงินลงทุน ต้องจัดผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าลงไปมากหน่อย แต่ถ้าเป็นทัพลงทุนที่ไม่ต้องมีผลตอบแทนมากมาย ขอแค่ผลตอบแทนนิดหน่อยให้เอาชนะเงินเฟ้อก็ชื่นใจแล้ว แบบนี้ก็ไม่ต้องทุ่มทุนให้กับผู้เล่น กองหน้ามากนัก แต่มาเน้นกองหลังไว้จะดีกว่า

การจัดแผนการเล่นในฟุตบอลจะมีตัวเลข 3 ตัว เพื่อบอกจำนวนผู้เล่นในแต่ละตำแหน่ง เช่น แผนการเล่น 3-5-2 หมายถึงจะมีผู้เล่นในตำแหน่งกองหลัง 3 คน กองกลาง 5 คน และกองหน้า 2 คน (ไม่รวมผู้รักษาประตู) หากต้องการเน้นเกมบุกแผนการเล่นอาจเปลี่ยนไปเป็น 2-4-4 ที่เรียกกันว่า "กลยุทธ์ ชาวบราซิล" ที่บุกแบบสุดขีด หรือถ้าจะเน้นเกมรับแบบเต็มรูปแบบก็อาจใช้แผน 5-4-1 ตั้งกำแพงแน่นหนาไม่ยอมให้ฝ่ายตรงข้ามบุกเข้ามาได้ และทิ้งกองหน้าไว้หาโอกาสทำประตูเพียงคนเดียว แต่ในการจัดพอร์ตลงทุน เรามี "ผู้เล่น" 10 คน แต่ละคนหลายถึงจำนวนเงินประมาณ 10% ของพอร์ต ลองจัดแผนการเล่นที่เหมาะกับวัตถุประสงค์การลงทุน สอดคล้องกับ เป้าหมายการลงทุนทั้งในระยะสั้นและ ระยะยาว

เกมรับ 5-4-1

สำหรับเป้าหมายระยะสั้น จะให้บุกตะลุยมากไปก็คงไม่เหมาะ เพราะมีเวลาลงทุนไม่มาก หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอาจจะพลิกสถานการณ์กลับมาไม่ทัน เพราะฉะนั้นยิ่งต้องเน้นเกมรับประคองตัวไปก่อน

ในหนังสือจัดทัพลงทุน จึงแนะนำให้จัดทีมลงทุนแบบ 7-3-0 นั่นคือ 70% ของเงินลงทุนอยู่ในสด และอีก 30% อยู่ในตราสารหนี้ ไม่ต้องมีกองหน้า เพราะไม่ต้องการผลตอบแทนสูงๆ ขอเพียงเงินต้นไม่หายและได้ผลตอบแทนนิดหน่อยก็พอแล้ว

แต่ผู้จัดการทีมลงทุนที่วางแผนการเล่นแบบนี้ต้องเตรียมใจไว้สักนิด เพราะเงินลงทุนแทบจะไม่มีโอกาสเติบโต เก่งที่สุดก็แค่ชนะ เงินเฟ้อ เพราะในอดีตการจัดทีมลงทุนลักษณะนี้จะให้ผลตอบแทนประมาณ 2.5% ต่อปี

เกมรุก 3-5-2

แม้จะเป็น การลงทุนเพื่อ เป้าหมายระยะสั้นก็ไม่ใช่ว่า เราจะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงไม่ได้เลย เพราะถ้าเราต้องการผลตอบแทนที่มากขึ้นอีกนิด จำเป็นต้องเพิ่มกองหน้าไปอย่างน้อยสัก 1 คน โดยจัดแผนแบบ 5-4-1 ทิ้ง กองหน้าไว้หาโอกาสทำกำไรไว้สักคน น่าจะ ทำให้มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น

หรือถ้าจะเพิ่มทั้งกองกลางและกองหน้าไปอีกนิดเป็นแผน 3-5-2 น่าจะทำให้ความเสี่ยงยังไม่สูงเกินไป พร้อมกับมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น เพราะอาจจะได้ผลตอบแทนตั้งแต่ 3-5% ต่อปี

เกมรับ 3-4-3

ในหนังสือจัดทัพลงทุน แนะนำการจัดพอร์ตลงทุนสำหรับเป้าหมายระยะยาว แต่ไม่อยากจะบุกบู๊มากนัก ก็จะใช้ "พอร์ตระมัดระวัง" เน้นเกมรับ โดยเราจะเรียกแผนการลงทุนนี้ว่า 3-4-3

เพราะแบ่งเงิน 30% ไว้ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ มีสภาพคล่องสูง เช่น ตราสารตลาดเงิน และตราสารหนี้ระยะสั้น ซึ่งเป็นเหมือน "กองหลัง" ของพอร์ตลงทุน

อีก 40% ใส่ไว้ในกองกลาง ที่พร้อมจะหนุนหน้าและเสริมหลัง นั่นคือ ตราสารหนี้ ส่วนสุดท้าย 30% ใส่ไว้ในหุ้นที่พร้อมบุกออกไปหา ผลตอบแทนสูงๆ

เกมรุก 1-2-7

แต่ถ้าเกมรับมันทำให้อึดอัด เงินลงทุนเติบโตได้ไม่ทันใจ เพราะฉะนั้นต้องขยับปรับตัวขึ้นมายอมรับความเสี่ยงอีกนิด เพิ่มกองหน้าไปอีกหน่อย โดยใช้แผน 2-3-5 ใส่เงินลงไปในหุ้นประมาณ 50% ของพอร์ต ลดสัดส่วนของ ตราสารหนี้ที่เป็นกองกลางลงไปหน่อย และทิ้ง กองหลังไว้เพียง 20% ก็พอ

หรือถ้าต้องการเกมรุกแบบสุดขีด สไตล์เดียวกับเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2014 ก็ต้องจัดเต็มลงทุนหุ้นมากถึง 70% อย่างไรก็ตาม "นักบู๊" บางคนบอกว่า แผนการเล่น 1-2-7 ก็ยังไม่เรียกว่า บุกที่สุด ถ้าจะให้สุดๆ จริงๆ ต้องเป็นแผน 0-0-10 ไม่ต้องลงทุนตราสารหนี้เลย แต่ทุ่มเงินลงทุนทั้งหมดไปที่ กองหน้า ให้มันรู้ไปว่าจะทำประตูไม่ได้ แต่ผู้จัดการลงทุนที่จะทำแบบนี้ได้ ต้องมั่นใจว่ามี "ผู้รักษาประตู" ที่แข็งแกร่งพอจะรับมือสถานการณ์ไม่คาดคิด หรือเมื่อเคราะห์ร้ายกองหน้าถูก "ใบแดง" ร่วงไปตามๆ กัน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท