
1-2-7 VS 5-4-1 รุก รับ จัดทีมลงทุน
ชัยชนะของทีมฟุตบอล ไม่ได้มีแค่เวลา 90 นาทีในสนาม แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากการวางแผนการเล่นของ "ผู้จัดการทีม"
ชัยชนะของทีมฟุตบอล ไม่ได้มีแค่เวลา 90 นาทีในสนาม แต่อีกส่วนหนึ่งมาจากการวางแผนการเล่นของ "ผู้จัดการทีม" ว่าเกมนี้จะวางกลยุทธ์การเล่นแบบไหน จะเน้นเกมรุกบุกทำประตู หรือเล่นเกมรับรักษาประตู ในหนังสือ จัดทัพลงทุน ตอน รวยแบบอัตโนมัติ โดย สมจินต์ ศรไพศาล และศักดา สรรพปัญญาวงศ์ บอกไว้ว่า การจัดทีมฟุตบอลของผู้จัดการทีมก็เหมือนการจัดพอร์ตลงทุน ของเรา
"การแข่งขันแต่ละนัด ผู้จัดการทีมจะต้องวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำมาวางกลยุทธ์ในการ จัดทัพฟุตบอลให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ของทีม
การแข่งขันบางนัดที่ทีมจำเป็นต้องยิงประตูให้ได้ การให้ความสำคัญ กับกองหน้าและกองกลาง ตัวรุกย่อมเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่สุด
แต่ในการแข่งขันบางนัดที่ผู้จัดการทีมประเมินแล้วว่า การพยายามไม่ให้เสียประตูก็เพียงพอที่จะทำให้ทีมชนะได้ การให้ น้ำหนักกับกองหลังและกองกลางก็อาจกลับมาเป็นกลยุทธ์หลักในการแข่งขันก็ได้"
นั่นเพราะในการจัดทีมฟุตบอล กองหน้า มีหน้าที่บุกและรุกเพื่อทำประตู กองกลางสามารถทำหน้าที่ได้ทั้ง "เสริมหน้า" คือ ช่วยหนุนกองหน้าเมื่อมีโอกาสทำประตู แต่ก็พร้อมที่จะ "เสริมหลัง" ในเวลาที่ถูกฝ่ายตรงข้ามบุก ขณะที่กองหลังทำหน้าที่ตั้งรับและช่วยป้องกันประตู
"การจัดทัพลงทุนก็ไม่ต่างไปจากการจัดทัพฟุตบอล โดยทัพลงทุนของเราประกอบด้วยสินทรัพย์หลายๆ ประเภทที่มีลักษณะเฉพาะตัวแตกต่างกันออกไป"
พร้อมกันนี้ ในหนังสือจัดทัพลงทุน เปรียบเทียบสินทรัพย์แต่ละประเภทกับสินทรัพย์ลงทุนประเภทต่างๆ ไว้ว่า
หุ้น เปรียบเหมือน กองหน้าของทัพลงทุน เพราะทำหน้าที่สร้างความมั่งคั่ง หรือทำให้เงินของเราเติบโตขึ้นได้ในระยะยาว
ตราสารหนี้ เปรียบเหมือน กองกลางของทัพลงทุน เพราะทำหน้าที่หนุนกองหน้าด้วยการสร้างรายได้จากดอกเบี้ย ซึ่งเราสามารถนำรายได้ดอกเบี้ยไปลงทุนต่อได้ หรือในยามวิกฤตตราสารหนี้ก็จะทำหน้าที่เสริมหลัง โดยการกระจายความเสี่ยงและลดผลขาดทุนในเวลาที่หุ้นตกได้
ตราสารตลาดเงินและตราสารหนี้ระยะสั้น เปรียบเหมือน กองหลังของทัพลงทุน เพราะคอยทำหน้าที่คุ้มครองเงินต้นและรักษาสภาพคล่อง
นอกจากนี้ เรายังสามารถเปรียบเทียบ "ผู้รักษาประตู" เป็นเหมือน "เงินสำรอง" ที่ไม่ว่าจะเล่นเกมรับ หรือเน้นเกมรุกก็ต้องมีเงินสำรองเก็บไว้เผื่อเหตุฉุกเฉินอยู่เสมอ
เมื่อสินทรัพย์แต่ละประเภททำหน้าที่ "ผู้เล่น" ในแต่ละตำแหน่ง เราในฐานะ "ผู้จัดการทีม" ก็ต้องวางแผนการเล่นให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การลงทุนของเราด้วย
ผู้จัดการทีมลงทุน
ทัพลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนจากการลงทุนสูง และเน้นการเติบโตของเงินลงทุน ต้องจัดผู้เล่นในตำแหน่งกองหน้าลงไปมากหน่อย แต่ถ้าเป็นทัพลงทุนที่ไม่ต้องมีผลตอบแทนมากมาย ขอแค่ผลตอบแทนนิดหน่อยให้เอาชนะเงินเฟ้อก็ชื่นใจแล้ว แบบนี้ก็ไม่ต้องทุ่มทุนให้กับผู้เล่น กองหน้ามากนัก แต่มาเน้นกองหลังไว้จะดีกว่า
การจัดแผนการเล่นในฟุตบอลจะมีตัวเลข 3 ตัว เพื่อบอกจำนวนผู้เล่นในแต่ละตำแหน่ง เช่น แผนการเล่น 3-5-2 หมายถึงจะมีผู้เล่นในตำแหน่งกองหลัง 3 คน กองกลาง 5 คน และกองหน้า 2 คน (ไม่รวมผู้รักษาประตู) หากต้องการเน้นเกมบุกแผนการเล่นอาจเปลี่ยนไปเป็น 2-4-4 ที่เรียกกันว่า "กลยุทธ์ ชาวบราซิล" ที่บุกแบบสุดขีด หรือถ้าจะเน้นเกมรับแบบเต็มรูปแบบก็อาจใช้แผน 5-4-1 ตั้งกำแพงแน่นหนาไม่ยอมให้ฝ่ายตรงข้ามบุกเข้ามาได้ และทิ้งกองหน้าไว้หาโอกาสทำประตูเพียงคนเดียว แต่ในการจัดพอร์ตลงทุน เรามี "ผู้เล่น" 10 คน แต่ละคนหลายถึงจำนวนเงินประมาณ 10% ของพอร์ต ลองจัดแผนการเล่นที่เหมาะกับวัตถุประสงค์การลงทุน สอดคล้องกับ เป้าหมายการลงทุนทั้งในระยะสั้นและ ระยะยาว
เกมรับ 5-4-1
สำหรับเป้าหมายระยะสั้น จะให้บุกตะลุยมากไปก็คงไม่เหมาะ เพราะมีเวลาลงทุนไม่มาก หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดอาจจะพลิกสถานการณ์กลับมาไม่ทัน เพราะฉะนั้นยิ่งต้องเน้นเกมรับประคองตัวไปก่อน
ในหนังสือจัดทัพลงทุน จึงแนะนำให้จัดทีมลงทุนแบบ 7-3-0 นั่นคือ 70% ของเงินลงทุนอยู่ในสด และอีก 30% อยู่ในตราสารหนี้ ไม่ต้องมีกองหน้า เพราะไม่ต้องการผลตอบแทนสูงๆ ขอเพียงเงินต้นไม่หายและได้ผลตอบแทนนิดหน่อยก็พอแล้ว
แต่ผู้จัดการทีมลงทุนที่วางแผนการเล่นแบบนี้ต้องเตรียมใจไว้สักนิด เพราะเงินลงทุนแทบจะไม่มีโอกาสเติบโต เก่งที่สุดก็แค่ชนะ เงินเฟ้อ เพราะในอดีตการจัดทีมลงทุนลักษณะนี้จะให้ผลตอบแทนประมาณ 2.5% ต่อปี
เกมรุก 3-5-2
แม้จะเป็น การลงทุนเพื่อ เป้าหมายระยะสั้นก็ไม่ใช่ว่า เราจะลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงไม่ได้เลย เพราะถ้าเราต้องการผลตอบแทนที่มากขึ้นอีกนิด จำเป็นต้องเพิ่มกองหน้าไปอย่างน้อยสัก 1 คน โดยจัดแผนแบบ 5-4-1 ทิ้ง กองหน้าไว้หาโอกาสทำกำไรไว้สักคน น่าจะ ทำให้มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น
หรือถ้าจะเพิ่มทั้งกองกลางและกองหน้าไปอีกนิดเป็นแผน 3-5-2 น่าจะทำให้ความเสี่ยงยังไม่สูงเกินไป พร้อมกับมีโอกาสได้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น เพราะอาจจะได้ผลตอบแทนตั้งแต่ 3-5% ต่อปี
เกมรับ 3-4-3
ในหนังสือจัดทัพลงทุน แนะนำการจัดพอร์ตลงทุนสำหรับเป้าหมายระยะยาว แต่ไม่อยากจะบุกบู๊มากนัก ก็จะใช้ "พอร์ตระมัดระวัง" เน้นเกมรับ โดยเราจะเรียกแผนการลงทุนนี้ว่า 3-4-3
เพราะแบ่งเงิน 30% ไว้ในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ มีสภาพคล่องสูง เช่น ตราสารตลาดเงิน และตราสารหนี้ระยะสั้น ซึ่งเป็นเหมือน "กองหลัง" ของพอร์ตลงทุน
อีก 40% ใส่ไว้ในกองกลาง ที่พร้อมจะหนุนหน้าและเสริมหลัง นั่นคือ ตราสารหนี้ ส่วนสุดท้าย 30% ใส่ไว้ในหุ้นที่พร้อมบุกออกไปหา ผลตอบแทนสูงๆ
เกมรุก 1-2-7
แต่ถ้าเกมรับมันทำให้อึดอัด เงินลงทุนเติบโตได้ไม่ทันใจ เพราะฉะนั้นต้องขยับปรับตัวขึ้นมายอมรับความเสี่ยงอีกนิด เพิ่มกองหน้าไปอีกหน่อย โดยใช้แผน 2-3-5 ใส่เงินลงไปในหุ้นประมาณ 50% ของพอร์ต ลดสัดส่วนของ ตราสารหนี้ที่เป็นกองกลางลงไปหน่อย และทิ้ง กองหลังไว้เพียง 20% ก็พอ
หรือถ้าต้องการเกมรุกแบบสุดขีด สไตล์เดียวกับเจ้าภาพฟุตบอลโลก 2014 ก็ต้องจัดเต็มลงทุนหุ้นมากถึง 70% อย่างไรก็ตาม "นักบู๊" บางคนบอกว่า แผนการเล่น 1-2-7 ก็ยังไม่เรียกว่า บุกที่สุด ถ้าจะให้สุดๆ จริงๆ ต้องเป็นแผน 0-0-10 ไม่ต้องลงทุนตราสารหนี้เลย แต่ทุ่มเงินลงทุนทั้งหมดไปที่ กองหน้า ให้มันรู้ไปว่าจะทำประตูไม่ได้ แต่ผู้จัดการลงทุนที่จะทำแบบนี้ได้ ต้องมั่นใจว่ามี "ผู้รักษาประตู" ที่แข็งแกร่งพอจะรับมือสถานการณ์ไม่คาดคิด หรือเมื่อเคราะห์ร้ายกองหน้าถูก "ใบแดง" ร่วงไปตามๆ กัน







