
'ชัยวัชระรับเบอร์' สร้างมาตรฐานเอสเอ็มอีเข้มแข็ง
ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอีกกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำ
ในช่วงต้นปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นอีกกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำ ซึ่งจะส่งผลโดยตรงไปยังบริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์โดยเฉพาะ สำหรับเอสเอ็มอี เมื่อมียอดสั่งซื้อลดลง จึงจำเป็นต้องงัดแผนสำรองออกมาใช้เพื่อสร้างทางรอดให้กับธุรกิจ
เช่นเดียวกับ บริษัท ชัยวัชระรับเบอร์ หรือ CWA SMEs ที่เกิดจากอาคารพาณิชย์สองห้องเล็กๆ มีพนักงานไม่ถึง 10 คน และขยับตัวเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนยางรองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรม เครื่องใช้ไฟฟ้า และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ต้องการชิ้นส่วนยางคุณภาพ เมื่อต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจซบก็ไม่ยอมแพ้ พยายามเฟ้นหาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มาสู้ เพื่อรักษาองค์กรให้ยังอยู่ได้ โดยแตกไลน์มาผลิตเป็นของเล่นเด็ก ของแต่งบ้าน และเฟอร์นิเจอร์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ชวิภา พงษ์ธนโชติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชัยวัชระรับเบอร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบัน 90% ของกำลังผลิตยังผลิตชิ้นส่วนยางสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหลัก แม้ปัจจุบันจะมีการเปลี่ยนไปใช้วัสดุที่ราคาต่ำกว่ายางธรรมชาติอย่างพลาสติกกันมาก แต่ในบางชิ้นส่วนยังจำเป็นต้องใช้ยาง นั่นเป็นเพราะคุณสมบัติที่เหนือกว่า เช่น กันลื่นและกันกระแทก
ในส่วนของชัยวัชระรับเบอร์ รับผลิตทั้งประเภท OEM (Original Equipment Manufacturer) หรือการรับจ้างผลิต เพื่อป้อนโรงงานประกอบรถยนต์ และ REM (Replacement Equipment Manufacturer) หรืออะไหล่ทดแทน อาทิ ยางท่อ หม้อน้ำ ยางกันกระแทก ยางครอบสายไฟ และยางครอบล้อเครื่องยนต์ทางการเกษตร ซึ่งเป็นการผลิตแบบตามคำสั่งซื้อเท่านั้น
ย้อนไปในช่วงที่ธุรกิจยานยนต์ถดถอย คำสั่งซื้อในระบบอุตสาหกรรมลดลง ชัยวัชระรับเบอร์จึงมีแนวคิดที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมาเพื่อทดแทนรายได้ที่ขาดหาย โดยมองไปที่วัตถุดิบยาง เครื่องจักร และอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่ เริ่มต้นทดลองอยู่หลายครั้ง จากการเปลี่ยนยางสีดำเป็นสีสันสดใส เปลี่ยนจากยางพาราเป็นซิลิโคนคุณภาพ และต่อยอดเพิ่มมูลค่าด้วยคุณสมบัติและดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์
"การต่อยอดผลิตภัณฑ์บนไลน์ธุรกิจยางเริ่มต้นจากการทำของตกแต่งบ้าน ภายใต้แบรนด์ 'JOOB JOOB' ชิ้นแรก คือโคมไฟสีสันสดใส ออกแบบรองรับการใช้งานที่เข้ากับการตกแต่งได้หลากหลายสไตล์ และพัฒนาไปสู่การทำของเล่นเด็กที่ผลิตจาก Food Grade Silicone ซึ่งจะปลอดภัยสำหรับเด็กๆ หากลูกน้อยหยิบ เข้าปาก ประกอบกับซิลิโคนที่มีความนุ่มนิ่มในตัวเอง จึงสามารถดีไซน์เป็นของเล่นเด็กได้หลากหลาย ช่วยฝึกพัฒนาการของเด็กได้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นประเภทพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ฝึกกล้ามเนื้อ พัฒนาการเรียนรู้เรื่องสีและรูปสามมิติ ซึ่งคิดเป็น 10% ของกำลังผลิตทั้งหมดของโรงงาน" ชวิภา กล่าว
การเตรียมความพร้อมจากภายในเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจจากภายนอกอยู่เสมอ คือหัวใจการบริหารงานของชัยวัชระรับเบอร์ โดยยึดหลักพัฒนางานควบคู่กับการพัฒนาคน เน้นการฝึกอบรมความรู้ให้กับพนักงานทั้งจากภายในและภายนอก ให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม เพราะเชื่อว่าต่อให้ผู้บริหารเก่ง พนักงานเก่ง แต่ถ้าทำงานร่วมกันไม่ได้ ก็ไม่สามารถนำพาองค์กรให้ประสบความสำเร็จได้เลย
ขณะที่การพัฒนาองค์กรดำเนินไปในหลายๆ ด้าน ก็มาถึงจุดที่ต้องการตัวชี้วัดจากภายนอกว่ามีผลสัมฤทธิ์อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทั่วไปหรือไม่ ซึ่งก็คือที่มาของการเข้าร่วมการประกวดสุดยอด SMEs แห่งชาติ ที่จัด โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. โดยเข้าร่วมครั้งแรกปี 2552 ซึ่งเกณฑ์การพิจารณาของโครงการนี้ประกอบด้วย บทบาทของผู้บริหารในการนำองค์กร การวางแผนการดำเนินธุรกิจ การมุ่งเน้นลูกค้าและการตลาด การวัดวิเคราะห์และการจัดการ ความรู้ การบริหารทรัพยากรบุคคล การจัดการกระบวนการ และผลลัพธ์ทางธุรกิจ
ด้วยวิสัยทัศน์ของผู้บริหารผนึกกำลังกับทีมงานที่เปี่ยมด้วยความ มุ่งมั่น ฉวยวิกฤตเป็นโอกาส ส่งผลให้ชัยวัชระรับเบอร์ได้รับรางวัลชมเชย สุดยอด SMEs แห่งชาติ ประเภทธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ ถึง 3 ปีซ้อน (ครั้งที่ 3-5 ปี 2553-2555)
ชวิภา กล่าวว่า ความรู้ความสามารถของพนักงานที่เพิ่มขึ้นเป็นประโยชน์ที่เห็นได้ชัดจากการที่เราพยายามรักษาระดับขีดความสามารถของบุคลากร จะมีการประเมินผลกระตุ้นให้พนักงานแข่งขันกับตัวเอง เพื่อเพิ่มคะแนนประเมินให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ปี ส่วนนี้เอง ทำให้ปัจจุบันมีการสร้างตัวแทนระดับหัวหน้า มีผู้ประสานงาน สร้างลูกน้องที่มีความสามารถผลักดันให้ก้าวสู่ระดับ ผู้บริหารได้ เพราะถึงแม้จะเป็นเอสเอ็มอี บริหารงานแบบธุรกิจครอบครัว แต่ก็ให้โอกาสกับลูกน้องทุกคนที่มีความตั้งใจจริง
จากการเข้าร่วมโครงการคัดเลือก สุดยอด SMEs แห่งชาติ และคว้า 3 รางวัลชมเชย ประเภทธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่การช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและการันตีศักยภาพองค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้ชัยวัชระรับเบอร์มีการพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดนิ่ง "ธุรกิจของเราไม่ได้แข่งกับใคร แต่แข่งกับตัวเอง และมีเป้าหมายต่อไปก็คือการประกวดสุดยอด SMEs แห่งชาติ ครั้งที่ 6 และคว้ารางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ กลับมาให้ได้" ชวิภา กล่าวทิ้งท้าย
และนี่เป็นอีกหนึ่งเอสเอ็มอีไทย ที่สร้างความเข้มแข็งจากภายใน พัฒนาไม่หยุดยั้ง เอาชนะวิกฤตและเปลี่ยนมันเป็นโอกาส และมุ่งมั่นปรับปรุงพัฒนาธุรกิจเพื่อยกระดับสู่มาตรฐานสากล ซึ่งในอนาคตกลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนจะเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตสูงของประเทศต่อไป และธุรกิจกลุ่มนี้ก็จะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่ม และเป็นตัวเร่งในการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างแน่นอน
ติดตามเรื่องราวของบริษัท ชัยวัชระ รับเบอร์ ได้ในรายการธุรกิจติดดาว ในวันศุกร์ที่ 20 มิ.ย.นี้ ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบกช่อง 5 ตั้งแต่เวลา 14.30 น. เป็นต้นไป







