
ห่วงธุรกิจเอสเอ็มอีขาดสภาพคล่องรุนแรง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ผลสำรวจของหอการค้าไทยต่อภาพรวมธุรกิจเอสเอ็มอีในไตรมาสแรกอยู่ในภาวะย่ำแย่ตามเศรษฐกิจซึมตัวลง ส่งผลกระทบให้ยอดขายลดลง และกำไรน้อยลง จนเกิดประสบปัญหาขาดสภาพคล่องทางธุรกิจในผู้ประกอบการขนาดเล็กทุกราย และมีเอสเอ็มอีที่เกิดภาวะขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง มีความเสี่ยงสูงและน่าห่วงว่าจะปิดกิจการประมาณ 4-5 แสนราย โดยธุรกิจรายย่อยที่ได้รับผลกระทบมากสุดคือ ค้าส่งร้านอาหาร ภัตตาคาร โรงแรม เกสต์เฮาส์ อาหารและเครื่องดื่ม
ดูบอลโลกฟรี 64 นัด
ปัญหาที่คาราคาซังมานานเรื่องลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลก 2014 ระหว่างบริษัท อาร์เอส และคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กับการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกจำนวน 64 นัด ผ่านฟรีทีวี ในที่สุดก็มีข่าวดีให้กับคนไทย เพราะที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. มีมติ 6 ต่อ 1 อนุมัติให้นำเงินจากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) 427 ล้านบาท มาจ่ายให้แก่บริษัท อาร์เอส อินเตอร์เนชั่นแนล บรอดคาสติ้ง แอนด์ สปอร์ต แมเนจเม้นท์ เพื่อให้แพร่ภาพฟุตบอลโลกผ่านฟรีทีวี 3 ช่อง ได้แก่ ช่อง 5, 7, 8 ทำให้คนไทยสามารถรับชมบอลโลกได้ฟรี ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายคืนความสุขให้คนไทยของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
ขณะที่นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส เปิดเผยว่า การได้รับเงิน 427 ล้านบาท เพื่อชดเชยค่าเสียโอกาสจากการทำธุรกิจ ถือว่าได้ไม่คุ้มเสีย เนื่องจากตั้งเป้ารายได้สูงกว่านี้ ส่วนแผนเยียวยาลูกค้าที่ซื้อกล่องบอลโลกไปนั้น ขณะนี้กำลังหารือร่วมกับคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โดยเบื้องต้นบริษัทมีแผนเยียวยาลูกค้าด้วยการรับซื้อกล่องบอลโลก และคืนเงินกล่องละ 1,590 บาท
ลดราคาดีเซล
ต่อมายังข่าวดีอีกเรื่องคือ คสช.ได้สั่งการให้ลดราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลหน้าปั๊มลง 14 สตางค์/ลิตร โดย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ระบุว่า ที่ประชุม กบง.มีมติ ให้ปรับลดราคาขายปลีกดีเซลลง 14 สตางค์/ลิตร จาก 29.99 บาท/ลิตร เหลือ 29.85 บาท/ลิตร เพื่อลดค่าครองชีพให้แก่ประชาชนและช่วยภาคขนส่ง
ยอดขอบีโอไอวูบ
นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ยอดขอส่งเสริมการลงทุนในช่วง 5 เดือนแรกของนักลงทุนไทยและต่างชาติ รวม 515 โครงการ ลดลง 39% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มูลค่าเงินลงทุนรวม 3.08 แสนล้านบาท โดยเป็นการขยายลงทุน 260 โครงการ มูลค่าเงินลงทุน 1.68 แสนล้านบาท โครงการใหม่ 255 โครงการ มูลค่าเงิน ลงทุน 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งโครงการสองกลุ่มใกล้เคียงกัน แสดงว่านักลงทุนใหม่มั่นใจลงทุนในไทยมากขึ้น อีกทั้งการแต่งตั้งบอร์ดบีโอไอจะส่ง ผลให้นักลงทุนที่ชะลอตัดสินใจยื่นขอ รับส่งเสริม เกิดความมั่นใจและตัดสินใจ ยื่นขอรับส่งเสริมในครึ่งปีหลัง โดยปัจจุบัน มีโครงการรออนุมัติรวม 7.6 แสน ล้านบาท







