
ตลาดห้องชุด 5 เดือน ขายอืดยอดตก 26%
สถานการณ์การซื้อขายคอนโดในกรุงเทพฯ ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2557 ชะลอตัว
สถานการณ์การซื้อขายคอนโดในกรุงเทพฯ ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2557 ชะลอตัวทั้งในเชิงจำนวนโครงการเปิดขายใหม่และการขาย ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยความขัดแย้งทางการเมือง และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดยคอนโดที่เปิดขายช่วง 5 เดือนแรกของปี 2556 มีอยู่ประมาณ 21,215 ยูนิต แต่ว่าในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2557 มีคอนโดเปิดขายประมาณ 15,667 ยูนิต ลดลงประมาณ 26.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ขณะที่อัตราการขายของโครงการที่เปิดขายใหม่ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2556 อยู่ที่ประมาณ 65% แต่ว่าในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2557 อยู่ที่ประมาณ 40% เท่านั้น เนื่องจากโครงการที่เปิดขายในไตรมาสแรกของปีนี้ไม่มีการทำกิจกรรมการตลาด ประกอบกับคนซื้อยังมีความวิตกกังวลเกี่ยวกับความยืดเยื้อทางการเมือง
สำหรับคอนโดที่เปิดขายในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ รอบนอกมากถึง 60% ของห้องชุดใหม่ที่เปิดขายใหม่ในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา หรือประมาณ 9,326 ยูนิต โดยระดับราคาขายเฉลี่ยต่ำกว่า 6 หมื่นบาทต่อตารางเมตร (ตร.ม.) เสนอขายมากที่สุด สัดส่วนสูงถึง 42% ของห้องชุดใหม่ที่เปิดขายใหม่ในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา
ปัจจัยที่มีผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์หดตัวลง คือ ภาวะเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงถดถอยตั้งแต่กลางปี 2556 ประกอบกับปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ทวีความร้อนแรงมากขึ้น ส่งผลให้ผู้ซื้อส่วนใหญ่เลือกที่จะชะลอการ ตัดสินใจออกไปก่อน และส่งผลให้ผู้ประกอบการชะลอการเปิดขายโครงการใหม่ๆ ออกไปก่อนเช่นกัน แม้ว่าบางโครงการจะก่อสร้างสำนักงานขายและห้องตัวอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ตาม แต่ยังไม่เปิดขายอย่างเป็นทางการ เพื่อรอให้สถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้น
แนวโน้มนับจากนี้ประเมินว่าผู้ประกอบการรายใหญ่หลายรายที่มีแผนที่จะเปิดขายโครงการใหม่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 นี้ จึงคาดว่าภาพรวมโครงการคอนโดใหม่ในกรุงเทพฯ ปีนี้ทั้งปีจะอยู่ที่ประมาณ 4 หมื่นยูนิต โดยการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารราชการแทนรัฐบาลชุดเดิม เพื่อยุติการเผชิญหน้าของกลุ่มการเมืองต่างๆ ในประเทศไทย และมีความตั้งใจที่จะยุติปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่มีมายาวนานหลายปีของกลุ่มต่างๆ นั้น ภาคเอกชนหลายฝ่ายคาดว่าจะเป็นผลดีต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว
นอกจากนี้ การที่ คสช.ยังคงแผนการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศไทย จะเป็นผลดีต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด อีกทั้งยังดึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้กลับคืนมา เพื่อกระตุ้นภาพรวมของการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคให้มากขึ้นด้วย







